วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฉันทามติในกะลา

ในการตัดสินเดินหน้าทางใดทางหนึ่งนั้น ใครๆ ก็อยากให้การตัดสินใจนั้นได้รับฉันทามติจากผู้คนที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเชื่อกันเป็นเบื้องต้นว่าช่วยกันดูช่วยกันคิดนั้นผิดยากกว่าที่จะคิดคนเดียว ดูคนเดียว แต่ปรากฏอยู่เสมอว่า ฉันทามติที่ได้มากลับไม่เหมือนได้มีการช่วยกันดู ช่วยกันคิดอย่างจริงจังมาแล้ว ฉันทามติที่เกิดขึ้นนั้นดูประหนึ่งเป็นเพียงความคิด ความเชื่อของคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มเล็กกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในกลุ่มใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการฉันทามตินั้น คนนอกมองเข้ามานิดเดียวก็บอกได้แล้วว่าคนกลุ่มนี้เห็นผิดทาง คิดผิดทางไปเสียแล้ว โดยไม่ต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์มากมายอะไรเลย คนทั้งกลุ่มหลงเชื่อไปตามคนคนเดียว หรือเชื่อไปตามคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียวได้อย่างไร ทำไมฉันทามติออกมาผิดทิศผิดทางได้ทั้งๆ ที่ช่วยกันดู ช่วยกันคิดแล้ว

ถ้าอยากได้ฉันทามติที่ใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ต้องมีฉันทามตินอกกะลา คือ ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นต้องใจกว้าง รับฟังจริงๆ รับฟังอย่างตั้งใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร เห็นอย่างไร อย่านึกเองว่าคนอื่นน่าจะคิดเหมือนกับเรา ซึ่งปรากฏหลายครั้งว่าการมีฉันทามติอย่างจำกัดความคิดนำไปสู่ความขัดแย้งตามมาโดยแทบไม่รู้ตัว ผู้บริหารองค์กรหนึ่งคิดไปเองว่าลูกค้าพึงพอใจในกิจการที่ตนเองบริหารกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ลูกน้องบอกว่ามีลูกค้าอยู่สิบคนแต่พบว่าพอใจอยู่แค่คนเดียว ผู้บริหารก็ตอบว่าเป็นความบกพร่องของลูกน้องในการนำเสนอบริการให้กับลูกค้า แต่ไม่ได้บอกว่าจะทบทวนข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้าดูหน่อยว่าแม่นยำเพียงใด ผู้บริหารเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองเชื่อมากกว่าที่จะรับฟังสิ่งที่แตกต่างไปจากความเชื่อของตน จึงชี้นำฉันทามติไปในทางที่ตนเองเชื่อ บ่อยครั้งที่ผลที่เกิดขึ้นตามมาจากฉันทามตินั้นทำให้งงกันว่าก็ช่วยกันคิด ช่วยกันมองแล้วพอจะเดินหน้าตามฉันทามติกลับมีคนนั้นคนนี้ออกมาคัดค้าน

จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่งก่อนที่จะมีฉันทามติใดเพื่อให้แน่ใจว่าฉันทามตินั้นอยู่นอกกะลาความคิดจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่มีพื้นฐานดั้งเดิมที่จะไม่ค่อยรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่างแทบจะไม่มีช่องทางนำเสนอในเวทีที่จะค้นหาฉันทามติ ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องหาหนทางที่จะเปิดช่องทางนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง โดยปราศจากผลกระทบโดยตรงต่อผู้คนที่คิดต่างเห็นต่างในกลุ่มนั้น ถ้าไม่มีหนทางนี้ จะมีแต่ความคิดที่สอดคล้องกับความคิดของคนกลุ่มใหญ่เท่านั้นที่จะหลุดรอดออกมา กลายเป็นฉันทามติในกะลาที่จำกัดการช่วยกันคิด ช่วยกันมอง โดยที่ผู้บริหารกลับพออกพอใจกับฉันทามติในกะลานั้น เพราะเหมือนกับที่ฉันคิดพอดี แต่เดินหน้าตามฉันทามตินั้นเมื่อใด วุ่นวายตามมาทุกครั้ง

