วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ปีก ณ โรงฆ่าตามมาตรฐานอียู

เมื่อเดือนที่แล้ว ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารและอาหารสัตว์

ซึ่งมาจากการสัมมนาเรื่อง EU Regulations on Food and Feed Safety : Current State of Affairs and Future Trend จัดขึ้นที่ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 -27 ก.ย. ที่ผ่านมา ในรายงานฉบับนี้ ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต ขอนำเสนออย่างต่อเนื่องถึงกฎระเบียบกำกับการนำเข้าสินค้าอาหารของอียู สินค้าอาหารที่ไทยส่งออกไป อียูเป็นล่ำเป็นสัน เช่น เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีก ผัก และผลไม้ จักต้องผ่านด่านการตรวจเข้มของ อียูทั้งในแง่สุขอนามัย คุณภาพและความปลอดภัย ก่อนที่สินค้าจะผ่านด่านกระจายไปยังผู้บริโภคในอียู ทั้งนี้ อียูไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการตรวจเข้มที่ปลายทางตามด่านนำเข้าอียูเท่านั้น แต่อียูยังจับตามองถึงกระบวนการการผลิตและแหล่งที่มาของสินค้าในประเทศที่สามด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต มีโอกาสไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเนื้อเป็ดสดแช่แข็ง ณ เมือง Ermelo ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในการผลิตและส่งออกเนื้อเป็ดสดป้อนทั้งตลาดภายในและภายนอกอียู ที่น่าภูมิใจคือ มีบริษัทไทยมาร่วมลงทุนกับบริษัทเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ที่เมืองนี้ด้วย

ในแง่หนึ่ง การเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทเนเธอร์แลนด์จะสามารถช่วยปกป้องผลประโยชน์ได้ดีระดับหนึ่ง โดยเฉพาะหากเกิดปัญหาโรคระบาด เหมือนเมื่อคราวที่ไทยได้รับผลกระทบจากไข้หวัดนกและถูกอียูระงับการส่งออกสินค้าสัตว์ปีกสดไปยังอียู นอกจากนี้ การมีโรงงานผลิตและฟาร์มตั้งอยู่ในยุโรปก็ยังช่วยตัดลดขั้นตอนการส่งออกสินค้าจากไทย พร้อมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะที่เกิดจากการขนส่ง การจัดเก็บและกระจายสินค้า

เมือง Ermelo ตั้งอยู่ในภาคกลางของเนเธอร์แลนด์ใกล้กับกรุงอัมสเตอร์ดัมและมีชื่อเสียงด้านธุรกิจสัตว์ปีก โดยเฉพาะเป็ด เมืองนี้มีฟาร์มเป็ดตั้งอยู่อย่างแพร่หลาย ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเลี้ยงเป็ดมาอย่างยาวนาน ทำให้สั่งสมทักษะและความชำนาญมาหลายชั่วคน ฟาร์มเลี้ยงเป็ดหลายแห่งจึงเหมาะสมที่บริษัทใหญ่ๆ จะมาขอทำสัญญา Outsource ในรูปแบบ Contract Farming เพื่อป้อนโรงงานผลิตและแปรรูปสำหรับผู้บริโภคในยุโรปและเพื่อการส่งออกไปยังประเทศที่สาม ทั้งนี้ ประเทศที่ผลิตเนื้อเป็ดมากที่สุดในอียูปัจจุบันคือ ฝรั่งเศส แต่อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อเป็ดในเนเธอร์แลนด์ก็ไล่ตามมาติดๆ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย แถมมีตลาดรองรับโดยเฉพาะชุมชนคนเชื้อสายจีนที่มีถิ่นที่อยู่ทั้งในประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศใกล้เคียง เช่น เบลเยียม เยอรมนี เป็นต้น

ทีมงานไทยยุโรปฯ ได้เข้าชมกระบวนการผลิตเนื้อเป็ดสดแช่แข็งทั้งตัวแบบครบวงจร ตั้งแต่การเชือดไปจนถึงการลอกขนจนกระทั่งกระบวนการสุดท้ายคือการบรรจุลงหีบห่อสวยงามเพื่อสามารถวางขายตามตลาดทั่วไป ที่ปรากฏชัดเจนในแต่ละขั้นตอนการผลิตคือมาตรฐานที่สูงของอียูที่ผู้ประกอบการของอียูเองต้องปฏิบัติตามเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง เช่น อยู่ในฟาร์มที่มีระบบโรงเรือนปิด แต่อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี เป็ดที่เลี้ยงไม่เครียดและมีสุขอนามัยตรงตามมาตรฐาน เป็นต้น

