วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุ่มเทเพราะเท่าเทียม

ถ้าถามใครว่าการงานของเขาเป็นอย่างไร จะมีคำตอบที่แตกต่างกันอยู่สองแบบ แบบหนึ่งเป็นคำตอบที่บ่งบอกความภาคภูมิใจในการงานของตน

อีกแบบหนึ่งจะไปในทำนองที่ว่าหน่วยงานฉันย่ำแย่ ผู้บริหารของฉันไม่ได้เรื่อง แต่ตัวฉันเก่งจริง เพียงแต่ไม่มีโอกาสเท่านั้น คำตอบนี้บอกให้เราทราบสถานการณ์ภายในหน่วยงานของคนที่เราลองถามได้ อย่างน้อยก็บอกได้ว่าคนที่เราถามนั้นมองหน่วยงานที่เขาทำงานอยู่อย่างไร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว คนที่ทำงานกับหน่วยงานที่มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณะ มักบอกแต่อะไรที่ดีๆ เกี่ยวกับหน่วยงานนั้น ในใจอาจจะรู้สึกว่าหน่วยงานฉันไม่ได้ดีอะไรมากนัก แต่ปากจะบอกแต่สิ่งที่ดีๆ อยู่เสมอ ยิ่งภูมิใจ ยิ่งบอกแต่เรื่องดี

ในขณะที่คนที่ทำงานอยู่กับหน่วยงานที่ตนเองไม่รู้สึกพออกพอใจ อยู่ทำงานไปวันหนึ่งๆ เพื่อรอจังหวะขยับขยายไปที่อื่นที่มีผลตอบแทนดีกว่า มักจะบอกกล่าวในทำนองว่าหน่วยงานนั้นเต็มไปด้วยความย่ำแย่นานาประการ แต่เพื่อรักษาโอกาสในการที่จะก้าวไปที่อื่น จึงต้องต่อท้ายเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับหน่วยงานด้วยการโอ้อวดความเก่งกาจของตนเองอยู่เสมอ คนที่ไม่มีความภาคภูมิใจในหน่วยงานของตนจะกล่าวเพียงเล็กน้อยในสิ่งดีๆ ที่หน่วยงานมีอยู่ แต่จะพร่ำบอกเรื่องไม่ดีเล็กๆ น้อยๆ ที่หน่วยงานนั้นมีอยู่ ประหนึ่งว่าเป็นเรื่องใหญ่โต ในบ้านเมืองที่ผู้คนไม่พอใจกับระบบการศึกษาของตน พอมีการจัดอันดับที่ไม่ดี ผู้คนจะพูดกันต่อเนื่องกันเป็นเดือนเป็นปี จำได้แม่นเกี่ยวกับการจัดอันดับที่ไม่ดี แต่พอมีการจัดอันดับอุดมศึกษาที่มีเพียงบ้านเมืองของตนเองกับเพื่อนบ้านอีกหนึ่งชาติ จากทั้งหมดสิบชาติเท่านั้นที่ติดอันดับโลก ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ผู้คนพูดกันไม่กี่วันก็ลืมไปหมดแล้ว คนที่ไม่ภูมิใจในหน่วยงานของตน สำนึกถึงแต่เรื่องแย่ๆ ของหน่วยงานนั้น เท่าๆ กับที่นึกได้แต่เรื่องดีๆ ของตนเอง โดยไม่เคยตระหนักว่าคนเก่งอยู่ในหน่วยงานที่ดีนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่คนเก่งอยู่ในหน่วยงานที่ย่ำแย่นั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ

