วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลต้องขจัดเงื่อนไข ที่นำไปสู่ความไม่พอใจ

การชุมนุมที่เวทีราชดำเนิน ได้ประกาศให้มีการยกระดับการชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาล โดยขณะนี้ยังไม่อาจประเมิน

สถานการณ์ในอนาคตได้ว่าจะจบลงอย่างไร แม้ว่าฝ่ายความมั่นคงจะประเมินว่าสถานการณ์คลี่คลายลง จากกระแสความไม่พอใจก่อนหน้านั้น และหากประเมินท่าทีของกลุ่มคนต่างๆ ที่เข้าร่วมการชุมนุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่ามีท่าทีผ่อนคลายลงไปบ้าง หลังจากวุฒิสภามีมติคว่ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรม และรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่นำร่างกฎหมายขึ้นมาพิจารณาอีก

นอกจากนี้ ประเด็นเขาพระวิหาร ก็ยังไม่มีความชัดเจนนักว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากมีการตีความคำตัดสินของศาลโลกเป็นสองแนวทาง โดยการตีความฝ่ายรัฐบาลนั้นเห็นว่า ผลการพิจารณาของศาลโลกที่ออกมานั้นเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย และยังต้องเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาต่อไปในเรื่องเขตชายแดน ในขณะที่ การตีความอีกฝ่ายหนึ่ง ยืนยันว่าคำตัดสินดังกล่าว ทำให้ไทยเสียดินแดนบางส่วน ดังนั้นจึงยังไม่อาจประเมินได้ว่าผลการตัดสินของศาลโลกนั้น จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้มากน้อยแค่ไหน

หากการชุมนุมที่ยังดำเนินต่อไป และการดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมของรัฐบาล ไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ก็เชื่อว่าจะไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย จนนำไปสู่ความรุนแรง แต่ปัญหาสำคัญสำหรับรัฐบาล คือ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล โดยวิธีการเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด ก็คือ รัฐบาลหรือคนในรัฐบาลต้องอย่าสร้างเงื่อนไข จนทำให้คนรู้สึกไม่พอใจหรือรับไม่ได้กับการกระทำบางอย่าง เราเชื่อว่า หากรัฐบาลดำเนินการอย่างระมัดระวังก็จะช่วยประคองสถานการณ์ไไปได้

อย่างกรณี การจัดชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง ที่สนับสนุนรัฐบาลนั้น รัฐบาลก็ต้องระวังไม่ได้เกิดการกระทบกระทั่งกับกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะว่านั่นอาจสร้างความไม่พอใจขึ้นมาอีก รวมทั้งคนในรัฐบาลที่เป็นนักตอบโต้การเมือง ก็ควรใช้คำพูดหรือการโต้ตอบเพื่อให้สถานการณ์เย็นลง แต่ไม่ควรยั่วยุหรือตอบโต้จนอีกฝ่ายหนึ่งเกิดอารมณ์ความรู้สึกไม่พอใจ ซึ่งมีแต่การลดเงื่อนไขความไม่พอใจต่อรัฐบาลเท่านั้น ที่จะทำให้รัฐบาลบริหารประเทศได้ต่อไป

รัฐบาลต้องตระหนักว่า การชุมนุมหลายหมื่นคนในกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ไม่ธรรมดา ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการชุมนุมในอดีต กลุ่มชุมนุมต้องใช้เวลานานกว่าจะระดมผู้ชุมนุมจำนวนมากพอเพื่อสร้างพลังการต่อรอง แต่การชุมนุมในครั้งนี้ นอกจากจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วันแล้ว ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจากหลายกลุ่มก็ปรากฏให้เห็นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความไม่พอใจต่อรัฐบาล ได้ขยายวงกว้างออกไปในทุกกลุ่มของสังคม

เราเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ในการนำไปสู่ความรุนแรง ดังนั้น ทางออกในสถานการณ์ปัจจุบัน คือ รัฐบาลต้องตั้งหลักให้มั่นว่าไม่ต้องการความรุนแรงและต้องไม่ปล่อยให้สถานการณ์พาไป จากนั้นจึงค่อยๆ ขจัดเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ภาวะเช่นนั้น ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หากว่ารัฐบาลมีส่วนสนับสนุนหรือมีส่วนในการสร้างเงื่อนไขเสียแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งนั่นหมายถึง จะยุ่งยากมากขึ้นในการบริหารประเทศ เราเชื่อว่ารัฐบาลก็ไม่ต้องการให้สถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น