หลังจากเป็ดที่เลี้ยงในฟาร์มผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว กระบวนการแรกที่โรงงานแปรรูปคือ การนำเป็ดจากฟาร์มมาตรวจโรค โดยดูจากเส้นขน ผิวหนัง อุณหภูมิในร่างกาย ฯลฯ หลังจากนั้นก็จะเข้าขั้นตอนการเชือด ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน ไม่เพียงแต่การคำนึงถึงหลักการเชือดแบบฮาลาลเท่านั้น แต่ยังต้องให้เป็นไปตามข้อบังคับของอียูว่าด้วยเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ขณะทำการฆ่าสัตว์ด้วย (ดูรายละเอียดที่ Council Directive 93 / 119 / EC on the protection of animals at the time of slaughter or killing) ซึ่งมีประเด็นสำคัญประกอบด้วย (1) การจัดสภาพแวดล้อมให้สัตว์อยู่อย่างสบายก่อนนำไปเชือด (2) สัตว์จะต้องไม่หิวหรือกระหายน้ำ (3) สัตว์ไม่เกิดความกลัวหรือทรมาน (4) ปราศจากโรคหรือได้รับการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องและรวดเร็ว และ (5) สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างอิสระ เป็นต้น

คงมีคำถามในขั้นนี้ว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็ดที่กำลังจะถูกทำให้สลบเพื่อนำไปเชือดเกิดความกลัวหรือทรมานหรือไม่ ? เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์รายหนึ่งกล่าวว่า การตรวจสอบสภาวะจิตใจสัตว์สามารถตรวจสอบได้จากปฏิกิริยาของร่างกายสัตว์ เช่น สีของตา การเคลื่อนไหว และอุณหภูมิร่างกาย เป็นต้น กล่าวคือ เป็ดหรือไก่ ที่อยู่ในสภาวะปรกติ สีขนจะเป็นปรกติ สีเปลือกตาไม่ซีด รวมทั้งไม่มีการเคลื่อนไหวที่เร็วแบบแตกตื่น

นอกจากนั้น บริษัทจะต้องตรวจสอบสภาพการขนส่งเป็ดจากฟาร์มมายังโรงงานเพื่อรอการเชือด การแขวนสัตว์ ซึ่งหมายถึงการตรวจสภาพราวแขวน และที่น่าสนใจคือ การให้ความสำคัญของอียูต่อกระบวนการทำให้สัตว์สลบที่ค่อนข้างมีรายละเอียดอยู่พอสมควร โดยกรรมวิธีการทำให้สัตว์สลบก่อนนำไปเชือดหลักๆ มีอยู่ 2 วิธีที่อียูยอมรับคือ 1) ช็อตไฟฟ้า (Electrically Stunning) หรือ 2) การใช้ก๊าซ (Controlled Atmosphere Stunning : CAS)

ทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้เยี่ยมชมบริษัทที่ใช้วิธีการช็อตไฟฟ้าให้เป็ดสลบก่อนเชือด โดยจะแขวนเป็ดไว้บนราวเคลื่อนที่ในสภาพกลับหัว ส่งผ่านไปยังอ่างน้ำ (waterbath) ที่มีกระแสไฟฟ้าที่พอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป เพื่อทำให้เป็ดสลบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเชือด หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนถอนขน ซึ่งจะนำเป็ดไปจุ่มน้ำร้อนให้รูขุมขนเปิดเพื่อให้ขนร่วงและง่ายต่อการถอน ตามด้วยการแล่เนื้อแยกชิ้นส่วน และบรรจุหีบห่อซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบสุขอนามัยในทุกขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยกระบวนการทั้งหมดที่ว่านี้จะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีสำหรับเป็ดแต่ละตัว

ในส่วนของการทำให้สลบโดยใช้ก๊าซ สัตว์จะถูกนำไปไว้ในห้องซึ่งอยู่ภายใต้บรรยากาศควบคุม โดยจะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซอาร์กอน และก๊าซไนโตรเจนแทนอากาศปกติ ซึ่งจะทำให้สัตว์สลบไปโดยไม่ต้องแขวนบนราว ก่อนจึงเป็นการลดขั้นตอนที่อาจทำให้สัตว์มีความทรมาน โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 -3 นาทีสัตว์จึงจะสลบเพราะขาดออกซิเจน อย่างไรก็ดี นับว่านานกว่าการช็อตไฟฟ้าซึ่งปรกติใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาที

