วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"พังแตงโม" เหยื่อ "ของใคร"

ภาพของช้างพังแตงโม วัย 4 ปีที่มีสภาพผอมโซ หมดเรี่ยวแรง กำลังใช้งวงกอดเจ้าของคือนายนิติวินทร์ อมรสิน ที่กำลังป้อนนม

ด้วยความดีใจหลังจากพลัดพรากจากกันมาแรมปี แม้ในความสลด แต่กลับเป็นภาพประทับใจของผู้พบเห็น

กรณีช้างพังแตงโม ช้างของกลางที่ถูกนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับตำรวจป่าไม้ มีคำสั่งให้อายัด และยึดไปดูแลที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง มากว่า 1 ปีเศษ

ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่กลุ่มควาญช้างจากทั่วประเทศ รวมตัวกันเรียกร้องให้ปลดนายดำรงค์ พ้นจากเก้าอี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งหากไล่เรียงโดยสรุป ความคุกรุ่นของม็อบช้าง ที่หวิดเข้ามาจ่อทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบ 2 เดือนก่อน หลังจากนายเนติวินทร์ เจ้าของลูกช้าง "พังแตงโม" จากพื้นที่ จ.สุรินทร์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ เมื่ออัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง และให้รัฐคืนช้างของกลางให้กับเขาทันที

แต่การเดินทางในครั้งนั้น พบว่าลูกช้างของกลาง ที่ถูกอายัดไปดูแล กำลังอยู่ในสภาพใกล้ตายในไม่ช้านี้ ผิดจากภาพถ่ายในวันตรวจยึดเมื่อเดือน เม.ย. 2555 พังแตงโม ยังอ้วนท้วนสมบูรณ์ ขี้เล่น ไม่ได้ป่วยใกล้ตาย

นั่นจึงทำให้คนช้างจำนวนหนึ่ง ออกมาถามหาความรับผิดชอบจากนายดำรงค์ และกรมอุทยานฯ เพื่อขอให้ชดเชยความเสียหายให้กับเนติวินทร์ แต่ดูเหมือนว่าการเรียกร้องจะไม่มีการขานรับใดๆ กระทั่งพวกเขาต้องใช้ "หมัดสุดท้าย" จึงเดินทางมายื่นหนังสือกับกรมอุทยานอีกครั้ง ผ่านในเวทีรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่..) พ.ศ... ที่จัดขึ้นในวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา

แต่ดีกรีความร้อนแรงกลับพุ่งเป้าไปที่นายดำรงค์ ทันทีที่เขาออกมาพูดผ่านสื่อถึงกรณีดังกล่าว พัวพันไปถึงการยกร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า... จนเกือบยกระดับเป็นม็อบช้างกู้แผ่นดิน

หากมองในมุมบวก การยกร่างฉบับนี้ แม้กรมอุทยานฯจะระบุเป้าหมายในแก้ปัญหาช้างอย่างเป็นระบบ และครอบคลุมช่องโหว่ที่ไทยเคยถูกโจมตีจากนานาชาติต่อกรณีการลักลอบล่าช้าง ค้าช้างทั้งภายใน และนอกประเทศ แต่ยังคงมีจุดอ่อนหลายส่วน โดยเฉพาะการเร่งรีบยกร่างกฎหมาย จนขาดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ที่สำคัญการให้อำนาจกับอธิบดีกรมอุทยาน เป็นผู้มีอำนาจในการชี้ขาดการครอบครองช้าง หรือการจัดการสวัสดิภาพช้าง จึงอาจจะเกิดความลักลั่นหรือผลประโยชน์ทับซ้อนได้ง่าย

ในทางกลับกันการยกร่างกฎหมายช้าง ที่มีหน่วยงานดูแลอย่างน้อย 3 กระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทส.เคยพยายามมาแล้วหลายครั้งในช่วงเวลาเกิน 10 ปี แต่กลับล้มแทบทุกครั้งเพราะการขาดการรับฟัง และการหวงอำนาจที่อาจต้องมีเพียงหน่วยงานเจ้าภาพเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่สำเร็จสักครั้ง

ผู้เขียนหวังว่า บทเรียนจากพังแตงโม น่าจะนำไปสู่การจัดการช้างบ้าน และช้างป่าที่สมบูรณ์ในอนาคต อย่าให้พังแตงโม เป็นเพียงเหยื่อการสร้างผลงาน หรือแค่ประโยชน์จากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น