ผลการเจรจาของตัวแทนรัฐบาล กับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในภาคใต้ แม้ว่าขณะนี้ยังมีเกษตรกรบางกลุ่มยังไม่พอใจ
ผลการเจรจาในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลยื่นข้อเสนอหรือรับปากว่าให้ได้ที่ราคากิโลกรัมละ 90 บาท ในขณะที่เกษตรกรบางกลุ่มต้องการที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ก็มีเกษตรกรบางกลุ่มที่พอใจผลการเจรจาที่ระดับราคาดังกล่าว และประกาศว่าจะมีการชุมนุมต่อไป เพื่อเรียกร้องให้ได้ราคาที่ต้องการ คือ 100 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมทั้งขู่ยกระดับการชุมนุมให้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ประเด็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำชาวสวนยางพารา หากใครไม่ติดตามหรือเป็นผู้อยู่ในแวดวงมาก่อน อาจจะรู้สึกสับสนในหลายประเด็น คือ การประเมินราคาที่เหมาะสมของแต่ละฝ่ายมาจากไหน และข้อจำกัดของรัฐบาลคืออะไร โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวที่มีการเปรียบเทียบกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ใช้เงินหลายแสนล้านบาท อีกทั้งการรวมกลุ่มของชาวสวนยางครั้งนี้ ค่อนข้างมีหลากหลายความคิดเห็นอย่างมากจากแต่ละกลุ่ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่หลากหลายมาก
ดังนั้น ข้อเท็จจริงในเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรยางพารา เหมือนกับที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล กล่าวคือ การประเมินราคาช่วยเหลือหรืออุดหนุนสินค้าเกษตรของรัฐบาล โดยเฉพาะที่อ้างว่าเป็นการประเมินให้เกษตรกรสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น แต่ความเห็นในเรื่องราคา ทั้งการรับจำนำข้าวและยางพารานั้น สะท้อนให้เห็นว่าการประเมินของรัฐบาลกับของเกษตรกรนั้นไม่ตรงกัน และใช้มาตรฐานคนละอย่างในการประเมิน แต่ความพอใจต่อราคาขึ้นอยู่กับเกษตรกร
กรณีของยางพาราเช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว ที่มีการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเข้าไปอุดหนุนราคาให้กับเกษตรกร แต่ประเด็นที่น่าสนใจและน่ากังวลไม่น้อยสำหรับประเทศ คือ ภาระการคลังในอนาคต เพราะอย่าลืมว่าการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางในครั้งนี้เหมือนว่าได้ตามข้อเรียกร้อง แม้จะมีบางกลุ่มที่ไม่พอใจ ซึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือต่อไปนี้ราคายางที่ซื้อขายในประเทศไม่อาจต่ำกว่าราคาในขณะนี้ได้ เช่นเดียวกับราคาข้าวที่ต้องอยู่ระดับ 13,000-15,000 บาทต่อตัน
ที่น่าเป็นห่วง คือ สินค้าเกษตรทั้งสองชนิดขึ้นอยู่กับราคาในตลาดโลก ซึ่งระดับราคาขึ้นลงขึ้นแทบจะเป็นเรื่องของกลไกตลาดโลกอย่างแท้จริง และหากเปรียบเทียบผลผลิตของไทยต่อตลาดโลกในสินค้าเกษตรทั้งสองชนิด ก็จะเห็นว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แม้บางชนิดจะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่ระดับราคายังอิงกับกลไกตลาดโลก และในเมื่อรัฐบาลดำเนินนโยบายอุดหนุนราคาค่อนข้างสูงในปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับราคาในตลาดโลก จึงน่าเป็นห่วงว่าหากราคาร่วงลง รัฐบาลต้องหาเงินมาอุดหนุนต่อไป
เราเห็นว่า การช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายที่เป็นแกนกลางของรัฐบาล นั่นคือ นโยบายประชานิยม และขณะนี้ประชานิยมกำลังเริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จากสินค้าประเภทหนึ่งไปสู่สินค้าอีกประเภทหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการรวมตัวของประชาชน ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เราเห็นว่าความสุ่มเสี่ยงหายนะจากประชานิยมในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องความเสียหายในนโยบายใดนโยบายหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความเสียหายที่เพิ่มขึ้นหากประชานิยมขยายตัวออกไปในทุกเรื่อง ที่รัฐบาลต้องการเอาใจ...อย่างไร้เหตุผล






