ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นับว่ายังเป็นสถานการณ์ที่น่าจับตาอย่างมาก
เนื่องจากมีการนำผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปฟ้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในขณะเดียวกันก็ยังมีความเคลื่อนไหวที่ไม่ยอมรับ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ยังยาก ในการประเมินสถานการณ์ว่าจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร แต่ความขัดแย้งระหว่างขั้วการเมืองจะดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงนี้เอง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากมวลชนจำนวนมากที่มีความแตกต่างทางความคิด และบางครั้งอยู่ในสภาพเหมือนการเชียร์กีฬา แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการเมืองระดับชาติ ซึ่งมีความซับซ้อนและปัจจัยมากกว่าการแข่งขันกีฬา ดังนั้น เราจึงไม่อาจมองการเมืองเหมือนเกมการแข่งขันได้ แม้จะมีลักษณะเทียบเคียงในบางด้าน แต่หากเราเชียร์เหมือนกีฬาที่แพ้ไม่ได้ ความรุนแรงทางการเมืองก็รอคนไทยอยู่ข้างหน้า
จากสถานการณ์จากนี้ไป ทำให้เราต้องนึกถึงแนวคิด เรื่องความเป็นประชาธิปไตยเก่าแก่ และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากเราไม่ต้องการให้การเมืองแข่งขันเหมือนเกมกีฬา นั่นคือ แนวคิดว่าด้วยความอดกลั้น ทั้งความอดกลั้นต่อความคิดที่เห็นต่างและความอดกลั้นต่อเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้ดังใจ ซึ่งความอดกลั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจขาดได้ในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นระบอบการปกครองประเภทที่อนุญาตให้ความแตกต่างในด้านต่างๆ สามารถดำรงอยู่ด้วยกันได้โดยไม่เกิดความรุนแรงหรือเข่นฆ่ากันตาย
หากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสังคมไทยเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางความคิดเห็น ในบางช่วงบางเวลาทำให้กฎหมายบ้านเมืองไม่มีความหมาย แต่ถึงที่สุดแล้ว หากคนไทยจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขท่ามกลางความแตกต่างทางความคิด เราก็จำเป็นต้องมีกฎกติกาทางสังคมร่วมกัน ซึ่งความสงบทางการเมืองของรัฐบาลนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น อาจเป็นช่วงเวลาให้เกิดการปรับตัว หากไม่มีความขัดแย้งในปัจจุบันจนเกิดการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่
เราเชื่อว่าจากนี้ไป ความขัดแย้งระหว่างการเมืองจะมีมากยิ่งขึ้น แต่โชคดีที่ขณะนี้มีแนวโน้มว่าความขัดแย้งยังอยู่ในกรอบของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือฝ่ายค้านก็ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งการฟ้องร้องคดีความต่างๆ เช่นเดียวกับฝ่ายรัฐบาลที่ต้องบริหารประเทศต่อไป และต้องการแก้ไขกฎหมาย หรือ ดำเนินนโยบายที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แม้ว่าจะถูกมองอีกฝ่ายว่าสร้างปัญหาให้กับประเทศ แต่ก็ถือว่าเป็นความขัดแย้งที่อยู่ในกรอบกติกา แม้จะใช้เวลานานในการคลี่คลาย
เราเห็นว่าขณะนี้สถานการณ์การเมือง กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงแห่งความขัดแย้ง และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง เราอยากให้ทุกฝ่ายนึกถึงเรื่องความอดกลั้นให้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าบางเรื่องอาจเห็นว่าตัวเองได้ ขณะที่บางเรื่องอาจเห็นว่าตัวเองเสีย ดังนั้นหากทุกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง ก็ต้องคำนึงความอดกลั้น และต้องปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปในกรณีที่ต้องใช้กฎหมายเป็นตัวตัดสิน หากกรณีใดใช้กระบวนการรัฐสภา เราก็ต้องปล่อยให้กระบวนรัฐสภาดำเนินไป ซึ่งความอดกลั้นให้ทุกอย่างดำเนินตามกฎกติกาที่มีอยู่เท่านั้น จึงจะทำให้เรารอดพ้นจากความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงได้