หนทางหนึ่งที่จะใช้รับทราบมุมมองที่แตกต่างภายในกลุ่มที่เชื่อมั่นแบบอนุรักษนิยม คือ เครือข่ายสังคมบนอินเทอร์เน็ต เครือข่ายสังคมเปิดช่องทางให้ผู้คนที่คิดต่างเห็นต่างเสนอแนวทางของตนเองต่อส่วนรวมได้โดยมีผลกระทบโดยตรงต่อตนเองน้อยกว่าการนำเสนอในการประชุม หรือในที่ทำงาน อย่างไรก็ดี ผู้บริหารต้องเลือกสรรช่องทางเครือข่ายสังคมให้ดีด้วยว่ามีความหลากหลายเพียงพอ ไม่ใช่ไปเลือกกลุ่มเครือข่ายสังคมในกะลามาเสริมความเชื่อส่วนตัวของตนเองมากขึ้นไปอีก ควรหลีกเลี่ยงที่จะรับฟังมุมมองจากกลุ่มเครือข่ายสังคมที่แสดงให้เห็นว่าความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นส่วนใหญ่ของกลุ่มเป็นเรื่องประหลาด แสดงออกว่าคนที่แตกต่างคือคนโง่ การรับฟังความเห็นจากกลุ่มเครือข่ายสังคมแบบนี้ไม่ช่วยให้ได้ฉันทามตินอกกะลาได้ ในทางตรงข้ามกะลากลับเล็กลงกว่าเดิมเสียอีก

หนทางที่ทางหนึ่งที่จะได้ฉันทามตินอกกะลาอีกทางหนึ่ง คือ ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลและสาระที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นอย่างพอเพียงและเหมาะสม แต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่จำกัดข้อมูลและสาระไว้เพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ต้องให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลและสาระครบถ้วนและพอเพียงในทุกด้าน เนื่องจากข้อมูลและสาระที่จำกัดอยู่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง กลับยิ่งทำให้เกิดฉันทามติในกะลามากขึ้นไปอีก ถ้าเห็นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง โอกาสที่จะคิดไปด้านอื่นมีน้อยมาก หลายองค์กรติดกับดักของข้อมูลและสาระเพียงด้านเดียวจนกระทั่งเลือกเส้นทางอื่นใดไม่ได้ นอกจากเส้นทางเดิมที่เคยเดินมา แม้ว่าปลายทางของเส้นทางนั้นจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยไม่อาจรับรู้คำร้องเตือนของคนนอกองค์กรได้เลย

เมื่อใดก็ตามที่กลุ่มรู้สึกว่าอนาคตของกลุ่มกำลังถูกคุกคามจากอะไรสักอย่างหนึ่ง การตัดสินใจจะโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่งที่สามารถตอบโต้การคุกคามนั้นได้ มากกว่าที่จะหาหนทางที่จะหลีกเลี่ยงการคุกคามนั้น ท่ามกลางการคุกคามจะมีน้อยคนที่จะแสวงหาความจริงในวงกว้าง การมีฉันทามติท่ามกลางการคุกคามต่อความอยู่รอด จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตามความคิดของใครสักคนหนึ่งที่ดูจะใช้ตอบโต้การคุกคามได้ดี คนกลุ่มใหญ่จึงตัดสินใจเหมือนกับคนเพียงคนเดียว หรือกลุ่มเล็กๆ เพียงกลุ่มเดียว คล้ายกับมีกะลามาครอบไว้ไม่ให้เห็นความคิดที่หลากหลาย ซึ่งความอ่อนไหวต่อการคุกคามนั้นขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละองค์กร ถ้าเป็นองค์กรที่เข้มแข็งทั้งด้านฝีมือ ด้านเส้นสาย ด้านทรัพยากร องค์กรนั้นมักไม่ค่อยหวั่นไหวกับการคุกคาม การมีฉันทามติจึงได้มาจากการช่วยกันคิด ช่วยกันมองอย่างกว้างขวาง ไม่มีกะลามาครอบความคิดไว้เพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ฉันทามติขององค์กรที่อ่อนแอจึงมักเป็นไปในทางที่เสี่ยงต่อการผิดทิศผิดทางอยู่เสมอ เพราะเน้นฉันทามติไปในทางที่จะตอบโต้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มากกว่าที่จะหาหนทางแก้ไขและเอาชนะสิ่งที่เห็นว่าเป็นการคุกคามนั้นได้อย่างยั่งยืน