วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หากทำอย่างโปร่งใส กลัวอะไรความเห็นต่าง

กรณีบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด ชี้แจงว่ารายการ "คนค้นฅน" ตอน "ศศิน เฉลิมลาภ 388 กม. จากป่าสู่เมือง" ไม่ได้ออกอากาศในวันเสารที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทางฝ่ายพิจารณาเทปออกอากาศของช่อง 9 ได้แจ้งว่า อยากให้นำเนื้อหาไปปรับแก้ให้มีความสมดุลทั้ง 2 ฝ่าย คือ มีทั้งข้อมูล และบทสัมภาษณ์จากฝ่ายสนับสนุนการสร้างเขื่อน และฝ่ายคัดค้าน รวมทั้งให้ตัดทอนเนื้อหาส่วนที่พิจารณาว่า จะทำให้เกิดการยั่วยุและขัดแย้ง แต่อย่างไรก็ตาม ทางบริษัททีวีบูรพา ได้นำเนื้อหาทั้งหมดลงในยูทูบ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูได้

การห้ามออกอากาศรายการ"คนค้นตน" ของช่อง 9 เกิดขึ้นในช่วงที่เริ่มเกิดกระแสต่อต้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ หลังจากนาย"ศศิน เฉลิมลาภ" เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้เดินทางไกลเพื่อต่อต้านการก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ โดยเห็นว่ากระบวนการพิจารณาก่อสร้างเขื่อนไม่มีความโปร่งใส อีกทั้งจะส่งผลกระทบต่อสภาพพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ที่ยังเหลืออยู่ไม่มากในประเทศไทย อีกทั้งยังเห็นว่าการอ้างเหตุผลจากประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการชลประทานนั้นยังเป็นประเด็นที่น่าสงสัย ซึ่งเป็นอีกมุมมองที่ต่างจากของรัฐบาล

การห้ามออกอากาศในครั้งนี้ ฝ่ายพิจารณาเทปออกกาศต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อใหม่ เพื่อให้ได้รับข้อมูลสองด้าน แต่หากใครที่ดูเนื้อหารายการก็จะเห็นว่าเนื้อหาของรายการก็มีลักษณะสองด้านอยู่แล้ว ดังนั้นเหตุผลของการเซ็นเซอร์ตัวเองของช่อง 9 จึงเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกอย่างมาก แม้ว่านายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า การตัดสินใจงดออกอากาศ ขึ้นอยู่กับกองเซ็นเซอร์ของช่อง 9 รัฐบาลไม่ได้สั่งการ แม้แต่นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ ผอ.อสมท. ก็ไม่รู้กับการระงับออกอากาศในครั้งนี้

แม้ว่านายธีรัตถ์จะปฏิเสธว่า การระงับออกอากาศไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่คนทั่วไปก็มองว่า อสมท แยกไม่ออกจากรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้น ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้สั่งหรือไม่ แต่กองเซ็นเซอร์ของอสมท จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุมีผล และจากเนื้อหาของรายการที่ออกทางยูทูบ ก็ไม่เห็นว่ามีข้อเสียหายตรงไหน หากใครจะวิพากษ์วิจารณ์โครงการของรัฐบาลและเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่ามีการดำเนินการไม่โปร่งใส และอาจสร้างความเสียหายให้เกิดกับทรัพยากรของชาติ ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะ ไม่ใช่เฉพาะแค่ของคนในพื้นที่

อันที่จริงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ที่มีการอนุมัติไปแล้วนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลออกเป็นพระราชกำหนดกู้เงิน โดยโครงการนี้รัฐบาลออกมารับประกันความโปร่งใสและผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะประเทศจะมีระบบการป้องกันอุทกภัยที่สมบูรณ์เต็มรูปแบบ แต่คำถามก็คือหากรัฐบาลมีความมั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสในการดำเนินการ ทำไมรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจึงต้องกลัวคำวิพากษ์วิจารณ์ด้วย และทำไมจึงมีการปิดกั้นการแสดงความเห็นของคนที่ไม่เห็นด้วย

เราเห็นว่ารัฐบาลต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะให้มากกว่านี้ และต้องตระหนักว่าอำนาจทางการเมืองในสภาหรือมีมวลชนหนุนหลังนั้นไม่เพียงพอในสังคมประชาธิปไตย เพราะอย่าลืมว่าการปิดกั้นความคิดเห็นในยุคนี้ไม่เคยมีรัฐบาลใดในโลกกระทำได้สำเร็จ ยิ่งรัฐบาลปิดกั้นความเห็น กระแสความไม่พอใจของประชาชนก็ยิ่งมากเท่านั้น การเปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นและการชี้แจงอย่างมีเหตุผลเท่านั้นจึงจะทำให้สังคมดำเนินต่อไปได้อย่างสันติ ในกรณีของรายการคนค้นตนเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่อำนาจรัฐไม่เคยจำบทเรียนในอดีต