2,525,000 ล้านบาท เป็นงบพีอาร์เท่าไรดี ?

2,525,000 ล้านบาท เป็นงบพีอาร์เท่าไรดี ?

งบปี 2557 ที่ 2,525,000 ล้านบาท ที่มีข่าวว่า สภาฯ (วาระ 2-3) เล็งปรับลดในส่วนต่างๆ รวมถึงงบประชาสัมพันธ์ (PR) ด้วย เป็นประเด็นสนใจอันหนึ่ง

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ทราบว่า ผลเป็นอย่างไร

แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับรัฐบาล กระทรวง กรม ส่วนราชการต่างๆ ของบพีอาร์ไว้ทั้งหมดเท่าใด นำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เกินจำเป็นหรือเปล่า

แต่หลักการ ก็คือ จะต้องมีงบในการนำไปใช้พีอาร์อย่างเพียงพอ และเหมาะสม ทั้งนี้ ควรมองไปถึงผลการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ จะสำเร็จหรือล้มเหลวด้วย

ไม่อยากเห็นเหตุผลว่า พีอาร์ฟุ่มเฟือย สามารถประหยัด หรือขอความร่วมมือจากสื่อได้ เป็นการมองมิติเดียว เหมือนกับว่าพีอาร์เป็นงานส่วนเกินไม่จำเป็น แค่อะไหล่ หยิบใช้เมื่อใดก็ได้ ไม่จำเป็นไม่ต้องใช้ก็ยังได้ ซึ่งวันนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะโจทย์เปลี่ยนไป

ต้องยอมรับว่า การบริหารงานยุคใหม่ ควรต้องเป็น 4 M + 1 PR (Man + Money + Material + Management + Public Relations) พีอาร์จึงมิเพียงอะไหล่ แต่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนนโยบายอย่างหนึ่ง เป็นรัฐบาล ขาดพีอาร์ได้ที่ไหน นโยบายดี คนไม่เข้าใจ ก็ไปไม่รอด ถ้าขาดงบพีอาร์จะขับเคลื่อนงบ 2,525,000 ล้านบาทสู่การปฏิบัติจัดทำโครงการต่างๆ ได้อย่างไร

เปรียบดั่งน้ำมันหล่อลื่นที่ต้องใส่เข้าไปในเครื่องจักรเครื่องยนต์ ให้กลไกต่างๆ ทำงานไหลลื่น ทรงพลังฉันใด หล่อลื่นด้วยพีอาร์ความรู้ความเข้าใจ ให้กลไกประชาชนทำงาน ก็ทรงพลังฉันนั้น อยู่ที่งบพีอาร์เพียงพอและเหมาะสมอย่างไร ไม่เช่นนั้น เกิดปัญหาอ่อนประชาสัมพันธ์ซ้ำซาก วนเวียนอยู่อย่างนี้ สะท้อนถึงการบริหารงานที่ไม่มีคุณภาพ ฉะนั้น งบพีอาร์ จึงต้องได้รับการจัดสรรให้เพียงพอต่อการนำไปใช้หนุนส่งงบ 2,525,000 ล้านบาทไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นผล และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน

อาจกล่าวได้ว่า งบพีอาร์ เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของการบริหารงานใดๆ ถ้างบจำกัดจำเขี่ย หรือมีงบน้อยไป ก็ไม่อาจบริหารงานใหญ่ได้

งานใหญ่ ประโยชน์ใหญ่ งานเล็ก ประโยชน์เล็ก

อย่างบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน รถไฟความเร็วสูง 2 ล้านล้าน จำกัดจำเขี่ยงบพีอาร์ได้อย่างไร ขณะที่ประเทศต้องเติบโตก้าวไปข้างหน้าด้วยการสร้างศักยภาพการแข่งขัน ถ้าไม่พอ ต้องเพิ่ม ถ้าไม่เพิ่ม ส่งผลกระทบต่อผลงานปลายทางออกมาไม่ 100% ตามที่คาดหวังหรือตั้งเป้าหมายไว้จะทำอย่างไร ใครรับผิดชอบ ประชาชนเสียโอกาส ประเทศเสียหาย

กระทั่งผู้เขียนไปบรรยายความรู้พีอาร์ที่ไหน มักได้ยินได้ฟังผู้เข้าร่วมสัมมนาที่มาจากองค์กร หน่วยงานต่างๆ บ่นร้อยทั้งร้อยว่า มีปัญหาขาดงบพีอาร์ งบไม่เพียงพอ ผู้บริหารให้งบพีอาร์น้อย

เป็นพีอาร์ทำอย่างไร ตั้งรับ ทำเท่าที่ได้ สู้ด้วยลำแข้ง โทร.ขอความอนุเคราะห์สื่อให้ช่วยเผยแพร่ข่าวหรืออย่างไร ที่สำคัญ งบพีอาร์น้อย มีปัญหาคนมาร่วมโครงการน้อย กลับโทษอ่อนการประชาสัมพันธ์ เป็นปัญหาเดียวกันหมด ตั้งแต่ระดับชาติ ถึงท้องถิ่น

เมื่องบพีอาร์เป็นต้นทุน ไม่ว่าเขาว่าใคร ย่อมต้องมองความคุ้มค่า คุ้มทุน ประโยชน์สูง ประหยัดสุด ซึ่งผู้เขียนเองมีบางคำถามชวนคิด บางมุมชวนมอง ที่อยากนำมาแชร์ แลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์ร่วมกัน เผื่อเป็นประโยชน์กับสังคม (บ้าง) ผู้อ่านอาจเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับงบประชาสัมพันธ์ภาครัฐ รัฐบาล กระทรวง กรม ดังนี้

