รัฐบาลจะจัดประชุมสภาปฏิรูปการเมืองในวันที่ 25 ส.ค.นี้ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน
ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เชิญบุคคลจากส่วนต่างๆเข้าร่วม แต่เมื่อพิจารณาจากรายชื่อที่รัฐบาลได้เชิญเข้าร่วมเวทีการปฏิรูปครั้งนี้ จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายการเมือง และผู้มีประสบการณ์การเมืองในอดีต รวมทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ส่วนแนวทางการทำงานจะเป็นอย่างไรนั้น น่าจะออกมาในการประชุมนัดแรกวันอาทิตย์นี้
หากพิจารณาจากคนที่เข้าร่วมเวทีปฏิรูปในครั้งนี้ คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือคนไทยจะคาดหวังอะไรได้ กับสภาปฏิรูปการเมือง แม้ว่าฝ่ายการเมืองจะรับประกันว่าจะผลักดันให้เกิดกระบวนการปฏิรูปอย่างจริงจัง เพราะอย่าลืมว่าคนเหล่านี้ก็เคยนำเสนอ บางคนเป็นกรรมการชุดต่างๆเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง และบางคนก็มีบทบาทในความขัดแย้งทางการเมือง แต่ก็ปรากฏว่าความขัดแย้งการเมืองที่รัฐบาลมองว่าเป็นปัญหาต้องปฏิรูปนั้นยังดำรงอยู่ และมีแนวโน้มน่ากังวลมากขึ้น
ดังนั้น หากคนที่เข้าร่วมในการปฏิรูปการเมืองในครั้งนี้ เป็นผู้ที่เคยมีบทบาทอยู่แล้วในเวทีการเมือง หรือเคยมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยจากความขัดแย้งทางการเมือง จึงเป็นไปได้ยากที่จะเกิดมุมมองใหม่ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอย่างดีที่สุดที่ทำได้ คือ ประมวลปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางแก้ไขทีละประเด็น แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่มีการกล่าวถึง และเราเชื่อว่าการตั้งประเด็นปัญหาที่นำไปสู่การปฏิรูปการเมือง แทบจะไม่มีอะไรใหม่และไม่เป็นที่รับรู้มากก่อนของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา
ในเมื่อปัญหาไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นปัญหาที่เคยเสนอวิธีแก้ไขมาก่อน จึงไปสู่คำถามที่ว่าแล้วจะมีอะไรใหม่เกิดขึ้นในแนวทางการแก้ปัญหา ดังนั้น คนไทยอาจจะได้เห็นการสรุปแนวทางปฏิรูปการเมืองเหมือนที่เคยเสนอมาแล้วในอดีต ออกมาเป็นข้อๆและกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งจะมีทั้งแผนอย่างละเอียดและแบบปฏิบัติได้ โดยกระบวนการเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในช่วงที่ผ่านมา แต่ประเด็นสำคัญคือการนำไปปฏิบัติการปฏิรูปการเมือง
แน่นอนว่าการตั้งหลักใหม่ของกระบวนการปฏิรูปการเมืองนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างมาก เพราะการปฏิรูปในเรื่องใหญ่ๆของประเทศ ต้องเป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงกันในทุกรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมา การเมืองที่อยู่ขั้วตรงกันข้ามกันผลัดเปลี่ยนกันเป็นรัฐบาล และที่น่าชมเชยก็คือทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดถึงการปฏิรูปการเมือง แม้ว่าจะมีวิธีการที่แตกต่างกัน แต่หากเรารู้ว่าอะไรคือปัญหาสำคัญของการเมือง นั่นแสดงให้เห็นว่าเราย่อมรู้วิธีแก้ปัญหา
เราเห็นว่ารัฐบาลกำลังจะเริ่มกระบวนการปฏิรูปการเมือง และมองว่าการเมืองมีปัญหาที่ต้องแก้ไข ซึ่งเป็นกระบวนการที่คนไทยต้องสนับสนุน เพราะปัจจุบันคนไทยมักจะบ่นว่าเบื่อหน่ายการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้คนรู้ว่าต้องปฏิรูปการเมือง เราเห็นด้วยที่รัฐบาลเชิญบุคคลหลากหลายกลุ่มเข้าร่วม เพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลายต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ปัญหาที่ทำให้การปฏิรูปล้มเหลวคือฝ่ายการเมืองมีเป้าหมายอยู่แล้ว แต่การตั้งสภาปฏิรูปเป็นเพียงแค่พิธีกรรมที่ไม่มีความหมายใดๆ






