background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

อะไรที่พร่ำเพรื่อ ย่อมไม่พิเศษและไม่มั่นคง

อะไรที่พร่ำเพรื่อ ย่อมไม่พิเศษและไม่มั่นคง

ตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องตลก แต่พอรัฐบาลประกาศพื้นที่รักษาความมั่นคงภายใน ตามพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคง 10 วัน

เพราะกลัวการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ก็กลายเป็นเรื่องโปกฮาจริง ๆ

เพราะผู้มาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ช่วงนี้มีอยู่ประมาณไม่กี่ร้อยคน แต่ตำรวจที่ส่งไปนั้นรายงานข่าวว่า มีถึง 12,000 คน

มีคนวิเคราะห์ให้ผมฟังว่า ที่ต้องประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง เพราะนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน จะมาเยือนไทย และจะไปพบนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาล

มีคนบอกอีกว่า คนในรัฐบาลได้วิเคราะห์จนกลายเป็นพาดหัวหนังสือพิมพ์เมื่อวันก่อนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนเล็ก ๆ นี้อาจจะเตรียมยึดทำเนียบ, ยึดทีวีช่อง 11 และสร้างความปั่นป่วนใหญ่โตได้

มีคนบอกผมด้วยว่า ที่คนของรัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์เข้าขั้นน่ากลัว ถึงกับต้องประกาศเขตความมั่นคง ก็เพราะมีการตรวจประวัติของคนที่มาชุมนุมบางคนที่เคยกระทำการเช่นที่ว่านี้มาก่อนแล้ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ ความมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย

ฟังเหตุผล และประเด็นวิเคราะห์ทั้งหลายแล้วก็ยังต้องสรุปว่า เรื่องนี้รัฐบาลกลัวเกินกว่าเหตุ หรือว่ามีเหตุผลทางด้านการเมืองพิเศษที่ไม่เกี่ยวกับ “ความมั่นคง” ของประเทศ หากแต่โยงใยกับ “ความมั่นคงของรัฐบาลหรือของใครคนใดคนหนึ่ง” มากกว่า

นายกฯไทยคงต้องเตรียมตอบคำถามหากอาคันตุกะจากจีน จะกระซิบถามนอกวาระการสนทนาแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการว่า การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงพิเศษ ในจังหวะที่ท่านมาเยือนประเทศไทยเกี่ยวอะไรกับเขาหรือเปล่า?

ผู้นำจีนคงจะต้องสังเกตได้ว่า มีจำนวนตำรวจอยู่รอบ ๆ ทำเนียบรัฐบาลมากเป็นพิเศษ เขาคงจะสงสัยว่าเกี่ยวอะไรกับความเสี่ยงทางความมั่นคงที่เกี่ยวกับการมาเยือนของเขาหรือไม่

หากผู้นำไทย บอกว่า ไม่เกี่ยวกับผู้มาเยือน แต่เป็นเรื่องภายในประเทศ เขาก็อาจจะถามว่าคนมาประท้วงเรื่องอะไร และมีจำนวนเท่าไหร่?

หากเราบอกเขาว่า ผู้มาชุมนุมมีอยู่ไม่กี่ร้อยคน เขาก็คงจะสงสัยว่ามาตรฐานการประเมิน “ความมั่นคง” ของเราต่างกับของเขาเพียงใด

แต่หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับการมาเยี่ยมเยือนของนายกฯจีน เป็นเรื่องภายในแท้ ๆ ก็น่าเป็นห่วงว่า จากนี้ไป อะไรคือระดับวัดว่า รัฐบาลจะใช้กฎหมายความมั่นคงพิเศษเช่นนี้อยู่ที่ไหน และความถูกต้องเหมาะสมคืออะไร

เพราะพอข่าวออกไปว่า รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง นักลงทุน นักท่องเที่ยว และนักติดตามสถานการณ์ของไทย และเอเชียอาคเนย์ จากข้างในและข้างนอก จะต้องลุกขึ้นมาวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่คงจะมองว่ามีอะไรไม่ปกติ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยอีกรอบหนึ่งแล้วหรืออย่างไร

กรณีที่คนบางคนในรัฐบาลพูดถึงความพยายาม ของคนบางกลุ่มที่จะโค่นรัฐบาลวันที่ 8 ตุลาคม นั่น ก็เป็นประเด็นมาพักหนึ่งแล้ว แต่เราอาจจะช่วยอธิบายให้คนอื่นเขาเข้าใจได้ว่า นี่เป็นเรื่องของความเชื่อด้านไสยศาสตร์ ของคนบางคนในรัฐบาล ไม่ได้มีสาระอะไรที่น่าวิตกกังวล ซึ่งก็พอจะชี้แจงและถูไถข้าง ๆ คู ๆ ไปได้ เพื่อไม่ให้ประเทศชาติเสียชื่อเสียเสียง

แต่พอมีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงพิเศษ ที่ใช้ในเหตุการณ์ตึงเครียดกว่านี้หลายเท่า, ก็ย่อมจะเกิดคำถามมากมายที่แม้คนจะพยายามช่วยรัฐบาลอธิบายอย่างไรก็คงจะยากเย็นยิ่ง เกินกำลังความสามารถของชาวบ้านที่จะช่วยชาติบ้านเมืองในยามที่อะไร ๆ ก็ตีความได้ว่าเป็นการพยายามจะ "ล้มผู้มีอำนาจ"

สิทธิแห่งการแสดงออก และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย และนอกจากไทยเราจะพยายามเรียกตัวเองว่าเป็น hub โน่น hub นี่แล้ว, เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเป็นแบบอย่างของการปกครองแบบประชาธิปไตยเสรีนิยมสำหรับเพื่อน ๆ อาเซียนได้อีกด้วย

นอกจากเราจะเป็น hub การท่องเที่ยว, ทางการแพทย์, และโครงข่ายคมนาคมของภูมิภาคนี้แล้ว เราควรจะต้องประกาศตนเป็น hub แห่งเสรีภาพและประชาธิปไตยที่ครั้งหนึ่งเราเคยภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

การประกาศใช้ “กฎหมายความมั่นคงพิเศษ” พร่ำเพรื่อ เป็นการเดินสวนทางกับการเป็นตัวอย่างของประชาธิปไตยแน่นอนครับ