ในเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีบรรยากาศพิธีกรรมทางการเมือง เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์เดือนตุลาคม 2516
โดยลักษณะของการจัดงานรำลึก จะมีรูปแบบคล้ายกันต่อเนื่องมานาน ซึ่งจะมีการรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของเหตุการณ์ในอดีตที่ได้รับการเชิดชูว่า เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนในต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จากนั้นจะมีการกล่าวถึงหรืออภิปรายถึงปัญหาการเมืองในปัจจุบัน โดยหยิบยกเอาเจตนารมณ์ในเหตุการณ์เดือนตุลามาเปรียบเทียบ สุดท้ายก็จบลงแบบไม่มีผลใดๆ ต่อการเมืองในปัจจุบัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์แปลกๆ เกี่ยวกับการตี "ความหมายเหตุการณ์14ตุลา" เพราะการจัดงานหรือการกล่าวถึงเหตุการณ์ 14ตุลา แทบจะไม่มีกล่าวถึงเหตุการณ์ "6 ตุลาคม 2519" ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น มักจะมีการรำลึกถึงทั้งสองเหตุการณ์ควบคู่กันเสมือนว่า เป็นชัยชนะและความพ่ายแพ้ของการเรียกร้องประชาธิปไตย ในช่วงเวลาห่างกันเพียงสามปี ประหนึ่งว่าสังคมไทยพยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทั้งๆ ที่เป็นกระบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน
ที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือเกิดการ "แย่งชิง" การตีความระหว่างกลุ่มที่อ้างว่ารักประชาธิปไตยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งก็ปรากฏว่าขณะนี้มีกลุ่มคนที่อ้างว่า สืบเจตนารมณ์ประชาธิปไตยจากเหตุการณ์ 14 ตุลา แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกที่เรียกว่าพวกประชาธิปไตยอนุรักษ์นิยม ที่ไม่ต่อต้านการรัฐประหารรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่วนอีกกลุ่ม เรียกตัวเองว่ ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือเรียกว่าคนเสื้อแดง ที่มองว่า ตัวเองเป็นประธิปไตยที่แท้จริง
การตีความว่าตัวเองมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า หรือ สืบสอดเจตนารมณ์ประชาธิปไตยมากกว่า แสดงให้เห็นว่ามีการตีความเหตุการณ์ดังกล่าวแตกต่างกันอย่างมาก นั่นหมายความ "ความหมายของ14ตุลา" มีได้หลายความหมาย ขึ้นกับว่า ใครตีความเป็นแบบไหน เช่นเดียวกับเด็กรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่เคยรับรู้เหตุการณ์ครั้งนั้นว่ามีความหมายอย่างไรต่อสังคมไทย ดังนั้น ความหมายของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นจึงขึ้นกับว่าปัจจุบันคุณคือใครและจะนำเหตุการณ์ในอดีตมาใช้อย่างไร
หากใครที่ติดตามการเมืองมาโดยตลอด จะเห็นว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่อ้างตัวเองว่าเป็น "คนเดือนตุลา" ซึ่งหมายความว่าเป็นบุคคลที่มีส่วนในเหตุการณ์ครั้งนั้น หรืออย่างน้อยก็มีส่วนร่วมกับความเคลื่อนไหวในเหตุการณ์เดือนตุลา โดยกลุ่มบุคคลเหล่านี้บางคนชอบอ้างความเป็นคนเดือนตุลา ในทำกิจกรรมหลายด้าน รวมทั้งบางคนเข้าไปมีบทบาทการเมืองในปัจจุบัน แต่กลับปฏิบัติไม่ต่างกับสิ่งที่ตัวเองเคยประณาม ซึ่งย้ำให้เห็นว่าความหมายของเหตุการณ์มีคนเอาไปใช้ประโยชน์ที่หลากหลายอย่างมาก
เราเห็นว่าในเมื่อความหมายของเหตุการณ์เดือนตุลามีได้หลายด้าน จึงไม่มีประโยชน์มาถกเถียงกันว่า ของใครแท้-ของใครเทียม แต่ในเมื่อทุกคนเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นที่พึงปราถนาสูงสุด ก็ควรหันมาช่วยกันตรวจสอบว่าอะไรในปัจจุบันที่ต้องแก้ไขและต้องทำกันอย่างไร เราไม่ควรเอาความเป็นคนเดือนตุลา หรือเหตุการณ์เดือนตุลา มาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อใช้เป็นอาวุธทางการเมืองเพื่อห้ำหั่นกัน เพราะหากเป็นเช่นนี้ เหตุกาณ์เดือนตุลาก็เป็นเพียง "มายาคติ" ที่ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยเลย นอกจากความโกลาหลทางการเมือง






