ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับประมาณการส่งออกปีนี้เหลือ 1% เช่นเดียวกับหลายสำนักวิจัย
ที่มีการปรับประมาณการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งบางสำนักอาจประมาณสูงกว่าธปท. แต่ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าภาคส่งออกของไทย ที่เป็นแกนหลักของเศรษฐกิจประเทศ ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว ที่เป็นเป้าหมายปลายทางของสินค้าส่งออกของไทย และอาจจำเป็นต้องมีการประเมินกันอย่างจริงจัง ว่าภาคส่งออกมีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไร
การปรับประมาณการของธปท. เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก ในเดือนก.ย. 2556 ซึ่งปรากฏว่าลดลงมากถึง 7.09% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 18,830.5 ล้านดอลลาร์ ลดลง 5.23%ส่งผลให้ขาดดุลการค้าเดือน 473.3ล้านดอลลาร์ และหากคิดรวมในช่วง 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 172,139 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.05% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 189,813.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.21% และ ดุลการค้าขาดดุล 17,674.2ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าส่งออกปีนี้แค่ไม่ติดลบก็ถือว่าดีแล้ว
อย่างไรก็ตาม รายงานนโยบายการเงินของธปท.ในเดือนต.ค. มีประเด็นที่น่าสนใจในบทวิเคราะห์ของรายงานฉบับนี้ เรื่อง "ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างการผลิตต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว" โดยระบุว่าเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวส่งผลให้การส่งออกของหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียเหนือ ซึ่งหมายถึงเกาหลีใต้ ไต้หวันและฮ่องกง ปรับดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่สอง แต่การส่งออกของไทยยังไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก โดยสาเหตุมาจากข้อจำกัดทางโครงการการผลิตเพื่อส่งออก
บทวิเคราะห์ดังกล่าวยกตัวอย่างอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความต้องการในตลาดโลก และเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเต็มที่ การส่งออกอาจไม่สามารถกลับมาขยายตัวสูงเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยเช่นในอดีตได้อีกต่อไป ดังจะเห็นได้จากสินค้า Hard Disk drive(HDD) และ Integrated Circuit(IC) ที่เป็นตัวขับเคลื่อนภาคส่งออกไทยมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่าในช่วงปีนี้ ตลาดโลกขยายตัว การส่งออกของกลุ่มนี้กลับปรับลดลง
ทั้งนี้เป็นเพราะว่าไทยเป็นฐานผลิต HDD มานาน แต่ปรากฏว่าความต้องการในตลาดลดลงตามลำดับ เพราะผู้บริโภคหันไปใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากขึ้นในอุปกรณ์ใหม่ๆ เช่น สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ซึ่งใช้หน่วยความจำประเภท Solid State Drive(SDD) แม้ว่าผู้ผลิตรายใหญ่หันไปผลิต SDD แต่ปรากฏว่ายังคงใช้ไทยเป็นฐานผลิต HDD เช่นเดิม เพราะไทยไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะดึงดูดนักลงทุนให้ย้ายฐานมาผลิตในประเทศ เพราะไม่มีความพร้อมตั้งแต่เรื่องกำลังคน เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ชิ้นนี้ได้เสนอให้ไทยจำเป็นต้องยกศักยภาพการผลิต ซึ่งกรณีนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น และไม่แปลกที่การส่งออกไทยจะลดลง เพราะแข่งขันไม่ได้ อีกทั้งในสายตาต่างชาตินั้นศักยภาพการแข่งขันของไทยก็ลดลงมาโดยตลอด เราเชื่อว่าแนวทางการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันนั้น หน่วยงานของรัฐรู้ดีว่าจะทำอย่างไร เพราะที่ผ่านมามีการพูดกันมาก ทั้งระดับรัฐบาลและหน่วยงานเศรษฐกิจต่างๆ แต่ปัญหาคือเรายังไม่ได้ นอกจากพูดเท่านั้น สิ่งนี้กำลังจะเตือนว่า เรากำลังสูญเสียความสามารถแข่งขันไปทีละอุตสาหกรรม ทั้งๆ ที่รู้ล่วงหน้าและมีเวลาเตรียมตัว






