การประดิษฐ์เครื่องจักรกลและการค้นพบวิธีอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในน้ำเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
โจเซฟ พริสต์ลีย์ ค้นพบการอัดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในน้ำเมื่อปี พ.ศ. 2310 ซึ่งเป็นปีที่กรุงศรีอยุธยาถูกพม่าเผา ปีนั้นอยู่ในช่วงเวลาที่เจมส์ วัตต์ กำลังปรับปรุงเครื่องจักรไอน้ำซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษก่อนที่จะแพร่ขยายออกไปในส่วนอื่นของโลก
คาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกอัดไว้ในน้ำซึ่งบรรจุไว้ในภาชนะที่ปิดแน่นจะทำให้น้ำแตกเป็นฟองซ่าเมื่อฝาของภาชนะเปิดออกหลังภาชนะได้รับความสั่นสะเทือน น้ำที่มีความซาบซ่านั้นวิวัฒน์จากน้ำเปล่าซึ่งในปัจจุบันเรามักเรียกกันว่าโซดามาเป็นน้ำหวานจากการผสมน้ำตาลรสต่างๆ หลากหลายอย่างด้วยกัน โดยทั่วไปคนไทยมักเรียกน้ำหวานเหล่านั้นรวมๆ กันว่าน้ำอัดลม ความหวานและความซาบซ่าของน้ำอัดลมทำให้ผู้ดื่มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที มันเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคนิยมดื่มกันอย่างกว้างขวาง
เนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตน้ำอัดลมไม่สลับซับซ้อนและความนิยมดื่มแพร่ขยายไปอย่างรวดเร็ว น้ำอัดลมจึงเป็นสินค้าอุตสาหกรรมชนิดแรกๆ ที่ประเทศกสิกรรมและกำลังพัฒนาเริ่มผลิตในตอนต้นของการทำการอุตสาหกรรม บางส่วนของน้ำอัดลมที่ประเทศเหล่านี้ผลิตมักเป็นชนิดเดียวกันกับที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในประเทศก้าวหน้า อาทิเช่น โคคาโคล่า เป๊ปซี่โคล่าและเซเว่นอัพ ผู้เป็นเจ้าของชื่อ หรือสูตรของสินค้าเหล่านั้นอาจเข้าไปลงทุนเอง หรืออาจอนุญาตให้บริษัทในประเทศกำลังพัฒนาผลิตแทน
ในสหรัฐอเมริกา โคคาโคล่าและเป๊ปซี่โคล่าเป็นน้ำอัดลมที่ขายดีที่สุด ทั้งสองอย่างนี้จึงมักมีขายในทุกสถานที่ซึ่งมีเครื่องดื่มขายไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร ตามสนามกีฬา ในโรงภาพยนตร์ ตามรถยนต์และรถไสขายอาหารจานด่วนเคลื่อนที่ ในร้านสะดวกซื้อ หรือในตู้ขายจำพวกหยอดเงินตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งในโรงเรียนด้วย สำหรับในโรงเรียน บริษัทผู้ขายตกลงกับโรงเรียนว่าจะแบ่งรายได้ให้โรงเรียนในสัดส่วนเท่าไรของยอดขาย โรงเรียนนำรายได้นั้นไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน
เนื่องจากร้านค้าต่างๆ ที่ขายน้ำอัดลมตระหนักเรื่องความนิยมดื่มของชาวอเมริกัน ฉะนั้น ร้านค้าเหล่านั้นจึงมักจูงใจลูกค้าด้วยการขายน้ำอัดลมขนาดใหญ่ในราคาถูกเป็นพิเศษ หรือเท่ากับขนาดเล็ก หรือให้เติมได้แบบไม่จำกัดในระหว่างที่ผู้ดื่มนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านของตน ตัวอย่างที่มักอ้างถึงกันได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งมีสาขากระจัดกระจายแพร่หลายที่สุด ร้านค้านี้ได้เพิ่มขนาดเครื่องดื่มจากปกติ 16 ออนซ์ เป็นขนาด 32 ออนซ์ ชื่อ Big Gulp ตามด้วยขนาด 44 ออนซ์ ชื่อ Super Big Gulp จนเป็นขนาด 64 