วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกว. ปักธงนโยบายนำงานวิจัยพื้นฐานแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และสังคม

เมื่อวันที่ 16 - 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดการประชุมใหญ่

“นักวิจัยรุ่นใหม่...พบ...เมธีวิจัยอาวุโส สกว.” ครั้งที่ 13 ณ โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีช รีสอร์ท หัวหิน ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในงานมีนักวิชาการและนักวิจัยระดับแนวหน้ากว่า 900 คนมานำเสนอผลงานวิจัยที่มีความโดดเด่นและยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเมธีวิจัยอาวุโส สกว. นักวิจัยอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา ซึ่งจะนำไปสู่การงานวิจัยคุณภาพสูงเพื่อขับเคลื่อนประเทศ รวมถึงจัดให้มีพิธีมอบรางวัลแก่นักวิจัยรุ่นใหม่และรุ่นกลางที่มีผลงานวิจัยดีเด่น เพื่อให้มีกำลังใจในการพัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพสูง และเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นนักวิจัยอาชีพ

ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวถึงวิสัยทัศน์และแผนยุทธศาสตร์ของ สกว. พ.ศ. 2557-2560 อันประกอบด้วย 1. การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในประเด็นสำคัญเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอ ตรงกับปัญหาและสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. การสร้างและเพิ่มศักยภาพของนักวิจัย บุคลากรวิจัย และองค์กรวิจัย ให้มีขีดความสามารถในระดับนานาชาติ 3. การพัฒนาระบบวิจัยให้มีประสิทธิภาพ มีการทำงานเป็นเครือข่ายและเชื่อมโยงสู่สากล 4. การบริหารจัดการเพื่อนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และการพัฒนาระบบการสื่อสารและการเชื่อมโยงกับสังคมและฝ่ายนโยบาย และ 5. การพัฒนาองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงซึ่ง สกว.จะผลักดันให้มีการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยไปประยุกต์แก้ไขปัญหาของภาคประชาสังคมและประเทศอย่างเป็นรูปธรรมจึงได้แต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ ดร.สมปอง ธรรมศิริรักษ์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เพื่อดูแลรับผิดชอบนำองค์ความรู้จากงานวิจัยพื้นฐานไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมและตอบโจทย์ของประเทศ

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการมากล่าวปาฐกถานำเรื่อง “การขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ” ซึ่งเน้นว่า การวิจัยมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศประเทศไทยจำเป็นต้องมีการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้วยตนเองจึงจะถือว่าเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยังต้องอาศัยนักวิจัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัย ดังนั้นจึงต้องทบทวนบทบาทที่ชัดเจนของนักวิจัยและมหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องพร้อมด้วยขีดความสามารถทางการวิจัยเป็นหลัก รองมาคือความพร้อมในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงให้แก่ประเทศ มหาวิทยาลัยลักษณะเช่นนี้จะเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ผลที่ได้คือนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมขีดความสามารถของประเทศสูงขึ้นและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนสังคมอย่างมีคุณภาพ และเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงศึกษาธิการ โดย สกอ. จะสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยในมหาวิทยาลัยให้มากยิ่งขึ้นเพื่อยกระดับการศึกษาของประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยไทยติดอันดับโลกขณะที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ได้อนุมัติโครงการพัฒนาอาจารย์รุ่นใหม่ในอุดมศึกษาวงเงินกว่า 47,000 ล้านบาท เพื่อให้การพัฒนาอาจารย์มีความต่อเนื่องในทุกระดับ มีผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลา 15 ปี

ในด้านทิศทางการวิจัยของประเทศกับภาคอุตสาหกรรม ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวเน้นระหว่างการบรรยายเรื่อง “ความสำคัญของงานวิจัยพื้นฐานต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย” ว่า งานวิจัยพื้นฐานมีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย เนื่องจากเป็นรากฐานในการสร้างเทคโนโลยีระดับสูง ทั้งนี้ได้ยกตัวอย่างประเทศแถบเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญด้านการศึกษาและวิจัยและภาคเอกชนควรมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษาและการวิจัยเพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีการพัฒนาทัดเทียมต่างชาติ เช่น กลุ่ม ปตท. ที่สนับสนุนให้เกิด Rayong Institute of Science and Technology (RAIST) ซึ่งวางให้เป็นสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศภายใน 5 ปี

ในตอนท้ายของงานประชุม ยังได้จัดให้มีการเสวนา เรื่อง “เส้นทางสู่นักวิจัยอาชีพ” โดยศาสตราจารย์ ดร.โสพิศ วงศ์คำ และ รองศาสตราจารย์ ดร.บรรจบ ศรีภา นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2556 พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สันติ แม้นศิริ และ ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ซึ่งจุดประกายให้นักวิจัยรุ่นใหม่ทุกคนมุ่งฝ่าฟันอุปสรรคจนเป็นนักวิจัยระดับแถวหน้าในอนาคตพร้อมกับให้ข้อคิดว่าการเป็นนักวิจัยที่ดีต้องศึกษาอยู่ตลอดเวลา มีความสุขกับการทำงานวิจัย และต้องสร้างคนที่เก่งและมีคุณธรรมนอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์นพ.ยง ภู่วรวรรณ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณรุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล นักเอกสารสนเทศระดับเชี่ยวชาญ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลมาช่วยปลูกฝังจริยธรรมและจรรยาบรรณสำหรับนักวิจัย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับข้อควรพิจารณาในการตีพิมพ์บทความในวารสารที่เป็น Open Access (วารสารวิชาการที่อ่านได้อย่างเสรี)

อนึ่งในสภาวะสังคมและเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศอย่างเข้มข้นนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีศักยภาพด้านการวิจัยในการขับเคลื่อนประเทศอีกทั้งการส่งเสริมการศึกษายังเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานสำหรับการสร้างคนให้มีคุณภาพสกว. จึงชูวิสัยทัศน์ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการเพื่อให้เกิดการบูรณาการด้านการวิจัยอย่างสูงสุดเพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน