ต่อจากเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่จบท้ายไว้ด้วย ประเด็นใกล้ตัว ซึ่งไม่ว่าจะมองไปทางใด เชื่อเหลือเกินว่า
ปัญหาเฉพาะหน้าอย่าง ราคาสินค้าแพง เศรษฐกิจชะลอตัว และภาระหนี้สินที่พอกพูน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคคนไทย เป็นโจทย์ท้าทายที่รัฐบาล ต้องมองหาช่องทางแก้ไข เมื่อนโยบายประชานิยม กลายมาเป็นตัวเพิ่มปัญหา เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้คนบริโภคเกินกำลังในปัจจุบัน
มาถึงสัปดาห์นี้ ยังคงต่อเนื่องจากประเด็นเดิม คือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อถดถอย และอัตราหนี้ครัวเรือนที่ยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่อง บรรยากาศสินค้า และโปรโมชั่น ในห้างร้านยังคงจัดกันอย่างคึกคัก เสมือนตอกย้ำภาพ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะที่ภาคธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ ยังคงระมัดระวังท่าที ในการให้ข้อเท็จจริงต่อสัญญาณกำลังซื้อดังกล่าว
โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งวันนี้ หลายบริษัทขนาดใหญ่ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บ้านเรา ยังคงประกาศเดินหน้าแผนธุรกิจ และยืนยันว่าธุรกิจอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็น ขายบ้านหรือคอนโดมิเนียม ต่างยังมีบรรยากาศที่ดี และมั่นใจว่าการเปิดโครงการใหม่ จะยังคงมียอดขายที่สดใส แม้จะยอมรับมีภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจบ้าง แต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากไม่มีอุบัติเหตแบบจงใจ อย่างสถานการณ์ความปั่นป่วนทางการเมืองเกิดขึ้น
เป็นภาวะที่ค่อนข้างแปลก เพราะในขณะที่คนเดินถนนทั่วไปรับรู้ถึง การชะลอตัวของเศรษฐกิจ ด้วยสำนึกจากเรื่องใกล้ตัวว่า กำลังซื้อไม่ดีนัก แต่ภาคธุรกิจหลักอย่างอสังหาริมทรัพย์ ยังคงยืนยันว่าการขายไม่ได้มีปัญหา จะบ้างก็เพียงภาวะเติบโตที่ไม่คึกคักเหมือนช่วงก่อน แต่ก็ไม่หละหลวมถึงกับไม่ยอมรับสัญญาณที่ว่านี้ เพราะหลายบริษัทต่างก็มีแผนเตรียมความพร้อมรับมือ เหตุการณ์ไม่คาดฝันทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น เช่น เกินปัญหาการเมืองรุนแรง หรือเหตุการณ์วิกฤตฉับพลัน
ปรากฎการณ์ที่ ผู้คนบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ภาคธุรกิจยืนยันว่า ยังดีต่อเนื่องจึงยังเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่า.. แท้จริงแล้วเศรษฐกิจไทยดีหรือแย่กันแน่ เพราะหน่วยงานพยากรณ์ด้านเศรษฐกิจของรัฐ หลายองค์กรล้วนให้ภาพเศรษฐกิจในทิศทาง ที่ไม่ค่อยตรงกันนัก ความไม่ชัดเจนนี้จึงทำให้ เอกชนต้องปรับตัวด้วยการประเมินภาวะ และเตรียมตัวรับมือ ด้วยแผนงานแบบยืดหยุ่น พร้อมรุกและชะลอ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องดี หากภาคธุรกิจไม่ประมาท
แต่ในมุมของประชาชนคนเดินถนนทั่วไป ไม่แน่ใจว่าส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือ ที่พร้อมปรับตัวเชิงรุก หรือชะลอกิจกรรม ได้เท่าเทียมภาคเอกชนหรือไม่ ในเมื่อสิ่งเร้ารอบตัวยังคงเพิ่มขึ้น ในขณะที่นโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ก็ยังคงเดินหน้าในแนวทางประชานิยม แจก แถม กระตุ้นการใช้จ่ายเกินกำลัง สิ่งที่น่ากลัวคือ ประชาชนระดับกลางลงล่าง ชนชั้นกลางที่มีรายได้ต่อครัวเรือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท/เดือน คนจนในเมือง คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่อยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว เพราะเสพติดความสะดวกสบายจนเกินรายได้
แม้แต่เกษตรกร ในพื้นที่ต่างจังหวัดห่างไกล ที่เคยชินกับการความสะดวกใหม่ๆ ที่ได้มาจากนโยบายประชานิยม หากปรับตัวไม่ทัน กับภาวะเสี่ยงเศรษฐกิจว่ากำลังเติบโต หรือจ่อคิวลดน้อยถอยลง ได้อย่างเท่าทันสถานการณ์จริง ปัญหาใหญ่จะตามมาแน่นอน!.....