ออนซ์ หรือกว่า 1.8 ลิตร ชื่อ Double Gulp โดยไม่เพิ่มราคาขึ้นไปตามสัดส่วนของขนาด เมื่อคู่แข่งเห็นเช่นนั้นก็มักทำตาม การแข่งขันนี้จึงมีส่วนทำให้ชาวอเมริกันแต่ละคนดื่มน้ำอัดลมเฉลี่ยคนละราว 170 ลิตรต่อปีซึ่งตีค่าเป็นราคาขายปลีกได้ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า น้ำตาลทำให้ผู้บริโภคอ้วนเนื่องจากมีแคลอรีสูง ฉะนั้น ความนิยมดื่มน้ำอัดลมบ่อยๆ หรือขนาดใหญ่ๆ จึงมีส่วนทำให้ชาวอเมริกันอ้วนเกิน ในปัจจุบัน ชาวอเมริกัน 2 ใน 3 คน อ้วน หรือมีน้ำหนักเกินพอดี และ 1 ใน 3 คนอ้วนจนเข้าขั้นอันตราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ยังอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งที่มีคำเตือนอยู่ทุกหนทุกแห่งว่าความอ้วนสร้างปัญหาสุขภาพ
เพื่อจะช่วยป้องกันมิให้เยาวชนของตนเข้าถึงน้ำอัดลมได้ง่าย เมื่อโรงเรียนเปิดภาคเรียนใหม่ในสัปดาห์หน้านี้ โรงเรียนในแฟร์แฟกซ์เคาน์ตี้ซึ่งอยู่ในย่านชานกรุงวอชิงตันจะเริ่มโครงการนำร่อง นั่นคือ ห้ามเจ้าของตู้ขายเครื่องดื่มจำพวกหยอดเงินที่ตั้งไว้ในโรงเรียนมัธยม 7 แห่งบรรจุน้ำอัดลมซึ่งผสมน้ำตาลไว้ในตู้เหล่านั้น โรงเรียน 7 แห่งดังกล่าวมีนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 30 ของนักเรียนมัธยมในเคาน์ตี้ หากได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เขาจะขยายโครงการออกไปให้ครอบคลุมทั่วทั้งเคาน์ตี้
มาตรการของแฟร์แฟกซ์เคาน์ตี้จะถูกนักเรียนฟ้องร้องหรือไม่ต้องรอดูกันไปอีกระยะหนึ่ง นักเรียนอาจฟ้องโรงเรียนก็ได้เนื่องจากในอเมริกาการฟ้องร้องเป็นของธรรมดาที่สุด และบางทีศาลตัดสินออกมาผิดความคาดหมาย เรื่องน้ำอัดลมกำลังมีตัวอย่างให้ดู นั่นคือ เมื่อเร็วๆ นี้ นายกเทศมนตรีของมหานครนิวยอร์กออกกฎห้ามมิให้ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สนามกีฬาและรถไสขายน้ำอัดลมเกินขนาด 16 ออนซ์ หรือประมาณ 0.47 ลิตร หลังผู้ประกอบธุรกิจเหล่านั้นฟ้องศาล ศาลชั้นต้นตัดสินว่ากฎนั้นขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งที่การห้ามขายน้ำอัดลมขนาดใหญ่ไม่เข้มงวดและลิดรอนสิทธิ์ของผู้บริโภคเท่ากับการห้ามขายและสูบบุหรี่ในสถานที่ต่างๆ อย่างแพร่หลายในอเมริกา แต่การห้ามขายและสูบบุหรี่ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ สื่อรายงานว่า นายกเทศมนตรีกำลังเตรียมอุทธรณ์
คอลัมน์นี้พูดถึงเรื่องบุหรี่หลายครั้งว่าไม่น่าจะนับรวมไว้ในมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพีเพราะการบริโภคมันเป็นอันตราย ซ้ำร้ายค่ารักษาพยาบาลอันเกิดจากอันตรายนั้นยังนับเป็นจีดีพี หรือของดีอีกต่อหนึ่ง ด้วยเหตุผลเดียวกัน การผลิตน้ำอัดลมซึ่งเมื่อบริโภคเข้าไปเป็นอันตรายทั้งในด้านทำให้อ้วนและในด้านอื่นเช่นฟันผุจึงไม่น่าจะนับเป็นส่วนหนึ่งของจีดีพี แต่แนวคิดเช่นนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ฉะนั้น จีดีพีจึงยังมีสิ่งที่ไม่ดี หรือเป็นอันตรายแฝงอยู่มาก เราจึงควรตระหนักและถามเสมอว่า จีดีพีที่เพิ่มขึ้นไปมาจากไหนเมื่อรัฐบาลแถลงว่ามันขยายตัวในอัตราที่น่ายินดี






