วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยรอความหวัง"ไทยแลนด์ โฟกัส"

หุ้นไทยรอความหวัง"ไทยแลนด์ โฟกัส"

สัปดาห์นี้ ตลาดหลักทรัพย์จัดงานไทยแลนด์โฟกัส ระดมบริษัทจดทะเบียนนำเสนอข้อมูล ให้กับกองทุนต่างชาติทั่วโลก

กว่า 170 แห่ง มีบจ.เข้าร่วม 114 บริษัท เป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อต้องการดึงต่างชาติให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งสวนทางกลับความเป็นจริงที่ตอนนี้เม็ดเงินต่างชาติทยอยไหลออกอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่า จะไม่มีปัจจัยอะไรที่น่าสนใจ พอจะฉุดรั้งเงินทุนเหล่านั้น

แต่ดูเหมือนตลาดหลักทรัพย์ มั่นใจว่า เงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในไม่ช้า เพราะการที่ "ชนิตร ชาญชัยณรงค์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้สัมภาษณ์ว่า

การที่ต่างชาติขายหุ้นไทย 1 แสนล้านบาท ไม่ถือว่าแรงกว่าที่มีการคาดการณ์ เพราะเป็นการขายทั้งภูมิภาค และถ้าเทียบดัชนีที่ปรับลดลงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยก็ไม่ได้ลงแรงกว่าเพื่อนบ้าน ขณะที่จุดแข็งสำคัญของบริษัทจดทะเบียนไทย คือ ฐานะทางการเงินที่เข้มแข็ง สัดส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำ มีเงินสดในมือสูง

ส่วนปัญหาทางการเมือง ยังเป็นความเสี่ยงเดียว คนส่วนใหญ่รู้สึกกังวล จากเหตุการณ์ความรุนแรงในอียิปต์ คงเป็นตัวอย่างทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นในไทย

จากคำพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง ความเชื่อมั่นว่า ต่างชาติจะยังให้ความสนใจตลาดหุ้นไทย เพราะพื้นฐานบริษัทที่ดี และยังได้รับการยืนยันจากบรรดาโบรกเกอร์ ประเมินว่าสถานการณ์เงินทุนไหลออกนั้นเป็นเพียงแค่ผลกระทบระยะสั้น และมั่นใจว่า ดัชนีหุ้นไทยลดลงไม่ต่ำกว่าระดับ 1,300 จุด

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2556 เหลือขยายตัว 3.8-4.3% จากเดิม 4.2-5.2% และการเคลื่อนไหวทางการเมืองและความเห็นที่ขัดแย้งกัน เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น ขณะเดียวกัน โบรกเกอร์บางส่วนทยอยปรับลดคาดการกำไรบริษัทจดทะเบียนลงพร้อมกับการปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้เหลือ 1,280 จุด

ดังนั้นหากต่างชาติ ขนเงินกลับประเทศ เพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดขนาดคิวอี ซึ่งกำลังจะเริ่มกลางเดือนก.ย.นี้ และจะมีผลกระทบต่อทิศทางเงินบาท อาจอ่อนตัวรุนแรงอีกครั้ง ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในไทยก็เข้าสู่ภาวะถดถอย และแรงกดดันจากปัจจัยทางการเมืองก็ซ้ำเติมต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต้องผจญกับความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาแบบนี้

เราจะยังพอมีความหวังจากการจัดงานไทยแลนด์โฟกัสได้หรือไม่ เพราะกองทุนต่างชาติที่เข้ามาร่วมงาน ก็ต้องให้ความสำคัญกับทุกๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยแวดล้อม หรือปัจจัยพื้นฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้นการเชิญชวนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเวลาเช่นนี้ จะสัมฤทธิ์ผลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ คาดหวังไว้หรือเปล่า คงต้องจับตาดูกันให้ดี