ประเด็นร้อนระดับโลกเรื่องหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา คือการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศปิดทำการ หรือ Government Shutdown
ระหว่างวันที่ 1-16 ตุลาคม ทำเอางานเข้า สาเหตุเนื่องจากการเมืองภายในเขาขัดกันไปมา คุยกันไม่เข้าใจ งบประมาณประจำปี เลยมีอันเป็นไป ไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาหน้าตาเฉย
ทันทีที่ไม่มีเงิน รัฐบาลก็มีความจำเป็นต้องจัดการประเด็นเรื่องคนทันที
เจ้าหน้าที่บางส่วนโชคดี ถูกระบุว่าทำงานที่จำเป็น จึงให้มาทำงานได้เงินเดือนตามปกติ
อีกส่วนใหญ่ จัดในกลุ่มที่ต้องมาทำงาน แต่ค่าจ้างจะได้เมื่อไหร่ ไม่รู้นะ
กลุ่มสุดท้าย จำนวนเกือบประมาณ 800,000 ตำแหน่ง ช้ำใจสุด เพราะถูกแจ้งให้หยุดอยู่บ้าน พักงานแบบไม่มีกำหนด
ที่เดือดร้อนหนัก คือไม่ได้พักเฉยๆ เพราะเงินที่เคยได้ก็งด อดไปก่อนค่ะ
ตื่นเช้าขึ้นมาจะไปทำงาน แต่ได้รับการแจ้งว่า กรุณาอยู่บ้าน ไม่มีงานให้ทำครับ เพราะคุณได้รับการคัดเลือกแล้วว่า
“ไม่จำเป็น”
ปกติคนทำงานภาครัฐทั่วไป จัดได้ว่าอัตราเสี่ยงถูกปลด หรือถูกลดเงินเดือน ถือว่าน้อย ไม่ต้องล่องลอยพลอยฟ้าพลอยฝนเฉกเช่นคนในภาคเอกชนทั่วไป
แต่เมื่อวันร้ายคืนร้าย กลายเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ต้องถูกพักงานกะทันหัน จึงได้แต่มองหน้ากันไปมา เพราะเขาประกาศว่ากลุ่มเรา “non-essential” - “ไม่จำเป็น”
ทั้งไม่มีรายได้ ทั้งช้ำใจ เพราะฉันเป็นคนที่ “ไม่จำเป็น”...
จากบทเรียนข้างต้น คนมืออาชีพอย่างพวกเราควรเริ่มเพิ่มความระแวดระวัง ห้ามนั่งเหม่อ เผลอไม่ได้
เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ใด จุดไหนของโลก ต่างมีแต่ความเสี่ยงเลี่ยงไม่พ้น วันร้ายคืนร้าย เราอาจกลายเป็นมนุษย์ “ไม่จำเป็น” เช่นกัน
วันนี้ดิฉันจึงขออนุญาตเล่าผลการศึกษาล่าสุดของอาจารย์ Jack Zenger และ Joseph Folkman ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยพฤติกรรมของคนทำงาน ให้ท่านผู้อ่านลองใช้เป็นแนวทางสร้างความมั่นคงในอาชีพ เอาให้องค์กรงอนง้อ ขอร้องว่า หนูอย่าไปไหนเลย
การศึกษาล่าสุด คือการเข้าไปเจาะลึกว่า องค์กรโดยรวม ยามที่ต้องลดคน เขาขนใครออกไปก่อน
ทีมงานศึกษาสถิติขององค์กรชั้นนำระดับ Fortune 100 ที่ผ่านทั้งการยุบ ทั้งขยาย ทั้งกลายพันธุ์ด้วยการควบรวม จึงล้วนผ่านการลดคน จนชิน
เขาเข้าไปวิจัยว่า คนที่มีอันเป็นไป ไม่ได้อยู่ต่อ มีจุดใดที่คล้ายกันบ้าง
สรุปประเด็นที่โดดเด่น เห็นชัด จัดเป็น 6 ข้อเตือนใจได้ดังนี้ค่ะ
1. เราอยู่ในจุดกลยุทธ์หรือไม
คนที่ต้องจากลา ถูกมองว่าทำงานในตำแหน่งเบี้ยใบ้รายทาง ห่างจากงานภาพใหญ่ ไม่ได้แตะงานสำคัญ หรือทำเฉพาะงานประจำ เจาะเฉพาะจุด แม้ขาดไป งานใหญ่ก็ไม่ได้สะดุดหยุดชะงัก
