"รัฐบาลดูเหมือนว่าจะเลือกเล่นเกมเปิดหน้าชก ดันร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน
เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวาระ 2 และวาระ 3 วันที่ 19-20 ก.ย. นี้ โดยไม่สนข้อท้วงติง ซึ่งอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ"
เหตุที่เลือกเดินหน้าเต็มสูบ เพราะพันธกิจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใน 4 ปีแรก นอกจากโครงการจำนำข้าว ซึ่งซื้อใจชาวนา ชนะเลือกตั้งถล่มทลายแล้ว...โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท คือ ลมหายใจของรัฐบาลนี้
เพราะว่าจะเป็นโครงการที่จะมี "ฐาน" ต่อยอดไปถึงการเลือกตั้ง ครั้งหน้า และก็ครั้งหน้า!
โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท จึงสำคัญยิ่ง...ผ่านความเห็นชอบสภาเร็วเท่าไรยิ่งดี ส่วนอุปสรรคที่ต้องตีความในศาลรัฐธรรมนูญ ค่อยว่ากันต่อไปในอนาคต
ฝ่ายค้าน...ก็ทราบดีว่า หากปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท "ฉลุย" อนาคตพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงเสียงข้างน้อยอื่นๆ จะลดความสำคัญลงเรื่อยๆ
เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเมืองเป็นเรื่องของ "ฐานเงิน"...เสียงในสภาวัดกันที่ใคร "ตุนเงิน" เตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งได้มากกว่ากัน
ที่สำคัญไปกว่านั้น หากผ่านร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทแล้ว จะนำมาสู่การสร้าง "เมืองใหม่" ตามเส้นทางผ่าน และปลายทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงอีก 4-5 เมือง ถึงตอนนั้นผลประโยชน์จะตกแก่ "ทุนเพื่อไทย" ได้อีกมหาศาล เพราะว่าแค่ราคาที่ดินขยับ 50% ก็เกินพอจะ "ร่ำรวย" กันทั่วหน้า
พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้าน จึงเป็นทุกอย่างของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
แต่ละฝ่าย แต่ละกลุ่ม...ก็อ่านเกมกันออก หัวใจจึงอยู่ที่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะ "หาช่องดัน" ทุกวิถีทาง กับอีกฝ่ายหนึ่ง "ตัดขา" ทุกขั้นตอน
ประเมินโอกาสของรัฐบาลนั้น แม้พรรคประชาธิปัตย์จะใช้ "เทคนิค" ขั้นเซียนในการประชุมสภาแค่ไหน ก็มิอาจต้านทาง "มือข้างมาก" ได้
อุปสรรคใหญ่ของรัฐบาลอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ
คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เคยท้วงติงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2ล้านล้านบาท เป็น "เงินแผ่นดิน" ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลกำลังปฏิบัติ...จึงอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 8 ว่าด้วย การเงิน การคลัง และ งบประมาณ ในมาตรา 169 บัญญัติไว้ว่า “การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยกับการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง...”
ดังนั้น เมื่อการกู้เงินตามร่างพระราชบัญญัติที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการกู้ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง อันเป็นหน่วยงานของรัฐ เงินกู้จึงเป็น "เงินแผ่นดิน" ซึ่งในการจ่ายเงินแผ่นดินนั้น จะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การตราเป็นพระราชบัญญัตินอกเหนือจากวิธีการตามที่กำหนดไว้ จึงอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นอกจากอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยการเงิน การคลังแล้ว การที่รัฐจะตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติฉบับใดฉบับหนึ่งนั้น จำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมาย ก่อนประกาศใช้ ว่าเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินกว่าความจำเป็นหรือไม่ เพื่อควบคุมองค์กรนิติบัญญัติ ไม่ให้ตรากฎหมายจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจนเกินสมควร โดยกฎหมายที่ตราขึ้นนั้น ต้องสอดคล้องกับหลักความพอสมควรแก่เหตุ อีกทั้งยังต้องพิจารณาถึงหลักสิทธิชุมชน และสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย
ที่สำคัญ... ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของฝ่ายบริหารเป็นเวลา 7 ปี การกู้เงินดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไปด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหารด้วยกัน ทำให้รัฐบาลชุดต่อไปไม่มีอิสระในการปฏิเสธโครงการเหล่านี้ หรือเสนอโครงการพัฒนาใหม่ๆ ได้อีก เนื่องจากโครงการทั้งหมดถูกกำหนดไว้แล้วจากรัฐบาลชุดก่อนหน้า
มือข้างมากในสภา...ดูจะ "ง่าย" กับการผ่านกฎหมาย แต่ "ยาก" ที่รัฐบาลจะผ่านไปได้ง่ายๆ และอนาคตของ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท คือ ดัชนีที่ชี้วัดว่ารัฐบาลจะเลือกอยู่ครบเทอมหรือยุบสภา!






