ในช่วงนี้มีแนวคิดใหม่ที่ก่อให้เกิดความสนใจในหลายวงการ นั่นคือ การเก็บภาษีคนโสด
ดังเป็นที่ทราบกันดี ภาษีเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังยิ่งของระบบตลาดเสรีที่เราใช้กันอยู่ ผู้สนับสนุนภาษีคนโสดเชื่อว่ามันจะกระตุ้นให้คนไทยแต่งงานซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวของประชากรในอัตราสูงขึ้น คนรุ่นใหม่จะได้ทำงานเลี้ยงผู้สูงอายุ แต่มันเป็นแนวคิดที่แคบมากเนื่องจากต้นตอสำคัญของปัญหาโลกมีที่มาจากการแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของคนกว่า 7 พันล้านคน หากทุกประเทศที่มีคนเกิดน้อยกระตุ้นให้คนเกิดมากขึ้น ประชากรโลกย่อมจะเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุดจนนำไปสู่การแย่งชิงกันอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น
คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 ได้เสนอให้พิจารณาระบบภาษีที่เหมาะสมกับสังคมหลังยุคบริโภคนิยมเนื่องจากระบบเศรษฐกิจตลาดเสรีที่ใช้การบริโภคเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุดหมดอนาคตแล้ว เศรษฐกิจแนวใหม่ยังต้องใช้หลักตลาดเสรีเนื่องจากระบบนี้วางอยู่บนฐานของสัญชาตญาณของมนุษย์ 2 อย่าง นั่นคือ เมื่อมีสิ่งของมักนำมาแลกเปลี่ยนกัน และทุกคนต้องการทำกิจกรรมอย่างเสรี แต่จะบริโภค หรือใช้ทรัพยากร เพิ่มขึ้นอย่างเสรีแบบไม่มีที่สิ้นสุดมิได้เพราะโลกมีทรัพยากรจำกัด เมื่อปี 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสนอให้เรียกระบบใหม่อันเป็นระบบตลาดเสรีที่จำกัดการบริโภคให้อยู่บนฐานของความจำเป็นว่าเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลทุกรัฐบาลตั้งแต่นั้นมาพูดว่าจะใช้ระบบใหม่นี้พัฒนาประเทศ แต่เป็นการพูดแต่ปากโดยปราศจากความเข้าใจและจริงใจ หากผู้อ่านต้องการจะทราบเนื้อหาของบทความที่อ้างถึงพร้อมแนวคิดและนโยบายเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่สังคมหลังบริโภคนิยมอาจหาได้ในหนังสือชื่อ “สู่ความเป็นอยู่แบบยั่งยืน” และ “ทางข้ามเหว: แนวคิดสำหรับแก้วิกฤตไทย” ทั้งสองเล่มอาจดาวน์โหลดฟรีได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.org
อนึ่ง ฐานทางปรัชญาของการเก็บภาษีมีหลายอย่างด้วยกัน สำหรับเศรษฐกิจแนวใหม่ ฐานของการเก็บภาษีส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปสู่การจำกัดการบริโภคเกินความจำเป็น ส่วนประกอบของระบบภาษีจะมีอะไรบ้างจะกำหนดได้หลังการวิเคราะห์โครงสร้างของการบริโภคอย่างละเอียดแล้ว แนวคิดที่เคยเสนอไว้ในบทความดังกล่าวมีคร่าวๆ ดังนี้
เนื่องจากฐานของการเก็บภาษีอยู่ที่การจำกัดการบริโภคเกินความจำเป็น ฉะนั้น สินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยสี่จะเสียภาษีในอัตราต่ำสุด หรือ บางอย่างอาจไม่เสียภาษีก็ได้ อาทิเช่น อาหารที่อยู่ในหมวดหมู่ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ทุกวัน แต่อาหารอีกหลายอย่างที่ไม่มีความจำเป็นต่อร่างกายต้องเสียภาษีในอัตราสูง นอกจากนั้น อาหารที่ต้องนำเข้าจากท้องถิ่นห่างไกลต้องเสียภาษีในอัตราสูงด้วยเพื่อประหยัดพลังงานในการขนส่ง จากฐานของการคิดในแนวนี้ อาหารจำพวกน้ำหวานอัดลม นมข้นหวาน เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไข่ปลาคาร์เวีย เป๋าฮื้อ หูฉลาม รังนกนางแอ่น ปลาแซลมอน ปูขนและผลไม้เมืองหนาวต้องเสียภาษีในอัตราสูงกว่าอัตราที่เสียกันอยู่ในปัจจุบัน