ดังนั้น หากอยากเป็นคนที่องค์กรจำเป็นต้องมี ต้องเล็งหาที่ที่เราเข้าใกล้งานเชิงกลยุทธ์ ต้องจับงานสำคัญ ผันตัวไปอยู่ในจุดที่เป็นหัวใจในธุรกิจนั้นๆ
2. หากผลงานไม่เข้าเป้าต่อเนื่อง ก็เป็นเรื่องเช่นกัน
ข้อนี้พี่น้องคงไม่ข้องใจ คาดได้ไม่ยาก หากต้องมีใครอยู่ใครไป คนที่จะนอนไปก่อนใคร ไม่หนีผู้ที่ไม่มีผลงาน
ดังนั้นหากอยากให้องค์กรง้อ ท้อไม่ได้ คิดเสมอว่าต้องทำอย่างไรให้ผลงานดี คุ้มราคา มีปัญหาก็ต้องกัดฟันสู้ ไม่ดูดาย คิดว่าหากงานง่าย เขาคงไม่ต้องจ่ายจ้างเรา
3. มีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ หรือความโปร่งใสหรือไม่
หากมีประเด็นก้ำกึ่งๆ อาทิ มือดูไม่สะอาด ติดเหม็น หรือเป็นคนมีเรื่องลือ ฮือฮาเสี่อมเสีย
ยามที่องค์กรต้องตัดสินใจว่าใครจะอยู่ใครจะไป ประเด็นนี้ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นมาก
หากอยากคงความมีค่า จึงต้องอยู่อย่างสง่างาม อย่าให้ใครหยามได้ว่าไม่โปร่งใส ไม่น่านับถือ
4. คนที่ไม่เก่งเรื่องคน อับจนก่อน
หากไปไหนแล้ววงแตกทุกครั้ง ชอบทำทีมพัง ทั้งสั่งสมศัตรู เรื่องคนไม่เคยดูดีดูดำ แม้ทำงานแสนเก่ง ก็อาจไม่รอด ไม่ปลอดภัยค่ะ
หากอยากเป็นคนที่องค์กรจำเป็นต้องมี ต้องเร่งสั่งสมบารมีเรื่องคน ต้องไม่จนน้ำใจ ช่วยใครได้ ต้องไม่รีรอ ทีมไหนๆก็ต้องง้อ ขอให้อยู่
5. คนที่ต้านการเปลี่ยนแปลง
ก็มาแรง แซงคิวออก ขอบอกครับ
ทั้งการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ตลอดจนการปรับเปลี่ยนตนเองให้ทันเกม ทันกาล ถือเป็นงานสำคัญ
หากอยากเป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ว่าฉันจะอยู่หรือจะไป ฉันสวยเลือกเองได้ กรุณาว่องไวในการปรับ ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ และให้ดี เพราะจะมีมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติแสนธรรมดา
6. คนที่ไม่มีเครือข่าย ขาดคนสนับสนุนจุนเจือ
ยามเพลี่ยงพล้ำ ทุกคนพร้อมกระหน่ำ ย่ำยี ก็ยากที่พี่จะอยู่ยงคงกระพัน
ดังนั้นคนที่ทำงานเป็น คือคนที่เห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่าย ยามปกติดีก็ส่งเสริมงานกันได้ วันร้ายคืนร้ายก็ไม่ทอดทิ้งกัน
ทั้งนี้ ดิฉันมิได้หมายรวมถึงการเล่นพรรคเล่นพวกแบบไม่โปร่งใส ไม่ยุติธรรม เพราะกรรมมีจริง ขอบอก
แม้หลอกใครๆได้ แต่ก็ไม่นานค่ะ
สรุปว่า หากอยากทำตัวให้เป็นคน “จำเป็น” ต้องเริ่มเล่นตั้งแต่วันนี้ ตอนยังมีเวลาสั่งสมผลงาน สานความสัมพันธ์ ขยันพากเพียรอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง
เพราะยามเกิดเรื่อง ไม่น่าจะเร่งเบ่งกล้ามทัน อนาคตสั้นไปโดยปริยาย
สำหรับท่านที่มาถูกทาง และทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว หากยังไม่แคล้ว “โดน” ถูกระบุว่า “ไม่สำคัญ”
ขอให้ตระหนักว่า ชีวิตการทำงาน ก็เป็น “เช่นนั้นเอง”
ทำตัวยืด คอตรง ลงอย่างสง่างาม
หากทำเต็มที่เช่นนี้ หาที่ใหม่ย่อมได้
ไม่ต้องง้อใครคะ






