ผิดฟอร์มแดงทั้งแผ่นดิน เมื่อการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กลับมีคนเสื้อแดงเข้าร่วมไม่เต็มความจุของสนาม
ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ยังกล่าวยอมรับว่า เป็นความฉุกละหุกในการนัดหมาย และชุมนุมในวันธรรมดา จึงไม่ถึงเป้าหมาย "แสนคน"
จากการสอบนักข่าวภาคสนาม คาดว่า มีคนเสื้อแดงมาชุมนุมในสนามราชมังคลาฯ เพียง 2 หมื่นคน และในวันที่สอง ยอดกลับลดลงไปกว่าครึ่ง เหลือแค่หมื่นต้นๆ เท่านั้น
แกนนำ นปช.ประเมินสูง อยากแสดงพลัง "ข่มขวัญ" ตุลาการ และฝ่ายตรงข้าม จึงเลือกสนามกีฬาขนาดใหญ่
ข้อมูลจาก กกท. เต็มความจุสนามก็ราว 6-7 หมื่นคน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคืออัฒจันทร์ ที่จุคนได้ 45,000 คน กับพื้นสนามหญ้าและลู่วิ่ง ประมาณหมื่นกว่าคน
พอถึงวันนัดหมายจริงๆ กลับมากันไม่เต็มพื้นสนาม และบนอัฒจันทร์ก็นั่งกันแบบหลวมๆ สร้างความหงุดหงิดให้แก่แกนนำ นปช.เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ "จตุพร พรหมพันธุ์"
5 ปีที่แล้ว "วีระ-จตุพร" จัดเวที "ความจริงวันนี้สัญจร" ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 โดยเนรมิตสนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นเวทีปราศรัยขนาดยักษ์ และมีคนเสื้อแดงมาเต็มความจุของสนาม
ภาพแดงทั้งชามอ่างยักษ์ ทำเอาเครือข่ายฝ่ายอำมาตย์อกสั่นขวัญแขวน ผิดกับ พ.ศ.นี้ ที่ฝ่ายตรงข้ามนำเอาภาพ "แดงโหวงเหวง" ไปแชร์กันในเฟซบุ๊ค ไลน์ และทวิตเตอร์ และบรรยายคำเสียดเย้ยใต้ภาพนั้น
เท่าที่ตรวจสอบข้อมูล พบว่า คนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม กว่าร้อยละ 80 มาจากภาคอีสาน และภาคเหนือ โดยการนำพาของ ส.ส.เพื่อไทย
แต่ที่น่าสังเกต คนเสื้อแดงจากภาคกลาง ที่เดินทางสะดวกที่สุด กลับไม่เดินทางมาร่วมชุมนุม พร้อมกันนั้น ส.ส.เพื่อไทย ในภาคกลาง ก็ไม่ขยับจัดการสนับสนุนการนำมวลชนเข้าร่วมชุมนุมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
กล่าวโดยสรุป ส.ส.เพื่อไทย ไม่ให้ความร่วมมือกับแกนนำ นปช.อย่างเต็มกำลัง แถมบางจังหวัดในภาคเหนือ ส.ส.เพื่อไทย กลับสั่งห้ามคนเสื้อแดงลงมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ
อีกด้านหนึ่ง แกนนำพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการให้มีการชุมนุมยืดเยื้อ เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกัน ระหว่างคนเสื้อแดงกับ "มวลชนเป่านกหวีด" จึงหลีกเลี่ยงจัดการชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯ
ที่ปฏิเสธไม่ได้ ความขัดแย้งของ "ส.ส.เพื่อไทย" กับ "แกนนำ นปช." กรณีนิรโทษกรรมสุดซอย ยังเป็นรอยร้าว และร้าวลึก
หลังจากปรับจูนความคิดกันได้ แกนนำ นปช. อย่าง ธิดา ถาวรเศรษฐ, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ ฯลฯ ต่างยืนยันแนวทาง "สองขา" และ นปช.ยังถือพรรคเพื่อไทยเป็นแนวร่วม
ยุทธศาสตร์สองขานั้นประกอบด้วย ขาหนึ่งคือ พลังตัวแทนในสภาอันหมายถึง ส.ส.เพื่อไทย ขาหนึ่งคือ พลัง นปช.เสื้อแดง
แต่ข่าวลือในเชิงลึก ระบาดไปด้วยข่าว "ซูเปอร์ดีล" ที่พ่วงเงื่อนไขสลายเสื้อแดง ซึ่งหลังจากเกิดรอยร้าวกรณีนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ก็ทำให้ "แดง" กลุ่มต่างๆ มองหน้ากันไม่ติด
ประกอบกับแกนนำ นปช.บางคน อหังการขู่พรรคเพื่อไทยว่า หากไม่ฟังคำเตือนของ นปช. ก็ต้องขอมติคนเสื้อแดงให้ "แนวร่วมนำพรรค" ไม่ใช่เดินสองขาเหมือนวันนี้
ปรากฏการณ์ "โหวงเหวง" ในราชมังคลาฯ อาจเป็นรายการสั่งสอนแกนนำ นปช.ว่า อย่าบังอาจขู่พรรคเพื่อไทย และ "นายใหญ่"






