วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

ลุ้นจีดีพีปีหน้าดันดัชนีหุ้นพุุ่ง

ลุ้นจีดีพีปีหน้าดันดัชนีหุ้นพุุ่ง

ล่าสุดจะมีเรื่องของร่างพ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท จะผ่านการประชุมสภาไปบางส่วนแล้ว ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น

ในภาคการลงทุนให้ดูดีขึ้นบ้าง โดยเฉพาะเรียกความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติในระดับหนึ่ง เพราะคาดหวังว่า เมื่อรัฐมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เอกชนก็น่าจะพร้อมใจลงทุนตาม ส่งผลให้ช่วยกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่จะถูกนำมาเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญในปีหน้าหากมีการลงทุนอย่างจริงจัง

ฝ่ายวิจัยบล.ธนชาตบอกว่า ขณะนี้นักวิเคราะห์ ได้กลับมาทบทวนอัตราการเติบโตของจีดีพี, สถานะการคลัง และสถานการณ์สภาพคล่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทย มีความยืดหยุ่นต่อมาตรการหยุดคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในอนาคต และเห็นอัตราการเติบโตจีดีพีของไทย ปีนี้ที่ระดับ 3.7% เป็นจุดต่ำสุดที่ไม่เลวร้าย ทั้งๆ ทีภาคส่งออกอ่อนแอ, ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ, ภาคบริโภคชะลอตัว และฐานใช้จ่ายภาครัฐต่ำ

ขณะที่ประเมินจีดีพีปีหน้าจะสามารถกลับมาโตที่ 4.2% ด้วยภาคส่งออกสูงขึ้นเพียง 4-7% จากจุดต่ำสุด, ภาคบริโภคเติบโตที่ 3-3.5% และแม้โครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทจะไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้

ดังนั้น จึงคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสจะขยับขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,650 จุดได้อีกครั้ง ด้วยแรงผลักดันของปัจจัยเรื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต กลุ่มสื่อสารมีทั้งการเติบโตดีและเงินปันผลสูง และส่วนหนึ่งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยงบประมาณภาครัฐจำนวนมาก แต่มีผู้ประกอบการน้อยราย น่าจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการให้มีทิศทางดี รวมถึงการกลับมาเติบโตของบริษัทอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์

สอดคล้องกับบล.ดีบีเอส วิคเคอร์สประเมินว่าเมื่อโครงการ 2 ล้านล้านบาทเกิดขึ้นมีเม็ดเงินทยอยเข้ามาในระบบ จะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเติบโตเป็น 6.6% จากปีนี้อยู่ที่ 3.2% ส่งผลให้จีดีพีเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ

แม้ว่าปีนี้ภาครัฐและเอกชนพร้อมใจกันปรับลดเป้าหมายจีดีพี ปีนี้ ทำให้บรรดานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ปรับลดประมาณการ กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กันอย่างทั่วหน้า

จากสอบถาม โบรกเกอร์รายใหญ่ประกอบด้วย บล.เอเซียพลัส ได้ปรับลดเป้าหมายกำไรปีนี้เหลือโต 14.7% คาดการณ์จีดีพี 4% บล.กรุงศรี จีดีพี 3.3-3.8% กำไรโต 18% บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส จีดีพี 4% กำไร 16% บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จีดีพี 4% กำไร 19% ส่วนประเด็นเรื่องของพ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ประเมินว่า ปีนี้ยังไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับผู้ประกอบการแต่จะเห็นอานิสงส์อย่างชัดเจนช่วงกลางปีหน้า อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความล่าช้า หากมีการยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเหมือนกรณีโครงการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องหยุดชะงักอยู่ในตอนนี้

สรุปจากผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ประเมินว่าจะเติบโต 4% และต่ำสุดโต 3.7% ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยในสิ้นปีนี้ จะอยู่ในระดับค่าพีอีเรโช 13-14 เท่า หรือระดับดัชนี 1,470-1,560 จุด ดังนั้น หากนำมาเปรียบเทียบกับดัชนีหุ้นไทยประมาณ 1,450 จุด ปัจจุบันโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้นไปยืน ในระดับที่เหมาะสมกับพื้นฐานเศรษฐกิจที่คาดการณ์กันไว้ ก็เหลือส่วนต่างไม่มาก ถ้าจะหวังทำกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นในรอบนี้จะเห็นว่าไม่สูง

แต่ถ้าต้องการลงทุนในวันนี้ และสามารถถือลงทุนได้ถึงปีหน้า ยังพอมีความหวังว่าผลตอบแทนที่จะได้รับอาจเป็นกอบเป็นกำได้บ้าง เพราะดัชนีอาจจะขยับขึ้นไปถึงระดับ 1,650 จุดตามที่มีการคาดการณ์กันไว้