ในหมู่เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันอาจไม่เสียภาษี หรือเสียในระดับต่ำ ตรงข้ามเครื่องแต่งกายในหมวดหมู่หรูหราจำพวกผ้าไหม เพชรนิลจินดา นาฬิกาเรือนทองฝังเพชร ผ้าพันคอและกระเป๋าหิ้วสตรียี่ห้อกระฉ่อนโลก ต้องเสียภาษีในอัตราสูง หมู่ที่อยู่อาศัยควรใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้าตามราคาหน่วยของที่อยู่ และเครื่องปรับอากาศต้องเสียภาษีในอัตราสูงกว่าพัดลม ส่วนหมู่ยารักษาโรคซึ่งรวมทั้งอาหารเสริมที่จำเป็นต่อร่างกายจำพวกวิตามินไม่ควรเสียภาษี อย่างไรก็ดี ในหมวดหมู่นี้มีเครื่องมือเกี่ยวกับการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายหลากหลายชนิดซึ่งควรเสียภาษีในอัตราต่างกัน อาทิเช่น รองเท้าสำหรับเดินและวิ่งออกกำลังกาย จักรยานและลูกฟุตบอลอาจเสียภาษีต่ำ เครื่องมือสำหรับเล่นกอล์ฟและเจ็ตสกีต้องเสียภาษีในอัตราสูง
นอกจากสินค้าและบริการในหมวดหมู่ปัจจัยสี่แล้ว ยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายที่ควรคิดภาษีในแนวเดียวกันอีกด้วย อาทิเช่น รถเก๋งควรเก็บภาษีแบบก้าวหน้าตามราคาและแรงม้าของเครื่องยนต์ นอกจากนั้น ควรเก็บภาษีน้ำมันสูงกว่าในอัตราปัจจุบันเพื่อประหยัดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนในด้านเครื่องมือเครื่องใช้ซึ่งส่วนใหญ่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการทำงานควรเสียภาษีในอัตราต่ำ อาทิเช่น กระดาษ หนังสือ เครื่องเขียนและคอมพิวเตอร์
การเก็บภาษีบริการก็เช่นเดียวกัน ในขณะที่ค่าบริการเบื้องต้นจำพวกการตัดผมและการซักรีด ไม่ควรเสียภาษี แต่อีกหลายอย่างควรเสียภาษีในอัตราสูงรวมทั้งการอาบอบนวด ค่าบริการในโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว
เนื่องจากฐานของการเก็บภาษีอยู่ที่การจำกัดการบริโภคเกินความจำเป็น ฉะนั้น การเก็บภาษีสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับการบริโภคก็ควรได้รับการพิจารณาใหม่ทั้งหมดด้วย บางอย่างอาจยกเลิก หรือเก็บในอัตราต่ำ อาทิเช่น ภาษีกำไรส่วนทุนอันเกิดจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์และภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากภาษีเหล่านี้ไม่มีผลต่อการจำกัดการบริโภค อย่างไรก็ตาม กิจการต่อยอดจำพวกการซื้อขายอนุพันธ์ต่าง ๆ ควรเก็บภาษีให้สูงไว้เนื่องจากกิจการเหล่านี้มีลักษณะเป็นกาฝากมากกว่าที่จะเอื้อให้เกิดการระดมทุนที่แท้จริง ในขณะเดียวกันก็อาจไม่เก็บภาษีจากมรดกตกทอดจากการโอนอสังหาริมทรัพย์และจากรายได้ที่เกิดจากดอกเบี้ยเงินฝาก ภาษีบางอย่างอาจต้องคงไว้ในระดับหนึ่ง อาทิเช่น ภาษีศุลกากร ภาษีที่ดิน ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจ ทั้งนี้เพราะการเก็บภาษีบนฐานใหม่อาจไม่สามารถทำให้รัฐมีรายได้อย่างเพียงพอ
เนื่องจากภาษีจะมีพลังในการสร้างแรงจูงใจสูงมากและการเปลี่ยนฐานของการเก็บภาษีจะนำไปสู่การรื้อระบบที่มีอยู่ขนานใหญ่ซึ่งจะทำให้มีผู้ได้ผู้เสียอย่างกว้างขวางพร้อมทั้งอาจกระทบต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ ฉะนั้น จึงควรมีการศึกษาอย่างละเอียดและการปรับใช้อาจต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามขั้นตอนจนได้ระบบภาษีในแนวที่จะช่วยให้เมืองไทยก้าวไปสู่สังคมหลังยุคบริโภคนิยมได้เร็วขึ้น






