วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องเตรียมพื้นฐานให้แกร่ง

การที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ไม่ปรับลดการเข้าซื้อพันธบัตร ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อันเป็นการกระทำที่สวนทางกับการคาดหมายของหลายฝ่ายนั้น แม้ทำให้แรงกดดันในเรื่องของกระแสทุนไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ อันเป็นจุดที่มีการหลั่งไหลของกระแสทุน บรรเทาลงได้บ้าง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นความเปราะบางในการฟื้นตัวของสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้า อันรวมถึงการเพิ่มงบใช้จ่ายที่จะถึงกำหนดปลายเดือนนี้ และการเพิ่มเพดานการกู้ยืม ที่จะถึงกำหนดกลางเดือนหน้า อีกทั้งหากมองไปในระยะยาวแล้ว เฟดก็ต้องลดการเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์ในที่สุด ดังนั้นการวางแผนเพื่อรับมือการไหลออกของกระแสทุน จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

บางประเทศที่ค่าเงินปรับตัวลดลง ผลจากการคาดหมายของนักลงทุน ว่าเฟดจะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร ไม่ได้ชะล่าใจ และเตรียมพร้อมรับมือ อย่างฟิลิปปินส์ซึ่งเงินอ่อนค่าลงมากนั้น แสดงความมั่นใจว่าพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่งพอรับมือการไหลออกของเงินทุน ซึ่งล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ก็ออกมาระบุว่าฟิลิปปินส์อยู่ในสถานภาพที่ดีในการรับมือการไหลออกของเงินทุน ในกรณีที่เฟดลดนโยบายกระตุ้นทางการเงิน เพราะปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจะช่วยให้เศรษฐกิจอยู่ในสถานภาพที่สามารถปรับตัวได้อย่างราบรื่น รองรับการไหลออกของกระแสทุนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคได้

เพื่อนบ้านของฟิลิปปินส์อย่างอินโดนีเซีย ก็มีแผนลงนามข้อตกลงสวอปเงินตราต่างประเทศกับจีน เป็นมูลค่าอย่างน้อย 15,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินรูเปี๊ยะห์ เพราะก่อนหน้านี้จีนกับอินโดนีเซียเคยทำสัญญาสวอปเงินตรามูลค่า 100,000 ล้านหยวนกันแล้ว แต่สิ้นสุดไปเมื่อปีที่ผ่านมา ดังนั้นข้อตกลงนี้จึงเหมือนเป็นการรื้อฟื้นสัญญาเดิม อีกทั้งนอกจากจีนแล้วเมื่อเดือนก่อนธนาคารกลางอินโดนีเซียยังต่อสัญญาสวอปเงินตรากับญี่ปุ่นอีกด้วย

ส่วนอีกประเทศหนึ่งที่เงินอ่อนค่า อย่างบราซิลนั้น ธนาคารกลางก็ได้ประกาศว่าจะพยุงค่าเงินเรียลต่อไป แม้ว่าสกุลเงินบราซิลได้แรงหนุนจากการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ ที่ยังคงมาตรการกระตุ้นทางการเงินจำนวนมหาศาลไว้ไม่เปลี่ยนแปลง โดยประธานธนาคารกลางบราซิลมองว่าโครงการพยุงค่าเงินนั้นเพียงพอและได้ผล หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้มีการประกาศมาตรการแทรกแซงค่าเงินขนาดใหญ่ เพื่อหนุนค่าเงินและเรียกคืนความเชื่อมั่นของตลาด อันส่งผลให้เงินเรียลกระเตื้่องขึ้น หลังจากอ่อนค่าลงถึง 16% ถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

ประเทศที่เอ่ยมาเป็นเพียงกรณีตัวอย่างของการรับมือ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังไม่ยุติลงง่ายๆ ในตลาดโลก เพราะหลังจากเฟดไม่ลดการเข้าซื้อพันธบัตรเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็มีกระแสคาดหมายกันต่อไปว่าในการประชุมครั้งหน้าคือช่วงปลายเดือนตุลาคม อาจเป็นโอกาสที่เฟดจะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร ซึ่งไม่ว่าจะลดจริงหรือไม่นั้น ทุกประเทศรวมถึงไทย ก็ต้องพยายามสร้างปัจจัยพื้นฐานของประเทศให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือการไหลออก หรือความผันผวนในรูปแบบอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้งการรักษาสถานการณ์ให้มั่นคงแข็งแกร่งนั้น ยังเป็นต้นทุนอย่างดีในการต่อยอดเพื่อจัดทำโครงการต่างๆ ในอันที่จะเพิ่มศักยภาพของประเทศในอนาคตอีกด้วย