วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงเวลา... 'ยกเครื่อง'รถไฟไทย

เมื่อพูดถึงการโดยสารรถไฟในประเทศไทย ภาพที่ชินตาของคนส่วนใหญ่คือ บริการที่ล่าช้าไม่ตรงเวลา

สภาพความชำรุดของห้องโดยสาร ความไม่สะอาดในพื้นที่สถานีโดยสารและในขบวนรถ โดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันมาเนิ่นนาน คนที่ใช้บริการรถไฟและเจอห้องน้ำที่สะอาด สามารถใช้งานได้ เปิดก๊อกและมีน้ำไหลออกมาถือว่าโชคดีมาก...

ไม่น่าเชื่อว่ารถไฟไทยเปิดให้บริการมากว่า 116 ปีแล้ว แต่ห้องน้ำในขบวนรถไฟปัจจุบันยังคงเป็นระบบปิด โดยปล่อยทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ตามรายทางให้ย่อยสลายไปตามธรรมชาติ และถ้ายังจำกันได้ ในช่วงที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ผู้โดยสารร้องเรียนถึงปัญหาความไม่สะอาด หลังโดยสารรถไฟและถูกตัวเรือดกัด ซึ่งตัวเรือดเหล่านี้อาศัยอยู่ตามเบาะโดยสารในขบวนรถไฟ

น่าดีใจที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เห็นความสำคัญของปัญหาคลาสสิกที่ว่านี้ และได้สั่งการให้ผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งจัดทำระบบรองรับสิ่งปฏิกูลที่ถูกสุขลักษณะในสะพานข้ามชุมชนและถนนต่างๆ ในทุกจุด รวมทั้งให้ ร.ฟ.ท.พิจารณาปรับปรุงห้องน้ำในขบวนรถไฟทั้งหมดให้เป็นระบบปิดโดยมีถังเก็บให้เป็นเรื่องเป็นราวเช่นเดียวกับขบวนรถไฟในประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมทั้งกำชับให้แก้ไขปัญหาเรื่องความสะอาดอย่างจริงจัง

ผู้คนส่วนใหญ่คงกังขาว่าเหตุใดผู้บริหาร ร.ฟ.ท.และกระทรวงคมนาคมในยุคที่ผ่านมา จึงปล่อยให้ร.ฟ.ท.กลายเป็นองค์กรที่เสื่อมโทรม ภาพลักษณ์ตกต่ำจนถึงเพียงนี้ แค่การแก้ไขปัญหาความสะอาดอย่างจริงจังไม่น่าเป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรง การขาดงบประมาณมาพัฒนาองค์กรเป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ แต่การให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดน่าจะอยู่ในวิสัยที่ ร.ฟ.ท.สามารถเจียดรายได้มาจัดการดูแลได้

แม้ปัจจุบันร.ฟ.ท. จะยกระดับมาเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในเมืองนอกเหนือจากการให้บริการขบวนรถไฟดีเซลราง แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เห็นว่าคุณภาพมาตรฐาน การให้บริการของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ของ ร.ฟ.ท. ไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับรถไฟฟ้าสายอื่น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าบีทีเอสของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทั้งที่ขบวนรถไฟฟ้าที่ทุกรายนำมาให้บริการต่างมาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน

ในเร็วๆ นี้ ร.ฟ.ท.ยังมีโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท ซึ่งถูกระบุว่าเป็นโครงการที่เป็นอนาคตของประเทศ คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 679 กิโลเมตร 387,821 ล้านบาท กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร วงเงิน 170,450 ล้านบาท กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กิโลเมตร วงเงิน 124,327 ล้านบาท และกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร วงเงิน 100,631 ล้านบาท

แน่นอนว่าหลายคนเห็นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ช่วยสร้างเศรษฐกิจ สร้างเมือง สร้างรายได้ และต้องการให้รัฐบาลพัฒนาโครงการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว แต่อีกหลายคนคงมีข้อกังขาถึงศักยภาพในการบริหารจัดการของร.ฟ.ท.ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ และคิดภาพไม่ออกว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงภายใต้การบริหารจัดการของ ร.ฟ.ท.จะเป็นอย่างไร

ต้องทำอย่างไรผู้คนถึงจะเชื่อว่า ร.ฟ.ท.เป็นองค์กรที่มีศักยภาพ สามารถบริหารจัดการโครงการลงทุนขนาดใหญ่ได้ และเมื่อโครงการเหล่านี้เปิดให้บริการ คุณภาพมาตรฐานการให้บริการจะมีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของประชาชน