เป็นที่ทราบกันว่าตลาดออนไลน์มีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีนักการตลาดหลายท่านยังไม่ตื่นตัว เพราะมีความเชื่อที่ว่าไม่น่าจะโตเร็ว
และยังไม่น่าใช่สำหรับคนไทย
สถิติในเดือน ก.พ. 2556 ของ SocialBakers เว็บไซต์จัดอันดับและเก็บสถิติต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ระบุว่า กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 เมืองที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊คมากที่สุดในโลก
วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันว่า อะไรที่เป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโต เพื่อเป็นข้อมูลให้มั่นใจว่าตลาดนี้ โต แน่นอน และจะโตขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ ไปที่ไหน ว่างเมื่อไหร่ ก็จะหยิบมือถือขึ้นมากดดู หรือเวลาสั่งอาหาร ลองเสื้อผ้า ก็จะเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูป แล้ว แชร์ ผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้ เรียกว่า Net idol (เน็ตไอดอล) คือ พฤติกรรมที่ชอบแชร์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต เปรียบเสมือนตัวเองเป็น Net idol ทำอะไร ทานอะไร ซื้ออะไร หรือสวมใส่อะไร ก็ต้องแชร์กันผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์คให้คนอื่นรับรู้ด้วย
พฤติกรรม Net idol นี้ได้เติบโตไปพร้อมๆ กับโลกอินเทอร์เน็ต โดยผลการวิจัยพบว่า 90% ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต จะต้องเคย search หาสินค้าออนไลน์ และชอบแนะนำสินค้าในอินเทอร์เน็ตสูงถึง 65% ซึ่งพฤติกรรมชอปปิงออนไลน์นี้ถูกขับเคลื่อนมาจาก
1.แน่นอนว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตของแบรนด์ต่างๆ เอื้ออำนวยต่อการสร้างสังคมออนไลน์และสร้างพฤติกรรม Net idol นี้ขึ้นมา ซึ่งกำลังเป็นช่องทางที่ฮอตฮิต มีการเติบโตสูงถึง 3 เท่าในปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นช่องทางใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่า ด้วยระบบที่เสถียรใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ แต่มีขนาดเล็กกว่า พกพาได้ง่ายกว่า ที่สำคัญความเร็วในการเชื่อมต่อที่ถูกพัฒนาขึ้นทุกวัน ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ทันที
2.ความสะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าห้องน้ำยังช้อป ยังทำธุรกรรมได้ ไม่ต้องรอ
3.อิสระในการเลือกซื้อ จะเข้าจะออก จะช้อปกี่ครั้ง หรือจะกี่ร้าน ก็ทำได้เพียงแค่คลิก ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องไป ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องโดนเซลล์กดดัน และไม่ต้องเกรงใจใคร จะดูกี่ชิ้น จะไปเทียบกับแบรนด์อื่น ยังไงก็ได้ ตามใจ ที่เดียวช้อปได้ทุกแบรนด์
4.สินค้าออนไลน์ราคาถูก เพราะไม่ต้องเสียพื้นที่เช่าร้าน และประหยัดค่าจัดการจากการมีหน้าร้านอีกหลายอย่าง ทั้งสต๊อก ทั้งคนงาน เป็นต้น ทำให้การช้อปผ่านออนไลน์สะดวกไม่พอ ถูกกว่าอีกด้วย
5.ที่เด็ดกว่านั้น การช้อปผ่านออนไลน์ ยังสามารถเปรียบเทียบราคาง่ายๆ แบบไม่ต้องอายใคร และไม่ต้องเสียเวลาหามาเทียบเองด้วย เพราะมีเว็บไซต์ที่ให้บริการเปรียบเทียบราคา แค่คลิกปุ่มเปรียบเทียบราคา ก็จะโชว์ขึ้นมาให้เลือกเลยว่าที่ไหนถูกที่สุด หรือกำลังมีโปรโมชั่นอยู่ ผู้บริโภคจะได้มั่นใจว่าได้ของถูกที่สุด
แต่ยังมีทีเด็ดกว่าคือ ถ้าราคาที่ขายอยู่ยังถูกไม่สาแก่ใจ ผู้บริโภคยังสามารถใส่ราคาที่ตั้งงบไว้ เมื่อราคาสินค้าชิ้นนั้นลงมาอยู่ที่งบซึ่งตั้งไว้ จะมีอีเมลล์กลับมาแจ้งให้เราทราบทันที บริการดีขนาดนี้ การช้อปออนไลน์จะไม่โตได้อย่างไร
แค่นี้คงพอเห็นภาพว่า การช้อปออนไลน์ ยังไงก็โต แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้อดียังไม่หมดฉบับหน้ามาติดตามเบื้องหลังพลังขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจชอปปิงออนไลน์กันต่อ