1. จากแนวคิดดังได้กล่าวข้างต้น เหลียวดูตัวเลขงบพีอาร์ภาครัฐทั้งหมด ตั้งแต่รัฐบาล ลงมากระทรวง กรม กอง ส่วนราชการต่างๆ 20 กระทรวงรวมกันเข้าเป็นเท่าใด ก็จะเห็นว่า มากน้อย เหมาะสมอย่างไร

2. งานโครงการต่างๆ ในวงเงิน 2,525,000 ล้านบาทจะบรรลุเป้าหมายได้ อยู่ที่การเข้าร่วมของประชาชน งบพีอาร์ภาครัฐ สามารถทำให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการได้ตามที่ต้องการหรือไม่ ประการใด ผลของการประชาสัมพันธ์หรือความสำเร็จ ล้มเหลวของโครงการ อยู่ที่ประชาชน บางครั้งไม่ได้อยู่ที่การแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์ของรัฐบาลครั้งเดียวแล้วได้ผล ยังต้องอาศัยกลวิธีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ต่างๆ รณรงค์ โฆษณา แคมเปญทั้งให้ข่าวสาร ความรู้ความเข้าใจ กระตุ้น จูงใจ ชักนำ เปลี่ยนพฤติกรรมให้ประชาชนหันมาเข้าร่วมโครงการรัฐอีกด้วย ซึ่งไม่ง่าย และต้องมีค่าใช้จ่าย

3. วันนี้ภาครัฐจะทำอะไร ก็ต้องพีอาร์ทั้งนั้น ไม่พีอาร์ไม่ได้ ผู้อ่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ไม่เฉพาะภาคธุรกิจ ข้าราชการใช่จะเป็นพีอาร์มืออาชีพ จับต้องอะไรเป็นข่าว สร้างจุดจับใจ เร้าใจให้ประชาชนสนใจโครงการ ยังไม่ได้ขนาดนั้น มิเพียงนั้น ยังต้องสร้างความตระหนัก ตื่นตัว รับรู้ จดจำได้ เมื่อมือไม่ถึง ก็จ้างเขาไปก่อน ไม่ว่าบริษัทธุรกิจประชาสัมพันธ์ เอเจนซี่ อีเว้นท์ทำพีอาร์ให้ โดยเฉพาะโครงการสำคัญๆ พลาดได้ที่ไหน ถ้าไม่จ้าง อ้างฟุ่มเฟือย จะให้ทำอย่างไร ข้าราชการทำพีอาร์กันเองก็ราบเรียบเกินไป พลุสักดอกก็ไม่จุด งานเงียบกริบ เป็นพีอาร์เชิงราชการ คนมาเข้าร่วมงานน้อย เจ้านายเอาอีกแล้ว พีอาร์รับหน้าเสื่อทั้งขึ้นทั้งล่อง ชีวิตเอาไงดี

4. การทำพีอาร์โดยให้ขอความร่วมมือสื่อนั้น พูดง่ายเกินไป เนื้อที่หรือเวลาของสื่อเป็นธุรกิจ เป็นเงินเป็นทอง ทีวีนาทีละเท่าไร หนังสือพิมพ์คอลัมน์นิ้วละเท่าไร เขาดำเนินกิจการ มิใช่องค์กรสาธารณะที่ไม่แสวงหารายได้กำไร มีงานต้องทำ มีต้นทุนต้องจ่าย ขอฟรีจะดีหรือ เกรงใจไม่กล้าคิด ครั้งหรือสองครั้งพอทำเนา ร่วมด้วยช่วยกันพอได้ ขอตลอดปีงบประมาณ 57 จะเป็นยังไง ภาครัฐซื้อเนื้อที่เขาบ้าง เขาแถมให้เราบ้าง win win จะขอฟรี เอาแต่ได้ฝ่ายเดียวใครจะคบ คนเดียวเฮอะ

5. โครงการเป็นหมื่นเป็นแสนล้านผ่านฉลุยไหลลื่น แต่กังขางบพีอาร์ไม่กี่ตังค์ งบพีอาร์รัฐก็เอาไปหนุนนำโครงการเป็นหมื่นเป็นแสนล้านนี่ล่ะสู่การแจ้งเกิด ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ ไม่ให้แล้วยังปรับลดอีก อย่าปรับลดเลย ปรับเพิ่มสิ ดีกว่าเยอะ โครงการฉลุยลื่นไหลยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นก็ขออนุมัติโอนหมวดเงิน เพื่อนำมาใช้จ่ายเป็นงบพีอาร์ได้

6. งบพีอาร์ภาครัฐที่เหมาะสม น่าจะช่วยแก้ปัญหาอ่อนการประชาสัมพันธ์ได้ไม่มากก็น้อย มิเพียงใช้เงินทำงาน อยู่ที่ฝีมือของทีมพีอาร์ด้วย

7. งบพีอาร์ที่เหมาะสม น่าจะส่งผลถึงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก มิใช่ตั้งรับ มิเพียงใช้เงินทำงาน แต่ใช้เงินให้เป็น รุกสร้างความรู้ความเข้าใจในงานนโยบายโครงการต่างๆ ใน 2,525,000 ล้านบาทให้ประสบผลสำเร็จให้ได้ ชิงให้ความรู้ความเข้าใจก่อนเจอต้าน ประท้วงทวงถาม ปิดถนน

งบพีอาร์ที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด ใครจะช่วยตอบได้บ้าง.!?