แม้สถานการณ์น้ำท่วมที่ "นิคมอมตะนคร" จะแห้งกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าได้ส่งผลกระทบ
ไม่น้อยต่อบริษัทส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนิคมแห่งนี้ รวมไปถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่แม้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบแบบหนักหนาสาหัส เหมือนเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ก็ตาม
แต่บรรดาผู้ประกอบการ ในภาคการผลิตทั้งที่อยู่ในนิคมอมตะ และกระจายอยู่ในนิคมอื่นๆ ก็เริ่ม "ไม่ไว้ใจ" ในสถานการณ์น้ำของประเทศไทย เพราะเริ่มคาดเดาลำบากมากขึ้น ไม่รู้ว่าปีไหน หรือช่วงเวลาไหนน้ำจะท่วม และการท่วมจะท่วมพื้นที่ใด ซึ่งเป็นหนึ่งใน "ข้อร้องเรียน" ของบรรดาผู้ประกอบการต่อรัฐให้เร่งทำความเข้าใจ ชี้แจง กำหนดทิศทางบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อบอก "ล่วงหน้า" ให้ผู้ประกอบการได้เตรียมตัว
"รัฐต้องส่งสัญญาณ หาแนวทางป้องกัน มีระบบเตือนล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการจะเตรียมตัวลำบาก เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าจะท่วมในพื้นที่ไหน อย่างไร" นี่เป็นหนึ่งในความเห็นของผู้ประกอบการ
ปัจจุบัน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะกลุ่มฮาร์ดดิสก์มีฐานผลิตในไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 35-40% เป็นฐานผลิตใหญ่อันดับ 1 ของโลก ซึ่งที่ผ่านมา กลุ่มนี้โดนผลกระทบอย่างหนักหน่วงตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาจนถึงการขึ้นค่าแรง 300 บาท ยังไม่นับรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะตลาดพีซีที่ยอดขายลดลงฮวบฮาบ ซึ่งพีซีถือเป็นตลาดใหญ่ของฮาร์ดดิสก์ ขณะที่ บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ระดับโลกอย่างน้อย 3 ราย ปักฐานการผลิตอยู่ในไทย ถือเป็น "สินทรัพย์" ที่มีค่ามาก รัฐจึงควรรักษาสินทรัพย์นี้ไว้ เพราะมีมูลค่าการส่งออกมากถึง 400,000 ล้านบาท ให้อยู่ในไทยต่อไปได้
ขณะเดียวกัน นโยบายส่งเสริมการลงทุน ก็เป็นสิ่งที่เอกชนมีความกังวลยิ่งนัก เพราะจะเป็นตัวที่ส่งสัญญาณว่า อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์จะยังใช้ฐานการผลิตในไทย หรือมีแผนจะย้ายออกไปใช้ฐานการผลิตในประเทศอื่นแทน ซึ่งหากเป็นเหตุผลอย่างหลัง จะสร้างความเสียหายให้แก่ภาคการผลิต ภาคส่งออก ความเชื่อมั่นของการลงทุนในไทยอย่างมากมายมหาศาล
ปัญหาเรื่อง "ค่าแรง 300บาท" ก็เป็นปัญหาที่ทำให้ภาคการผลิตขยายตัวลำบากมากพออยู่แล้ว ซึ่งความเห็นของผู้ที่อยู่ในภาคการผลิต เห็นตรงกันว่า ขณะนี้ค่าแรงในไทย "สูงมาก" เมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลกที่ค่าแรงต่ำ ดังนั้นหากไทยไม่มีนโยบายที่จะส่งเสริมการลงทุนที่ดี แถมค่าแรงในประเทศก็แพง แน่นอนว่า คงได้เห็นการ "ย้ายฐานผลิต" ไปยังที่ที่ดีกว่าบ้านเราแน่นอน
ข้อเสนอของ "ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ" นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ที่ให้ร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้สูงขึ้นหันมาผลิตแบบใหม่ ไฮเทคมากกว่าเก่าเป็นออโตเมชั่นมากขึ้น ขณะที่ รัฐเองก็ต้องสนับสนุน จะได้ร่วมกันผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้ง สถาบันการศึกษา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เอสเอ็มอีต่างๆ ช่วยกันยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้สูงขึ้น จึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ รัฐควรต้องกลับไปคิดทบทวน และกำหนดทิศทางการสนับสนุนให้ชัดเจน
หากไม่เริ่มคิด และไม่มีมาตรการใดๆ ออกมา "ไทย" คงต้องสูญเสียฐานการผลิตระดับโลกให้คนอื่นเป็นแน่แท้






