เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองกันมากขึ้นทุกที โดยไม่มีการเคารพ "หลักการ-ทฤษฎี" ที่เคยยึดถือกันอีกต่อไป...
O อย่างเรื่องใหญ่ คือ ร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้าน เมื่อข้อเท็จจริงเริ่มชัดว่าเสียงที่ออกมา "คัดค้าน" ไม่ใช่พวกถ่วงความเจริญ เพียงแต่เห็นว่าการ "กู้เงิน" จำนวนมหาศาล "นอกงบประมาณ" ซึ่งรัฐบาลอ้างว่ามีช่วงเวลากู้นานถึง 7 ปี มันก็สามารถทำดีๆ ให้เป็นการกู้ "ในงบประมาณ" ได้ ฝ่ายนิติบัญญัติจะได้ช่วยตรวจช่วยดูกันไป... ล่าสุดรัฐบาลก็เลยเปลี่ยนข้อเท็จจริงใหม่ อ้างว่า พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 มาตรา 23 เปิดช่องให้ก่อหนี้ตามอำนาจในกฎหมายอื่นได้ ไม่ใช่ใช้จ่ายเงินหรือก่อหนี้ได้เฉพาะตามที่กำหนดไว้ใน กฎหมายงบประมาณ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามที่ฝ่ายคัดค้านอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 เท่านั้น
O เนื้อความใน พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ระบุไว้แบบนี้ "ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจจะจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้แต่เฉพาะตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือตามอำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายอื่น..."
O อาจารย์ปรีชา สุวรรณทัต นักกฎหมายด้านการเงินการคลัง ชี้ว่า มาตรานี้อ่านเผินๆ เหมือนเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารตรากฎหมายเพื่อกู้เงินเป็นกรณีพิเศษได้ และสามารถนำไปใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้โดยไม่ติดขัดนิยาม "เงินแผ่นดิน" ที่ต้องจ่ายตามกฎหมาย 4 ฉบับตามมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญเท่านั้น (กฎหมายงบประมาณ กฎหมายวิธีการงบประมาณ กฎหมายโอนงบประมาณ และกฎหมายเงินคงคลัง) แต่แท้ที่จริงแล้วเจตนารมณ์ของกฎหมายวิธีการงบประมาณ มาตรา 23 หมายถึงการก่อหนี้ผูกพัน "ในงบประมาณ" ซึ่งได้แก่รายการหนี้ผูกพันตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือกฎหมายอื่น อันหมายถึงกฎหมายของส่วนราชการที่ตั้งขึ้นใหม่ต่างๆ เช่น กฎหมายองค์กรอิสระ เป็นต้น
O ทั้งหมดจึงเป็นเรื่อง "ในงบประมาณ" เท่านั้น ส่วนเงินกู้ 2 ล้านล้าน รัฐบาลประกาศหลายครั้งว่าจะกู้ "นอกงบประมาณ" จึงไม่เกี่ยวอะไรกับมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ ตามที่หยิบมาอ้าง
O ปัญหาจึงย้อนกลับไปที่ "เงินแผ่นดิน" ซึ่งมีความพยายามตีความว่าเงินกู้นอกงบประมาณที่ไม่ต้องส่งเข้าเป็นเงินคงคลัง "ไม่เป็นเงินแผ่นดิน" และรัฐบาลยังจงใจบิดเบือนด้วยการเลี่ยงไปใช้คำว่า "รายได้แผ่นดิน" ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
O และแม้ "เงินแผ่นดิน" จะไม่มีนิยามระบุชัดไว้ในกฎหมายใด (แต่โดยนัยเขารู้กันทั่วว่าเงินกู้ก็เป็นเงินแผ่นดิน ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นเงินอะไร) แต่ "กูรู" ด้านการเงินการคลังแนะว่า ให้ลองไปเปิดพจนานุกรมดูความหมายของคำว่า "เงินหลวง" ว่าหมายถึงอะไร แล้วก็จะรู้ว่าเงินกู้ที่จัดเป็น "รายได้แผ่นดิน" ประเภทหนึ่ง ย่อมหนีไม่พ้นต้องเป็น "เงินแผ่นดิน"






