วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำอย่างไรจะรับมือ 'ทุนกาสิโน'

นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงที่สร้างความผิดหวัง ให้กับนักลงทุนจำนวนมาก

โดยเลื่อนเวลาในการเริ่มต้นปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ออกไป โดยให้เหตุผลว่าเฟดต้องการที่จะรอดูหลักฐานเพิ่มเติม ที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนหรือตลาดคาดว่าเฟดน่าจะปรับลดมาตรการคิวอีลง เหลือ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

ตลาดหรือนักลงทุนคาดการณ์ว่าถึงอย่างไร เฟดน่าจะปรับลดวงเงินอัดฉีดลง เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ายังไม่ถึงระดับที่เฟดตั้งไว้ โดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่เฟดตั้งเป้าหมายไว้ที่ระดับ 6.5% ซึ่งมติของเฟดในครั้งนี้ หากประเมินจากถ้อยแถลงหรือท่าทีของกรรมการเฟดบางคน ก็จะเห็นว่าเฟดยังคงยึดเป้าหมายเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่การคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดมาตรการนั้น เกิดจากการคาดการณ์หรือการวิเคราะห์ล่วงหน้าเพื่อเดาใจเฟด

การคาดการณ์ของตลาดหรือนักลงทุน ทำให้เกิดแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นว่าราคาหุ้นและค่าเงินประเทศพัฒนาแล้ว หรือตลาดเกิดใหม่ ปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรจากมติเฟด ซึ่งหากเฟดมีมติตามที่ตลาดคาดเดาไว้ล่วงหน้า ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่มติเฟดครั้งนี้ หากจะเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ของตลาดก็ถือว่าเฟดทำมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ กล่าวคือ เลื่อนการลดคิวอีออกไป นั่นหมายความยังมีเม็ดเงินอัดฉีดเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม

หากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. หลังจากตลาดคาดว่าเฟดจะลดวงเงิน ซึ่งปรากฏว่าเกิดการถอนเงินลงทุนจากทั่วโลก ผลก็คือ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดอย่างมาก และความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในครั้งนั้น ได้สร้างความวิตกให้กับผู้กำหนดนโยบายของเฟด รวมทั้งธนาคารกลางทั่วโลก แม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) เนื่องจากเกรงว่าหากเฟดยุติคิวอีจริง อาจจะสร้างปัญหาการเงินครั้งใหญ่ในระดับโลก โดยเฉพาะสภาพคล่องในตลาดทุนโลก

นายเบอร์นันเก้ ให้เหตุผลในการเลื่อนคิวอีออกไป นอกจากเรื่องเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่งมากพอ ยังระบุว่า "เราไม่สามารถปล่อยให้การคาดการณ์ของตลาดมาครอบงำการดำเนินนโยบายของเรา" ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าเฟดไม่ได้ดำเนินการตามการคาดหวังของตลาด และดูเหมือนกำลังจะบอกว่าอย่ามาคาดเดาเสียให้ยากต่อการดำเนินนโยบายของเฟด และย้ำว่าเฟดยังดำเนินนโยบาย อย่างน้อยในยุคของเขานั้น เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้พ้นปากเหว

เราเห็นว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดและการดำเนินนโยบายของเฟด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดทุนในโลกทุกวันนี้ กลายเป็นแหล่งเก็งกำไรขนาดใหญ่ เป็นเสมือน "กาสิโนโลก" ที่นักลงทุนใช้การคาดการณ์และโอกาสสร้างผลกำไร ซึ่งกำลังบิดเบือนหลักการเดิมในเรื่องเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อให้พัฒนาเศรษฐกิจ ดังนั้น ความผันผวนที่เกิดขึ้นจึงไม่เกี่ยวกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่เกิดจากการคาดเดาเพื่อใช้ในการเก็งกำไรเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้น ภาระหนักของประเทศเล็กอย่างไทย คือ ไทยจะป้องกัน "ทุนกาสิโน" ที่ออกล่าเหยื่อไปทั่วโลก....ได้อย่างไร