วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความมหัศจรรย์ของ... "ราคาทองคำ"

ผมเพิ่งจะเขียนหนังสือที่มีชื่อว่า “30 วัน รวยด้วย...รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน” เสร็จไป หลังจากนี้ทางสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์จะเป็นผู้พิมพ์

และจัดจำหน่ายต่อไป ในหนังสือเล่มนี้มีอยู่บทหนึ่งที่ตัวผมเองชอบมาก และน่าจะเหมาะกับคุณผู้อ่านที่ชอบเก็บสะสมทองคำ เพราะได้เล่าถึงประวัติของราคาทองคำ ซึ่งผู้ที่มีทองคำหรือผู้ที่ลงทุนในทองคำควรจะรู้เป็นอย่างยิ่ง ดังรายละเอียดต่อไปนี้ครับ

หนึ่ง ปี 2514-2523... ยุคกระทิงดุ

เริ่มจาก 15 สิงหาคม 2514 ประธานาธิบดีนิกสันประกาศยกเลิกการใช้ทองคำเป็นตัวค้ำประกันเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดยเริ่มต้นกำหนดที่อัตราแลกเปลี่ยน 35 ดอลลาร์ต่อหนึ่งทรอยออนซ์ของทองคำ

ปี 2516 เกิดการรวมตัวของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางหรือที่เรียกกันว่า กลุ่มโอเปค ทำให้ราคาน้ำมันและทองคำพุ่งทะยานขึ้น ส่งผลให้วันที่ 14 พฤษภาคม 2516 ราคาทองคำพุ่งทะลุกว่า 100 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

ปี 2522 เกิดการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ในประเทศอิหร่าน ทำให้เกิดกระแสความหวาดกลัวกลุ่มหัวรุนแรงในตะวันออกกลาง เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้วันที่ 27 ธันวาคม 2522 ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุ 500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ วันที่ 24 ธันวาคม 2522 สหภาพโซเวียตประกาศบุกอัฟกานิสถาน ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงไปทั่วโลก นักลงทุนจึงย้ายเงินไปลงทุนในทองคำอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่ง จนถึงวันที่ 24 มกราคม 2523 ราคาทองคำก็พุ่งขึ้นกว่า 870 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

อาจกล่าวได้ว่าช่วง 10 ปีนี้เป็นยุคทองของราคาทองคำ เพราะราคาทองคำเพิ่มขึ้นจาก 35 ดอลลาร์ ไปถึง 870 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ คิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 2,485 เปอร์เซ็นต์ อธิบายง่ายๆ ว่า

“ถ้าคุณผู้อ่านซื้อทองคำไว้ในปี 2514 เป็นเงิน 1 ล้านบาท

เก็บไว้ 10 ปีแล้วค่อยขายออก

คุณผู้อ่านก็จะได้เงินทั้งสิ้นประมาณ 25 ล้านบาท

คุณผู้อ่าน เริ่มอยาก..ลงทุนในทองคำหรือยังครับ?”

สอง ช่วงปี 2524-2543.. ยุคมืดของราคาทองคำ

ปี 2524-2525 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและค่าเงินดอลลาร์มีเสถียรภาพ ประกอบกับการพบแหล่งทองคำใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นในทวีปอเมริกาเหนือหรือออสเตรเลีย ราคาทองคำจึงเริ่มตกลงมาเรื่อยๆ จนถึงประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

ปี 2529 สหประชาชาติได้ทำการแซงชันประเทศแอฟริกาใต้จากปัญหาการออกกฎหมายแบ่งแยกและกีดกันชนชั้นจากสีผิว นักลงทุนส่วนใหญ่จึงคาดกันว่าแอฟริกาใต้จะแก้แค้นกลับโดยการงดการส่งออกทองคำ ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นมาบ้าง

ปี 2539-2542 ไอเอ็มเอฟต้องการใช้เงินจำนวนมากเพื่อไปแก้ปัญหาหนี้สินของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จึงเทขายทองคำ 5 ล้านทรอยออนซ์ออกมา ธนาคารกลางของหลายประเทศก็ทำตามไอเอ็มเอฟ โดยสวิตเซอร์แลนด์ขาย 1,400 ตัน อังกฤษขาย 400 ตัน เป็นต้น ทำให้ราคาทองคำตกต่ำแบบสุดๆ ... โดยในวันที่ 20 สิงหาคม 2542 ราคาทองคำอยู่ที่ 252.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

ตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว ... ในรอบ 20 ปีนี้ จากราคาทองคำในเดือน มกราคม 2524 จาก 677 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ พอมาถึงเดือนธันวาคม 2543 ราคาเหลือเพียง 283 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือตกลงเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน..ถ้าคุณผู้อ่านซื้อไว้ 1 ล้านบาทในปี 2524 และขายในปี 2543 คุณผู้อ่านก็จะได้เงินกลับคืนมาแค่สี่แสนกว่าบาทเท่านั้น ...เสียเวลาไป 20 ปี ...แต่ขาดทุนกว่าครึ่ง

สาม ช่วงปี 2544-2555.. เมื่อกระทิงกลับมาผงาด

เริ่มต้นในปี 2544 เศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่ 2 ตนคือ จีนและอินเดีย มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เครื่องประดับต่างๆ ที่ต้องใช้ทองคำขายดี ส่งผลให้ทองคำจำนวนหนึ่งถูกเก็บออกไปจากตลาดในรูปของเครื่องประดับ การบริโภคทองคำในลักษณะนี้ยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นทุกปี

ปี 2544 เกิดเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นภายในวันเดียวถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2547 มีการก่อตั้งกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำโดยเฉพาะ ปัจจุบันคาดกันว่า SPDR น่าจะมีทองคำอยู่ในมือสูงมากจนติดอันดับต้นๆ ของผู้ถือครองทองคำมากที่สุดในโลก

ธันวาคม 2548 เกิดเฮอร์ริเคนแคทริน่าเข้าถล่มเมืองนิวออร์ลีนส์ ทำให้ราคาทองคำพุ่งไปถึง 536.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ต่อมาเดือนกันยายน 2551 เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นถึง 872 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หลังเหตุการณ์นั้น เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาก็ย่ำแย่มาโดยตลอด ส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการถือครองพันธบัตรสหรัฐอเมริกา จึงทำให้บรรดาธนาคารกลางในหลายประเทศเริ่มทยอยเก็บทองคำแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกา จนถึงช่วงต้นปี 2555 ราคาทองคำก็วิ่งจนไปอยู่ที่ระดับ 1,600-1,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์แล้ว

ในช่วงที่ 3 นี้ราคาทองคำจากประมาณ 300 ดอลลาร์ขึ้นถึงประมาณ 1,800 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่าตัว ดังนั้นคำว่า “ทอง” จึงเป็นสิ่งที่น่าพิสมัยของคนทุกเพศทุกวัย

“สรุปง่ายๆ ภายในระยะเวลาระหว่างปี 2514-2555 ประมาณ 40 ปี ราคาทองคำพุ่งขึ้นมาประมาณ 50 เท่า”

แม้ว่าทุกวันนี้ ราคาทองคำจะดูเหมือนว่าจะ...เตี้ยลง...เตี้ยลง แต่โดยส่วนตัวผมก็เชื่อมั่นว่าราคาทองคำจะกลับมาแน่ และมันก็จะสำแดงฤทธิ์เดชให้ทุกคนได้เห็นว่า…

“ลงทุนซื้อทองคำเก็บไว้ ดีกว่า...การฝากเงินในสถาบันการเงิน” อย่างแน่นอนครับ