ประเทศไทยมีโรงฆ่าสัตว์ปีกที่ได้รับการรับรองจากอียูรวมทั้งสิ้น 24 โรง โดยแยกเป็นโรงฆ่าไก่ 22 โรง และโรงฆ่าเป็ด 2 โรง โรงงานผู้ผลิตจะต้องได้รับใบรับรองจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งระบุว่ากรรมวิธีในการเชือดเทียบเท่ากับมาตรฐานการเชือดในอียู โดยคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสาธารณสุขและการคุ้มครองผู้บริโภค (DG SANCO) ได้กำหนดให้แต่ละโรงงานมีเจ้าหน้าที่ด้านสวัสดิภาพสัตว์ หรือ animal welfare officer ประจำอยู่อย่างน้อย 1 คน และต้องมีตัวแทนจากอียูคือ Food and Veterinary Office (FVO) เข้าไปตรวจสอบสภาพ และมาตรฐานในการรักษาคุณภาพของโรงงานต่างๆ ในประเทศไทยเป็นประจำ โดยผลการตรวจเยี่ยมครั้งล่าสุดของ FVO เมื่อต้นปี 2556 ก็เป็นที่น่าพอใจ

แม้ว่าอียูจะประกาศให้ใช้ 2 วิธีดังกล่าวในการทำให้สัตว์สลบก่อนนำไปเชือด แต่ก็โอนเอียงไปในทางการใช้ก๊าซ หรือ CAS มากกว่า ซึ่งไม่เพียงแต่อียูเท่านั้นแต่องค์กรที่รณรงค์ด้านสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์ เช่น PETA ก็พยายามคัดค้านวิธีการทำให้สลบโดยการใช้ไฟฟ้าช็อต เนื่องจากจากการศึกษาต่างๆ ระบุว่า ถ้ากระแสไฟฟ้าที่ใช้มากไปก็อาจจะทำให้เนื้อสัตว์เสียหาย มีเลือดออก เส้นเลือดปรากฏชัด และมีอุจจาระปนเปื้อน ฯลฯ แต่หากกระแสไฟฟ้าที่ใช้ต่ำไป สัตว์ก็อาจไม่สลบ ซึ่งจะยิ่งเป็นการทรมานสัตว์เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ โรงงานผลิตสัตว์ปีกของไทยมักใช้ระบบการช็อตไฟฟ้า เนื่องจากระบบ CAS มีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง

ปัจจุบันไทยส่งออกเป็ดแปรรูปประเภทเป็ดพะโล้ และเป็ดย่าง (เป็ดปักกิ่ง) โดยมีคู่แข่งที่น่ากลัวในการส่งออกเป็ดไปยังอียูคือจีน ซึ่งจีนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออกเนื้อเป็ดสด และเป็ดแปรรูปมากที่สุดอันดับหนึ่งของโลก มีกำลังการผลิตสูงและมีความพยายามที่จะปรับลดราคาสินค้าให้ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่เนเธอร์แลนด์ทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะต่างเห็นว่า ไทยยังสามารถแข่งขันกับจีนและประเทศอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะในตลาดประเทศพัฒนาแล้วเช่นอียู หากเราเน้นเรื่องการรักษาคุณภาพสินค้าให้ดีกว่าและสูงกว่าสินค้าของคู่แข่ง

สิ่งที่อยากจะฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในยามที่ไทยกับอียูกำลังเจรจา FTA ระหว่างกันคือ แนวคิดหลักเรื่องการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ของอียูเจาะจงให้สัตว์ที่จะถูกฆ่าไม่ควรได้รับความทรมานจนเกินควร และการกำหนดกฎระเบียบว่าด้วยเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ก็ไม่ควรถูกมองว่า เป็นการกีดกันทางการค้าเพราะอียูเองก็นำข้อบังคับต่างๆ มาใช้กับผู้ประกอบการอียูเองด้วย ทั้งนี้ การเอาใจใส่ต่อเรื่องดังกล่าวนับว่ามีประโยชน์ทั้งในมิติคุณค่าและคุณภาพของสินค้า โดยผลการวิจัยในอียู แสดงให้เห็นว่า สัตว์ที่ถูกนำเข้ากระบวนการผลิตโดยไม่เกิดความเครียดสามารถส่งผลดีในแง่คุณภาพ โดยเนื้อสัตว์จะมีรูปร่างและสีสันสวยงาม นุ่ม แถมมีอายุเก็บรักษายาวนานขึ้น ที่สำคัญคือผู้บริโภคอียูเองก็หันมาให้ความสำคัญมากกับเรื่องนี้ โดยมีการติดตามและศึกษา ทั้งในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ แหล่งที่มา และกรรมวิธีการผลิตอาหารที่ตนจะเลือกซื้อมาบริโภคอย่างใกล้ชิด