วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อเปิด 'เขตการค้าเสรี' ที่เซี่ยงไฮ้, จีนก็ขยับเข้าเป็นทุนนิยมอีกก้าว

พอผมได้ข่าวว่า ใน “เขตการค้าเสรี” เมืองเซี่ยงไฮ้ ที่เพิ่งเปิดใหม่เอี่ยมอ่อง เจ้าหน้าที่จีนจะยอมให้ใช้ทวิตเตอร์

และเฟซบุ๊คได้เป็นครั้งแรก ผมก็สนใจจะไปดูด้วยตัวเอง เพราะไปเมืองจีนทุกครั้ง เข้า social media ไม่ได้ ยกเว้นจะเล่น “ทวิตเตอร์จีน” ที่เรียกว่า “เวยโป๋” เท่านั้น

ที่รัฐบาลจีน ยอมให้เปิด “เขตการค้าเสรี” ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็น่าตื่นตาตื่นใจอยู่แล้ว แต่หากยอมให้เป็น “เขตปลอดเซ็นเซอร์” ของทางการจีนในแง่ของการรับรู้ข่าวสารทั่วโลกได้อย่างเสรีด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้ผู้คนสนใจที่จะทดลองมากยิ่งขึ้น

การเปิด Pilot Free Trade Zone (FTZ) ที่ฝั่งปู่ตง ของเซี่ยงไฮ้ ที่เริ่มเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ต้องถือว่าเป็นความกล้าหาญทดลองกับระบอบทุนนิยมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอีกครั้งหนึ่ง เพราะเท่ากับว่าเป็นการแหย่ขาข้างหนึ่งเข้าไปในระบบเสรี ที่คนจีนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น

- ให้ตลาดกำหนดอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงได้อย่างเสรี

- เพิ่มอิสระที่จะให้แลกเปลี่ยนเงินหยวนเป็นเงินสกุลอื่นอย่างคล่องตัว

- เปิดให้ต่างด้าวมาลงทุนอย่างเสรีในธุรกิจด้านเดินเรือ การธนาคาร การท่องเที่ยว ประกันสุขภาพ

นักวิเคราะห์บางคนบอกว่ารัฐบาลกลางจีน ต้องการจะให้ “เขตการค้าเสรี” ของเซี่ยงไฮ้แข่งกับฮ่องกง แต่ผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่เชื่อว่าฮ่องกงยังไม่ต้องหวาดหวั่นอะไร เพราะ “เขตการค้าเสรี” ของเซี่ยงไฮ้ จะเดินหน้าในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป

ระดับนโยบายจีน บอกว่า จะใช้เวลาอย่างน้อยสามปี จึงจะทำให้เขตการค้าเสรีที่กินพื้นที่ประมาณ 11 ตารางไมล์ นี้มีความเป็น “เสรี” จริงๆ

แต่ผมมองว่านี่เป็นก้าวใหญ่สำหรับจีน ไม่ต่างกับความน่าตื่นตาตื่นใจ ที่อดีตผู้นำ เติ้ง เสี่ยวผิง ประกาศ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” (Shenzhen Special Economic Zone) ที่เมืองเสิ่นเจิ้น ตรงข้ามกับฮ่องกง เมื่อปี ค.ศ. 1980 หรือเมื่อ 33 ปีก่อน

ตอนที่เกิดโครงการนี้ใหม่ๆ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อว่าจะพัฒนามาเป็นเมืองเปิด ที่ระบบทุนนิยมเดินหน้าอย่างเต็มตัว เพราะวิเคราะห์กันว่าอย่างไรเสีย พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็คงไม่ยอมให้การค้าการขายและลงทุน อย่างเสรีแบบตะวันตกจะเกิดขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสันได้

แต่วันนี้ เสิ่นเจิ้น เป็นตัวอย่างของการทดลองกับระบบทุนนิยมที่ติดเครื่องวิ่ง และไม่รู้จักคำว่าเกียร์ถอยหลัง กลายเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจการตลาดอย่างเต็มตัว

การเปิด “เขตการค้าเสรี” ที่เซี่ยงไฮ้ ก็จะเดินไปในทำนองเดียวกัน แรกๆ จะยังมีคำถามมากว่าตกลงจะเปิดกว้างแค่ไหน และทางการจะยอมให้เซี่ยงไฮ้เปิดกว้างเหมือนฮ่องกงหรือไม่

หากทางการจีนจำกัดให้บริษัทต่างๆ ทำกิจกรรมเสรีเฉพาะภายในเขตเท่านั้น ผลที่จะเกิดก็คงมีน้อย แต่หากบริการการเงินเปิดให้บริษัทไหนก็เข้าไปใช้ได้ ด้วยการเพียงไปเปิดสำนักงานตัวแทนใน FTZ เท่านั้น ก็จะหมายความว่าจีนได้เปิดกว้างอย่างจริงจัง

ผมถามคนเก่าแก่ที่นั่นว่ากฎกติกามารยาทของ “เขตการค้าเสรี” ที่ว่านี้ เป็นอย่างไรกันแน่ คำตอบคือ “ยังไม่ชัดเจน...รอให้มีการแถลงอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน”

ผมถามว่า ถ้ากฎเกณฑ์ยังไม่ชัด ทำไมจึงประกาศเปิดตัว Shanghai FTZ ก่อน?

เพื่อนชาวจีนคนที่รู้เรื่องดีบอกว่า นี่เป็นวิธีการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน...นั่นคือ “อะไรที่ไม่ระบุว่าห้ามทำ ก็ถือว่าทำได้...”

คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดบริการการเงินอย่างเสรี เช่นให้ดอกเบี้ยขึ้นลงตามอัตราตลาด รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงเหมือนทุกวันนี้ แล้วจะให้อยู่เฉพาะใน “เขตการค้าเสรี” เท่านั้น

เกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเขตใดเขตหนึ่งหรือตีเส้นว่าเฉพาะบริเวณนี้เท่านั้นที่อัตราดอกเบี้ยจะเสรี แต่วิ่งออกไปถนนอีกสายหนึ่งนอกเขต FTZ แล้ว สถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยอีกอัตราหนึ่ง

ถึงอย่างไรผมก็ต้องขอแวะไปเยี่ยมเยียน เพื่อพิสูจน์ว่าจีนกำลังจะเปิดกว้างเรื่อง social media และพร้อมที่จะกระโจนลงสระใหญ่ ที่ชื่อ “ทุนนิยม” รอบใหม่จริงๆ

แต่ถ้าผมยังไม่เห็นชื่อ “สี จิ้นผิง” ในทวิตเตอร์ ผมก็ยังไม่เชื่อว่าเขาเอาจริง