ฟิลิปปินส์ เคยมีทหารอเมริกันมาประจำการ อยู่เป็นหมื่นเป็นแสน สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
หลังจากสหรัฐมาช่วยปลดแอกออกจากการครอบครองของญี่ปุ่น
เมื่อสงครามเย็นยุติลง อเมริกันแพ้สงครามเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ก็ขอให้ทหารมะกันถอนตัวออกกลับบ้านไป เพราะไม่ต้องการเป็นเป้าของการโจมตี
วันนี้ ฟิลิปปินส์ มีปัญหากับจีนเรื่องการอ้างสิทธิครอบครองเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ กำลังขอให้มะกันส่งทหารกลับมาประจำการในฐานทัพเรือยักษ์ที่ชื่อ Clark Air Force Base อีกครั้งหนึ่ง
ประวัติศาสตร์กับปัจจุบัน มีเรื่องล้อเล่นกันแปลกๆ อย่างนี้แหละ
ในอดีต ฟิลิปปินส์ ไม่ชอบญี่ปุ่น เพราะว่าเคยมาเป็นผู้รุกราน วันนี้กลับคบหากันอย่างใกล้ชิด
เพราะทั้งสองประเทศมีศัตรูร่วม คือ จีน
ฟิลิปปินส์ ไม่ขวยเขิน ที่จะประกาศว่าจะขอให้สหรัฐส่งทหารกลับมาอีกครั้ง เพื่อมาถ่วงอำนาจของจีน
สหรัฐ ซึ่งไม่ต้องการให้จีน ขยายเขตอิทธิพลมากเกินกว่าตน ก็ไม่ลังเลที่จะรับคำเชิญ ความจริงก่อนหน้านี้
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ประกาศจะหวนกลับมาเอเชียด้วยนโยบาย “pivot” หรือ ปรับแกนกำลังทางทะเลของตนให้เพิ่มความสำคัญของเอเชีย
โอบามา ใช้คำว่า “ปรับดุล” หรือ “rebalancing” เพื่ออธิบายนโยบายการกลับมาคึกคักในเอเชีย ซึ่งความจริง ก็คือ การสร้างแสนยานุภาพทางทหารเพิ่มขึ้นในเอเชีย
เมื่อญี่ปุ่นและอาเซียนบางประเทศโดยเฉพาะฟิลิปปินส์ เรียกร้องให้อเมริกันกลับมาเล่นบทพี่ใหญ่อีกรอบหนึ่ง วอชิงตันจึงไม่ได้แสดงความลังเลใจเลยแม้แต่น้อย
ตลกร้ายประวัติศาสตร์อีกฉากหนึ่ง คือ การที่สหรัฐกับเวียดนาม กลับมาฟื้นคืนความสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนม หลังจากการล่มสลายของไซ่ง่อนเมื่อปี 1975 อันเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนามของสหรัฐอย่างหมดรูป
เวียดนามกับสหรัฐ ที่เคยเป็นศัตรูในอดีตวันนี้ กลับมาจับมือปรองดองกัน และมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าสหรัฐจะกลับไปใช้ฐานทัพเรือ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเป้าการถล่มของเวียดนามเหนือ เพราะว่าเวียดนามใต้ให้สหรัฐใช้เป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้กับฮานอยภายใต้การนำของโฮจิมินห์
ทุกอย่างเปลี่ยนได้ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
วันก่อน รัฐมนตรีกลาโหม วอลแตร์ กาสมิน และ รัฐมนตรีต่างประเทศ อัลเบิร์ต เดล โรซารีโอ ของฟิลิปปินส์ ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่ากำลังจะเจรจากับรัฐบาลสหรัฐ ในอันที่จะเปิดทางให้อเมริกาเพิ่มจำนวนทหารที่จะมาประจำการในประเทศ
ก่อนหน้านี้ สองประเทศนี้มีข้อตกลง (ตั้งแต่ปี 2002) ที่วอชิงตันส่งทหารมาฝึกวิธีการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อสกัดกั้นผู้ก่อเหตุร้ายทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเชื่อว่าบางกลุ่มมีความสัมพันธ์กับขบวนการอัลกออิดะห์
ฟิลิปปินส์ บอกว่า ที่ต้องขอให้มาเพิ่มจำนวนทหารในประเทศ ก็เพื่อจะปกป้อง “ทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก” ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกกันมายาวนานว่า “ทะเลจีนใต้” นั่นแหละ
เหตุเพราะว่าในช่วงหลัง จีนส่งเรือลาดตระเวนมาบริเวณนั้นบ่อยครั้ง และมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นประจำ จนเกิดภาพว่าจีนพยายามจะ “โชว์พาว” หรือแสดงแสนยานุภาพทางทหารของตน ให้ประเทศเพื่อนบ้านที่เล็กกว่าเกิดความหวาดหวั่น
กรณีหนึ่งที่ยังเป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่ ก็คือ เรือของฟิลิปปินส์ ต้องถอยร่นจากเกาะแห่งหนึ่งที่เรียกว่า Scarborough Shoal หลังจากที่ทหารเรือจีนไปตั้งด่านห้ามเรือชาติอื่นเข้าไปในเขตน่านน้ำที่เป็นกรณีพิพาทกันอยู่
ข่าวกรองฟิลิปปินส์ อ้างว่า ในช่วง 6 วันของเดือนที่ผ่านมา มีเรือจีนกว่า 61 ลำ ที่แล่นมาใกล้ๆ หมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่างฝ่ายต่างอ้างเป็นของตนเอง
และตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา จีนก็ได้เข้ายึดบริเวณปะการัง ชื่อ Mischief Reef และตั้งเป็นฐานสำหรับเรือจีน ทั้งๆ ที่ฟิลิปปินส์ก็อ้างบริเวณนั้นเป็นของตนเช่นกัน
ถ้า จีน ไม่เร่งการเจรจากับประเทศต่างๆ ที่มีข้อขัดแย้งในทะเล ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ บรูไน เวียดนาม และ มาเลเซีย ก็เท่ากับเป็นการเปิดทางให้สหรัฐมีข้ออ้าง ที่จะกลับเข้ามาอย่างโฉ่งฉ่าง...อีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้ อาจไม่ใช่ “สงครามเย็น” ไม่ใช่ “สงครามร้อน” หากแต่จะเป็น...
“สงครามร้อนๆ หนาวๆ” ที่ไม่น่าจะเอื้อต่อการสร้างเสถียรภาพในเอเชีย...เป็นแน่แท้