แม้ว่าหน่วยงานที่ทำงานอยู่จะเป็นหน่วยงานที่คนทั่วไปเห็นว่าน่าภูมิใจก็ตาม แต่ยังมีโอกาสที่คนทำงานในหน่วยงานนั้นจะบอกว่าหน่วยงานของตนย่ำแย่ ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการ เริ่มต้นจากการคิดว่ามีการจัดสรรผลประโยชน์ การให้ค่าตอบแทน การแต่งตั้งให้รับตำแหน่งอย่างไม่เท่าเทียมกัน ความไม่เท่าเทียมกันในการตอบแทนผลการทำงานนี้ จะทำให้คนที่คิดในทำนองนี้ ไม่ทุ่มเทกับการงานของตน ไม่สนใจที่จะพัฒนาให้สามารถทำงานของตนได้ดีขึ้น และไม่ทำตนให้เหมาะสมกับหน้าที่การงานนั้น คนกลุ่มนี้จะใส่ใจกับการฝึกอบรมที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานของตน มักชอบไปเรียนต่อปริญญาในสาขาที่ไม่เกี่ยวกับการงานของตนเอง บางคนก็มาทำงานช้ากลับเร็ว ถ้าชวนคิดเรื่องอนาคตของหน่วยงาน มักเป็นไปในทางที่ว่ามือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ หวังพึ่งพาความเห็นใดๆ ไม่ได้เลยจากคนกลุ่มนี้ อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าหน่วยงานนั้นมีความไม่เท่าเทียมกัน อย่างน้อยก็ในสายตาของคนบางกลุ่ม

ถ้าหน่วยงานไม่มีความเท่าเทียมกันในการร่วมคิด ร่วมให้ความเห็น เลือกฟังบางคน เลือกแต่ความคิดของบางคน คนที่ไม่ได้รับความเท่าเทียมในด้านความคิด ก็มักไม่ทุ่มเทให้กับการงานคล้ายๆ กับคนที่ไม่ได้รับความเท่าเทียมในการจัดสรรผลตอบแทน อีกทั้งยังไม่ใส่ใจในอนาคต ในการพัฒนาไปข้างหน้าของหน่วยงานนั้น แต่ยังสนใจที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองในหน้าที่การงานนั้น เพียงแต่พัฒนาแล้วไม่ได้มาใช้กับงานที่กำลังทำอยู่ แต่พัฒนาไว้ประดับบารมีมากกว่า ถ้าไปเรียนต่อ ก็ยังเรียนในสาขาที่เกี่ยวกับการงานที่ทำอยู่ แต่เรียนจบเมื่อใดก็ย้ายงานแทบจะทันที การรับฟังความคิด ความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน ส่งผลกระทบต่อการทุ่มเทในการทำงาน และยังส่งผลต่อความรู้สึกภาคภูมิใจในหน่วยงานที่ทำงานอยู่ ซึ่งจะทำให้คนนั้นบอกกล่าวแต่สิ่งดีๆ ของหน่วยงานของตนมีการให้ความเท่าเทียมทางความคิดในหน่วยงานใด ก็จะได้ความทุ่มเทที่จะบอกสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในหน่วยงานนั้นเป็นการตอบแทน

ถ้าปฏิสัมพันธ์ต่างๆ โดยเฉพาะการสั่งงาน มีความเท่าเทียมกัน ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ก็จะได้ผลตอบแทนเป็นการทุ่มเทให้กับงานจากผู้คนในหน่วยงานนั้น ดังนั้น เพียงแค่ให้ความเท่าเทียมกันในปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ก็มีโอกาสที่จะได้งานที่เสร็จตามเวลา ตามคุณภาพที่คาดหวังไว้ แต่ถ้าอยากให้มีการทุ่มเทในเรื่องที่เกี่ยวกับความอยู่รอดในอนาคต ต้องเพิ่มความเท่าเทียมกันในด้านการรับฟังความคิดความเห็นเข้าไปด้วย และถ้าอยากให้ก้าวไปถึงการทุ่มเทพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสมกับการงานทั้งปัจจุบันและอนาคตต้องทำให้มีความเท่าเทียมกันในการจัดสรรผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เสริมเข้าไปด้วย

ที่ใดที่ความทุ่มเทที่จะทำงานให้ดีขึ้นสูญหายไป เหลือเอาไว้แต่ความทุ่มเทในการบอกกล่าวและจดจำแต่เรื่องย่ำแย่ของหน่วยงานของตน ให้ลองหาทางเติมเต็มความเท่าเทียมในสามด้านสำคัญ คือการจัดผลตอบแทนในการทำงาน การรับฟังความคิดความเห็น และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับคนทำงาน เมื่อเติมเต็มความเท่าเทียมไปแล้ว ก็จะได้การทุ่มเทกลับคืนมาบ้างไม่มากก็น้อย