เหมือนคนไทยจำนวนมาก กำลังอยู่ในภาวะจำยอมปล่อยให้ "คนถูกปิดตา จูงควายบนปากเหว"
หลายเรื่องต่างชาติเป็นห่วง เรากลับไม่นำพา ยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ โฆษกหญิงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เซซิล พูอิลลี บอกว่า ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งกำลังจะเข้าที่ประชุมสภาในสัปดาห์นี้ อาจเป็นการลดโทษให้กับบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบ ในระหว่างการใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2553
>>> รัฐบาลไทยควรจะต้องแน่ใจว่า การนิรโทษกรรมใดๆ ก็ตาม จะต้องไม่รวมไปถึงผู้ที่จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และใช้มาตรการเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว และรัฐบาลไทยจะสร้างเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญ หากยังปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของไทย รวมถึงคุมตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบการเสียชีวิตของประชาชน 90 คนและบาดเจ็บอีกนับพันคนในระหว่างชุมนุมประท้วงดังกล่าว
>>> กรณีนี้ยังไม่ทันมีความกระจ่างชัดใดๆ ออกมา รัฐบาลก็จะต้องสภาปฏิรูป วันนี้วันพรุ่งจะเปิดประชุมแล้ว เราบอกว่านี่คือระบอบประชาธิปไตย เคารพการได้ตัวแทนผ่านการเลือกตั้ง ครั้นเราจะตั้งสภาปฏิรูป รัฐบาล ให้ "2 เทพ" พงศ์เทพ เทพกาญจนา และ วราเทพ รัตนากร เป็นคนเดินไปชวนคนนั้นทีคนนี้ที มาเป็นสมาชิกสภา คนที่เชิญมาล้วนแต่เป็น "พวกเดียวกัน" เพราะฉะนั้น ไม่แปลกหรอกที่ประชาธิปัตย์ หรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะ "เซย์โน" ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย
>>> กรณีเดียวกันนี้มีเรื่องเล่าจากสมาชิกวุฒิสภา ว่า ถกกันมันหยดในการประชุมวิปวุฒิสภา เพราะวิปวุฒิส่วนหนึ่งไม่ยอมให้ นิคม ไวยรัชพานิช ใช้วิปวุฒิสภา แสตมป์เป็นตรายางรับรองว่า "นิคม" เป็นตัวแทนวุฒิสภา เพราะถ้าต้องการไปก็ให้ไปในนามส่วนตัว ไม่เป็นแปลกคนที่จะหวังเข้าไปช่วยสภาปฏิรูปก็มาในฐานะส่วนตัวได้ อย่างปู่พิชัย รัตตกุล นั่นไง
>>> ก่อนสภาปฏิรูป คิดอ่านกันอย่างไร ลองเบิ่งตามองออกไปข้างนอกที่เวลานี้ ไทยเราเป็นชาติภาคีสมาชิก สนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน ปี 2004
>>> เมื่อ 2 ปีมานี้ สหประชาชาติ เดินทางไปถอดถอนประธานศาลสูงประเทศฮังการี เพราะกระทำการด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ เหมือนสภาผู้แทนราษฎรไทย กำลังทำเรื่องนิรโทษกรรมอยู่เวลานี้ เรื่อง "คอร์รัปชัน" นั้นโลกรับไม่ได้ ไม่ว่าคอร์รัปชันเงิน หรือคอร์รัปชันโดยใช้อำนาจ
>>> 1 มี.ค.2011 ไทยเข้าเป็นภาคีสมาชิกสนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน (United Nations Convention against Corruption) ในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ "คอร์รัปชัน" มีความหมาย 2 ประการ คือ "ความหมายอย่างกว้าง" หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะไม่มีกฎหมายใดๆ กำหนดความผิดลักษณะนั้นเอาไว้ (หมายรวมถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบ) "ความหมายอย่างแคบ" ความหมายตามสนธิสัญญา อาทิเช่น ความผิดฐานฟอกเงิน ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกฉ้อโกง เงินหลวง
>>> คอร์รัปชันตามสนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน ให้รวมถึง "ผู้ร่วมขบวนการ" หรือ "สมรู้ร่วมคิด"
>>> เนื้อหาของพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ "วรชัย" เข้าหลักเกณฑ์ความผิดของ สนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นไปตามพันธกรณีจากสนธิสัญญาหลายฝ่าย (Collective Obligation) มีสถานะเท่ากับประกาศห้ามทำผิดกฎหมายอาญา หรือข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ
>>> เมื่อคนส่วนใหญ่มองว่า "การกระทำใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะไม่มีกฎหมายใดๆ กำหนดความผิดลักษณะนั้นเอาไว้" เป็นความผิดฐานคอร์รัปชัน หากสมาชิกรัฐสภาไทย ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐ ลงมติรับรองกฎหมายนิรโทษกรรม เท่ากับทำผิดสนธิสัญญาฯ รวมถึงสภาปฏิรูปที่กำลังคิดก่อการตั้งขึ้น ก็เช่นเดียวกัน...






