ไม่เพียงแต่ข้อ"กังขา" การใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้ ว่าตัวเลขการใช้เงินไปกับโครงการ 6.79 แสนล้านบาทหรือไม่
ยังต้องค้นหาคำตอบที่แท้จริงจากรัฐบาล เช่นเดียวกับโครงการข้าวถุงราคาถูก เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปช่วยลดค่าครองชีพ รัฐบาลได้ให้องค์กการคลังสินค้า(อคส.)เป็นผู้ดำเนินการ เดือนละ 300,000 ตัน เป็นเวลา 6 เดือน ตัวเลขรวมน่าจะอยู่ที่ 1.8 ล้านตัน เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. 2556 นำไปบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ขายให้กับประชาชนในราคาถุงละ 70 บาท เป็นข้าว 5%โดยใช้ตราสัญลักษณ์อคส.
ว่ากันว่างานนี้เป็นเรื่องลี้ลับไม่ต่างจากโครงการรับจำนำข้าว แต่คณะอนุกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ ชุดที่มี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี เป็นประธาน ได้กลิ่นคอร์รัปชันโชยมาจากโครงการนี้ ถึงขั้นตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาวางเครือข่ายตรวจสอบ ลงพื้นที่ทุกซอกทุกมุม บางพื้นที่ไปเป็นทีมบางพื้นที่ก็ฉายเดี่ยว เรียกว่าเก็บพอมูลมาหลายเดือนทีเดียว
เหตุผลที่ทำให้คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ต้องทำงานหนัก เพราะไม่เชื่อมือว่ารัฐมีโครงการขายข้าวถุงราคาถูกให้กับประชาชนในราคาถุงละ 70 บาทอย่างที่โอ้อวดไว้ หลายพื้นที่ที่ไปสัมผัสกลับพบว่ามีการขายข้าวราคาสูงเกินกว่าที่ประกาศไว้อยู่ที่ 80-85 บาทต่อถุง ซ้ำร้ายบางพื้นที่แทบหาข้าวราคาถูกถุงละ 70 บาทไม่เจอ
หลายพื้นที่ที่คณะอนุกรรมาธิการลงไปตรวจสอบ กลับได้ข้อมูลหลักฐานที่เป็นเอกสารชัดๆ ติดไม้ติดมือมาพอสมควร หนักกว่านี้บางพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเองไม่รู้เรื่องมาก่อนว่ามีโครงการอย่างนี้เกิดขึ้น ยิ่งทำให้การตรวจสอบต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าโครงการนี้ช่วยเหลือประชาชนส่วนไหนกันแน่
ผู้ร่วมตรวจสอบบอกชัดเจนว่าโครงการข้างถุง"ไปไม่ถึงมือประชาชน" สิ่งที่ทำให้เชื่อว่าโครงการนี้ล้มเหลวเห็นชัดเจนเมื่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ เอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบ รัฐบาลกลับสั่งหยุดดำเนินการกลางคันเสียอย่างนั้น ตัวเลขคร่าวๆ ที่ทำไปแล้วน่าจะอยู่ที่ 8-9 แสนตัน หากนับรวมโครงการข้าวถุงทั้งหมดน่าจะอยู่ที่ 2.5 ล้านตัน เฉพาะส่วนนี้อยู่ที่ 1.8 ล้านตัน
สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ประจักษ์นั่นคือความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งมาจาก 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือข้าวถุงที่ทำขึ้นมาไม่ถึงมือประชาชน
ส่วนที่สองรัฐบาลมี"ค่าโง่"เกิดขึ้นในการจ้างเอกชนแพ็คข้าวถุงขนาด 5 กิโลกรัมอยู่ที่ถุงละ 26 บาท หากคิดคำนวณข้าว 9 แสนตันเป็นเงินเท่าไหร่? แม้จะไม่สูญเสียทั้งหมด 9 แสนตัน แต่คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้เชื่อว่ามีเงินหายไปครึ่งๆ
ส่วนที่สาม ของความเสียหายนั่นคือ"มูลค่าข้าวรัฐคิดต้นทุนที่ตันละ 7,625 บาท" เชื่อว่าราคาข้าวส่วนนี้ไม่ได้ถูกนำไปบรรจุข้าวถุง แต่กลับถูกนำไปขายในตลาดแทน เพื่อหาส่วนต่างจากราคาตลาดอย่างน้อยตันละ 6,000 บาท
ทั้งสามประเด็นเป็นเหตุทำให้คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ จำเป็นต้องสรุปเรื่องเพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ที่มี วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ เป็นประธาน ก่อนสรุปเรื่องเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในไม่ช้า
ฉะนั้นเรื่องนี้คงจะเป็นบทพิสูจน์การทำงาน ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ อีกทางหนึ่งว่า จะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้แค่ไหน หากมองเห็นประเทศชาติกำลังถูกย่ำยี กับโครงการหลอกลวงประชาชนจริง หวังว่าอีกไม่ช้าก็จะรู้แจ้งเห็นจริง ว่าใครคือเหลือบตัวสำคัญ ที่เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน ในการคอร์รัปชันกับโครงการนี้บ้าง อย่างน้อยหลักฐานการตรวจสอบพอจะโยงใยให้เห็นแล้วว่า มีใครบ้างที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งการเมือง ภาครัฐ และเอกชน
หากเป็นเช่นนี้แล้วหวังอย่างยิ่งว่าในไม่ช้าเราจะได้เห็น "ไอ้โม่ง ข้าวถุงกันเสียที"...






