วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ

ผมเชื่อว่าคงมีคนจำนวนมากไม่ทราบว่าในวันที่ 6 กันยายนนี้ ได้มีการประกาศให้เป็น “วันต่อต้านการคอร์รัปชันแห่งชาติ”

ซึ่งเป็นการดำเนินงานโดยองค์กรภาคประชาสังคมภาคีเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชัน ซึ่งถือได้ว่าในสังคมไทยปัญหาดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสที่ต้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขให้ได้ในเร็ววัน เพราะเมื่อพิจารณาถึงความเสียหายที่ประเทศชาติและสังคมได้รับจากการทุจริตของการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยทั้งข้าราชการ นักการเมือง และผู้มีอิทธิพลต่างๆ มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี

สำหรับปีนี้อาจจะเป็นความบังเอิญที่การเลื่อนคำตัดสินพิพากษาในคดีอื้อฉาวการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ “กรุงเทพมหานคร” มีการเลื่อนการอ่านคำพิพากษามาเป็นวันที่ 10 กันยายน ใกล้เคียงกับวันประกาศต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมาก ภายหลังที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาเพราะจำเลยในคดีดังกล่าวหนึ่งในนั้น คือ คุณประชา มาลีนนท์ ไม่เดินทางมาศาล จึงมีการออกหมายจับริบเงินประกันศาลและเลื่อนการอ่านคำพิพากษาจากวันที่ 6 สิงหาคม ดังทราบๆ กันทางการเผยแพร่ของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

ในเรื่องดังกล่าวมีปัญหาข้อสงสัยเกิดขึ้นมากมายหลายคำถาม ซึ่งมีผู้สอบถามกันมากว่า เหตุใดศาลจึงไม่อ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าวในทันที ผมเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์หากสังคมมีความเข้าใจกระบวนการวิธีการปฏิบัติในทางคดีอาญาของศาลฯ เพื่อคนที่อาจไม่ประสงค์ดีอาจนำไปขยายผลทำลายองค์กรหรือตัวบุคคลอย่างไม่เป็นธรรม

ต้องเรียนว่า ศาลมีอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกระบวนการพิจารณาคดีฯ ที่หากเป็นปกติทั่วไป ศาลนั้นจะต้องอ่านคำพิพากษาต่อหน้าจำเลยและโดยเปิดเผย อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ไม่อาจนำจำเลยมารับฟังคำพิพากษาได้ มีข้อกำหนดให้ศาลสามารถใช้ดุลยพินิจเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปได้แต่ต้องภายในหนึ่งเดือนหลังกำหนดการครั้งแรก

ถ้าถามว่ามีเหตุผลข้อดีข้อควรวินิจฉัยประการใดบ้าง ผมขอให้ความเห็นดังนี้ครับว่า ในอดีตเคยมีในบางคดีหากยังพอจำกันได้ เช่น กรณีของ “หวยบนดิน หรือ คดีเกี่ยวกับวิธีการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาล” ซึ่งมีผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีดังกล่าวเป็นจำนวนมากน่าจะอยู่ราวๆ สี่สิบกว่าคนเห็นจะได้ ซึ่งในกรณีนี้ ทางศาลได้พิเคราะห์ดูในสาระสำคัญต่างๆ แล้วได้ดำเนินการเช่นเดียวกัน

ในอดีตเคยมีการอ่านคำพิพากษาในบางคดีเฉพาะคนที่มาศาลซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นเรื่องของ “การอำนวยความยุติธรรม” เพราะบางคนที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นตัวการสำคัญและไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง อาจได้รับความทุกข์ทรมานในจิตใจมาตั้งแต่มีการถูกดำเนินคดี เพื่อเป็นการเยียวยา ศาลท่านอาจเล็งเห็นว่าการเลื่อนออกไปโดยต้องมารั้งรอผู้ไม่มาศาลน่าจะไม่ใช่ความเป็นธรรม แต่สำหรับคนที่มองเห็นช่องโหว่ก็อาจติติงได้ว่า การอ่านคำพิพากษาเฉพาะราย มีความเป็นไปได้ในการส่งผลคล้ายการ “บอกใบ้ผลคำตัดสิน หรือ ที่นิยมเรียกว่า คล้ายจะบอกข้อสอบ” ซึ่งอาจทำให้จำเลยบางคนไหวตัว อาศัยจังหวะดังกล่าวในการหลบหนีคดีที่ค่อนข้างยากจะนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้ เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญเช่นนี้ มักไม่ใช่บุคคลธรรมดาประชาชนเดินถนนทั่วๆ ไป แต่จะเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพลในสังคมทั้งในแง่ของฐานะตำแหน่ง ทรัพย์สินเงินทองและอำนาจกดดันต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานรวมทั้งพยานผู้มาให้ปากคำในคดีด้วยเช่นกัน

สำหรับกรณีคดีรถและเรือดับเพลิง เหตุผลความจำเป็นในการเลื่อนการอ่านคำพิพากษามีความชัดเจนถึงปัญหาซึ่งเกิดจากตัวบุคคลผู้เกี่ยวข้องในคดี โดยที่ศาลได้ใช้ดุลยพินิจที่จะยืนยันการขยายเวลาออกไปอีกหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ไม่ควรถือเอาการใช้ดุลยพินิจที่แตกต่างในบางคดีเป็นเรื่องของความขัดแย้ง แต่พึงมองเป็นเรื่องของความไม่เหมือนกันในเชิงวิสัยทัศน์มุมมองต่อปัญหาน่าจะเหมาะสมกว่า

ผมมั่นใจว่าก่อนจะถึงวันที่ 10 กันยายนนี้ หลายภาคส่วนน่าจะเร่งโหมการรณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างเอาจริงเอาจัง และน่าจะเป็นวันชี้ขาดในคดีสำคัญที่หลายคนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ เพื่อให้เป็นบทเรียนต่อผู้คิดจะเอาเยี่ยงอย่างในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันได้มีสติยั้งคิดก่อนจะประพฤติในทางที่เป็นภัยต่อสังคมและคนส่วนใหญ่