วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เมื่อโอบามาเดินเข้าถ้ำเสือปูติน

เมื่อโอบามาเดินเข้าถ้ำเสือปูติน

จะเป็นการมองหน้ากันค่อนข้างอีหลักอีเหลื่อ ระหว่าง บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กับ วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

ที่เจอกันที่เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย เพื่อประชุมสุดยอดประเทศในกลุ่ม G-20

เพราะในใจของทั้งสอง คือ เรื่องซีเรียที่ยืนอยู่คนละข้างโดยสิ้นเชิง

แต่การประชุมกลุ่ม G-20 นั้น เป้าหมายทางการ คือ การหาทางแก้ปัญหาของโลกทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ได้ให้มาเจอเพื่อปะฉะดะซึ่งกันและกัน

โอบามา ประกาศล่วงหน้าก่อนขึ้นเครื่องบินแล้วว่าจะไม่มีการเจอกับ ปูติน ตัวต่อตัว เพราะว่า ปูติน ออกมาขวางแผนปฏิบัติการทางทหารของมะกันในซีเรีย หลังจากวอชิงตัน ยืนยันว่า มีหลักฐานว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ได้ใช้อาวุธเคมีถล่มฝ่ายต่อต้านจนตายกว่า 1,400 ราย

ปูติน บอกว่า โอบามายังไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอในเรื่องนี้ และถ้าอเมริกาโจมตีซีเรียก็จะเท่ากับเป็นการฆ่าคนเพิ่มขึ้นอีก

ผู้นำรัสเซีย เตือนผู้นำอเมริกันว่ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่ โอบามา ได้มานั้น ควรจะทำให้เขาคิดอะไรให้รอบคอบ ก่อนที่จะใช้มาตรการทางทหาร

โอบามา ซัด ปูติน ว่า ปกป้องผู้นำซีเรียที่เข่นฆ่าประชาชนของตนเอง

ทั้งสองคนจึงวิวาทะผ่านคนระดับรัฐมนตรีของตัวเอง อย่างร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้บรรยากาศการพบปะกันที่เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิรก์ ช่วงสุดสัปดาห์นี้ อึมครึมด้วยท่าทีของความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

ไม่ต่างอะไรกับ โอบามา “เดินเข้าถ้ำเสือ” เพราะจะมีหลายประเทศสมาชิก ที่เตรียมจะถล่ม โอบามา เรื่องการใช้มาตรการทางทหารต่อซีเรีย

เพราะว่าเมื่อ โอบามา บินเข้ารัสเซีย ก็เท่ากับมาเหยียบดินแดนที่ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ที่เอาความลับของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติหรือ NSA เปิดเผยกับชาวโลกมาพักพิงในฐานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่

วอชิงตัน ต่อว่าต่อขานมอสโก เรื่องให้ สโนว์เดน ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ เมื่อ โอบามา มาจับมือทักทายกับ ปูติน ในฐานะหนึ่งในสมาชิก G-20 ไม่ใช่ในฐานะสองผู้นำจะสนทนากัน จึงหนีไม่พ้นว่าจะต้องมีความรู้สึกอึดอัดทั้งสองฝ่ายพอสมควร

โอบามา กับ ปูติน จับมือกันแค่ไม่ถึง 20 วินาที อย่างเสียไม่ได้ เพราะต้องทักทายกันตามมารยาททางการเมือง ปูติน ในฐานะเจ้าภาพ โอมาบา ในฐานะผู้ร่วมประชุม มิใช่ผู้มาเยือนอย่างมิตร

คำว่า one-on-one meeting จึงจะไม่เกิดขึ้นระหว่างสองเสือนี้

วาระการประชุมทางการไม่มีเรื่องซีเรีย ก็จริง เพราะโดยทางการแล้วการประชุมของ G-20 จะเน้นประเด็นเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก แต่ทุกคนก็รู้ว่านี่คือหัวข้อสำคัญที่สุด ของการพบปะครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

รัสเซีย ยืนอยู่ข้างรัฐบาลซีเรีย อเมริกาหนุนฝ่ายต่อต้าน จีนเห็นด้วยกับรัสเซีย ขณะที่ ญี่ปุ่น ยืนอยู่เคียงข้างมะกัน

โอบามา ไม่เจอปูตินตัวต่อตัว แต่ขอนัดพบผู้นำจีนและญี่ปุ่น มานั่งจิบกาแฟคุยกันเพื่อสานสัมพันธ์ แม้ว่าจีนจะคัดค้านมติของสหรัฐในคณะมนตรีความมั่นคงก็ตาม

ดังนั้น จะมีภาพของ โอบามา คุยกับ สีจิ้นผิง ตัวต่อตัว และกับ ชินโซ อาเบะ อย่างสนิทสนมอีกฉากหนึ่ง
แต่กับ ปูติน โอบามา จะเพียงแค่แตะมือกันพอเป็นพิธีเท่านั้น

เป็นความสัมพันธ์ที่เย็นชาและจืดชืดอย่างจงใจของทั้งสองฝ่าย

ผู้นำสหรัฐพยายามจะบอกว่าหากอเมริกา ไม่ทำอะไรเพื่อเป็นการลงโทษผู้นำซีเรีย ในกรณีใช้อาวุธเคมีแล้วไซร้ “ไม่ใช่ความน่าเชื่อถือของผมที่จะถูกท้าทาย หากแต่เป็นความน่าเชื่อถือของประชาคมโลกต่างหากที่จะถูกตั้งคำถาม”

น้ำเสียง ปูติน อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนการประชุมสุดยอด อาจจะเป็นเพราะจะเล่นบทเจ้าภาพอารมณ์ดีขึ้นหน่อย ด้วยการบอกว่า หาก สหรัฐ พิสูจน์ได้ว่าประธานาธิบดีซีเรีย ใช้แก๊สพิษกับประชาชนของตนจริง เขาก็อาจจะพิจารณาสนับสนุนมติสหประชาชาติในเรื่องนี้ก็ได้

นักข่าวถาม ปูติน ว่า มีเรื่องไม่ชอบ โอบามา จริงๆ หรือเปล่า เขาตอบเลี่ยงไปด้วยการบอกว่า “คนอเมริกันไม่ได้เลือกประธานาธิบดีโอบามา มาเพื่อจะมาเอาใจรัสเซีย และผมก็ไม่ได้ถูกเลือกโดยประชาชนมาเพื่อจะเอาใจใครคนใดคนหนึ่งเหมือนกัน...”

น้ำเสียง ปูติน ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ดุดันกว่านี้มาก เพราะชี้นิ้วกล่าวหารัฐมนตรีต่างประเทศ จอห์น แคร์รี ของสหรัฐ ว่า "โกหกหลอกลวง" กันหน้าตาเฉยทีเดียว เมื่อเขาบอกว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้าย อัลกออิดะห์ มีความสัมพันธ์กับกลุ่มต่อต้านในซีเรียบางกลุ่ม

ผู้นำชาติอื่นก็คงจะต้องรุมถาม โอบามา ว่า “ตกลงคุณจะถล่มซีเรียแน่หรือ?”

และอีกหลายคน ก็คงจะถาม ปูติน ว่า “ถ้าโอบามาโจมตีซีเรีย คุณจะถล่มใคร?”

นี่อาจไม่ใช่สงครามโลกครั้งใหม่ แต่ก็ทำให้โลกนอนไม่หลับไปหลายวัน...ทีเดียว