วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"รัฐวิสาหกิจไทย"จะรุ่ง หรือ "ร่วง"

การยื่นหนังสือคัดค้านการทำหน้าที่ ของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

หรือ "กสทช" จากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)และสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย (สพร.ท) ประกอบด้วย บมจ.อสมท,บมจ.ทีโอที ,บมจ.กสท โทรคมนาคม กว่า 200 คน ขอให้ กสทช. ยุติบทบาทการทำหน้าที่ พร้อมๆ กับให้เหตุผลว่า องค์กรอิสระผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมบรอดแคสต์-โทรคม (มูลค่าธุรกิจนับแสนล้าน) ออกกฎระเบียบประมูลทีวีดิจิทัล รวมถึงจัดสรรคลื่นโทรคมนาคม "ไม่เป็นธรรม" ส่งผลกระทบต่อรายได้ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อาจจะเป็นต้นเหตุให้รัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ "ตาย" ฟังดูแล้วไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสักเท่าไหร่

เป็นกระแสความไม่พอใจของรัฐวิสาหกิจที่มักคุ้นกับการ "นอนกอดสัมปทาน" แบบนิ่งๆ เป็นคล้ายๆ "เสือนอนกิน" อย่าง 2 องค์กรโทรคม "ทีโอที" และ "แคท" ยิ่งสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจากยุคสัมปทานไปสู่ยุคใบอนุญาต เพราะ "เงินมหาศาล" จากสัมปทานที่เคยได้รับกำลังจะหลุดลอยไปในอีกไม่นาน

แม้ฉากหน้าขององค์กรขนาดใหญ่ พนักงาน-ผู้บริหารหลายหมื่นคน ออกมาสื่อสารกับโลกภายนอก บอกให้รู้ว่า ไม่ได้นิ่งเฉย มีการตั้งรับและจัดทำแผนรับมืออยู่แล้ว ทันทีที่ไม่มีเงินสัมปทานหล่อเลี้ยงองค์กรก็ยังอยู่ได้ "ด้วยตัวเอง" แต่ด้วยขนาดองค์กรที่ใหญ่ หนักไปทาง "อุ้ยอ้าย" บุคลากรมากมาย ระดับสั่งการหลายชั้น ก็คงไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ถึงจะมีธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม ยังไม่ได้ช่วยทดแทนส่วนแบ่งรายได้จากสัมปทานที่กำลังจะหายไป ยังไม่นับกับการปรับเปลี่ยนที่ก็ไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก ต่างจากภาคธุรกิจที่เขาแข่งขันกันรุนแรง เรียนรู้ความก้าวหน้าของโลกอยู่ตลอด ด้วยเพราะพวกเขาไม่มี "เงิน" ให้นอนกอดแบบสบายๆ

หันมาที่องค์กรอย่าง "อสมท " เอง แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ หากแต่ในอีกขาหนึ่ง อสมท ก็ถือเป็นเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ อสมท ต้องประกอบธุรกิจให้มีผลกำไรเพราะมีผู้ถือหุ้น ดังนั้นการจะเรียกร้อง และบอกว่า ตัวเองเป็นรัฐแต่ทำไมยังต้องเข้าประมูลก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก

จริงๆ แล้วอยากถามเหมือนกันว่าวันนี้สถานภาพของ "อสมท" เป็นอะไรกันแน่ เพราะบางครั้งก็บอกว่าเป็นอิสระ รัฐอย่ามาบังคับอย่ามาแทรกแซง แต่พออีกวันก็มาบอกว่า อสมท เป็นรัฐอีกแล้ว ตกลงแล้วเป็นอะไรกันแน่

ขณะที่ การประมูลทีวีดิจิทัล ถือเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ หากรัฐวิสาหกิจไหนไม่พึงพอใจ ก็คงต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นแก้ไขกฎหมายกันใหม่ ที่สำคัญหนึ่งในวัตถุประสงค์สำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อต้องการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ปรับตัวแข่งขันในโลกธุรกิจที่มันไม่ใช่โลกเดิมๆ แบบที่เคยอยู่อีกต่อไป มันก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

เป็นธรรมดาในเมื่อเขาเปิดสนามให้มีการแข่งขัน ใครหรือองค์กรไหน ที่คิดว่าพร้อม ก็ควรก้าวสู่สนามแข่งขันแบบ "มืออาชีพ" แต่หากไม่พร้อมก็ไม่สมควรก้าวเข้าไปอย่างยิ่ง หากจะเข้าไปแล้ว เพียงเพื่อขอแรงสนับสนุน หรือขอพักพิงอภิสิทธิ์อะไรบางอย่างก็อย่าได้เข้าไปเลย

สำหรับกสทช.เองในฐานะผู้กำกับการแสดง หากสังคมไม่เข้าใจหรือเกิดข้อสงสัยอะไรก็ตาม สมควรออกมาชี้แจงแถลงไข อย่านั่งนิ่งจนทำให้เกิดการเคลือบแคลงของสังคมไปวันๆ ยิ่งกว่านี้ต้องเป็น "องค์กรใจกว้าง" พร้อมรับจากตรวจสอบจากทุกภาคส่วน