วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปักธงไทยที่ฮาร์วาร์ด

วันก่อน ผมแวะไปร่วมงานเปิดตัวของ “โครงการไทยคดีศึกษา” ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ที่เรียกเป็นทางการว่า Harvard Thai Studies Program ก็ได้เห็นศักยภาพของคนไทย ที่จะปักธงประเทศไทยที่มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก

หัวหอกผลักดันเรื่องนี้ คือ ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดคนสำคัญอย่าง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่ผมเคยพบปะสังสรรค์ที่เมืองเคมบริดจ์ อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อกว่า 30 ปีก่อน

วันนี้ ท่านอดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีตรองนายกฯ กับรัฐมนตรีต่างประเทศ รวมพลังกันดึงเอาศาสตราจารย์ฮาร์วาร์ด ที่ทุ่มเทเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับประเทศไทยอย่าง Prof Michael Herzfeld กับ Prof Jay Rosengard เพื่อให้ปัญญาชนระดับโลกได้มีโอกาสศึกษา ค้นคว้า และวิจัย เกี่ยวกับประเทศไทยอย่างลุ่มลึกและกว้างขวาง

ภาพลักษณ์ของไทยที่ผ่านมาในสายตาคนต่างชาติเป็นเรื่องผิวเผิน และไม่ค่อยสร้างสรรค์นัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง sea, sun and sex หรือข่าวคราวเรื่องยาเสพติด ค้ามนุษย์ และ แรงงานผิดกฎหมาย ตลอดไปถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่บ่อยครั้งวิเคราะห์และตีความกันอย่างไร้หลักวิชาการ และการเชื่อมโยงสัมพันธ์กับมิติอื่นๆ ที่เจาะลึกลงไปถึงแก่นแกนของปัญหาสังคม การเมือง และ เศรษฐกิจ

ไทยเราอ้างเสมอว่า เราเป็น “ศูนย์กลาง” หรือ hub ของเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เรามักจะไม่ค่อยลงลึกไปถึงขั้นการสร้างฐานความรู้ และวิชาการเพียงพอที่จะสร้างความยั่งยืนในเนื้อหาและสาระจริงๆ

ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สนใจที่จะเปิดให้มีโครงการ “ไทยคดีศึกษา” อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นครั้งแรก จึงเป็นเรื่องน่ายินดีและสนับสนุนยิ่ง

ความจริง ไทยเราเริ่มเรื่องนี้ช้ากว่าเพื่อนบ้านอื่นๆ ในเอเชียไปหลายก้าว ที่นำหน้าไทยในแง่การเปิดโครงการศึกษาเกี่ยวกับตนเองที่ฮาร์วาร์ด มีตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และ พม่า แล้ว

ตามโครงการที่วางเอาไว้นั้น เป้าหมายหลัก 3 ประการของโครงการ Thai Studies Program at Harvard จะมี Professorship of Thai Studies, Preceptorship in the Thai Language และ Academic and Cultural Programs ซึ่งล้วนแต่จะทำให้ “ความเป็นประเทศไทย” มีความโดดเด่นทั้งในรั้วมหาวิทยาลัยและแวดวงวิชาการทั่วโลกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

แต่เพราะว่าไทยเรามาทีหลังในเรื่องนี้ จึงต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วและมั่นคง นั่นย่อมหมายถึงการสนับสนุนจากทุกๆ ฝ่ายของประเทศไทย ในอันที่จะผลักดันให้เกิดการเรียน การสอน การวิจัย และแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเทศไทยในทุกๆ ด้าน อย่างคึกคัก

ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดในประเทศไทย ถึงวันนี้ มีไม่น้อยกว่า 950 คน แต่ละคนล้วนแล้วแต่อยู่ในแวดวงวิชาชีพที่มีความสำคัญของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศทั้งสิ้น จึงได้รับแรงสนับสนุนสำหรับความริเริ่มครั้งนี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่งพอสมควร

เสียงกระซิบจากคุณสุรินทร์ บอกว่า จากการเดินสายขอเงินบริจาคเบื้องต้นจากองค์กรใหญ่ๆ ระดับชาติในช่วงแรก ก็ได้รับคำมั่นสัญญาเป็นตัวเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน่าจะเป็นแรงผลักดันครั้งแรกได้อย่างดี

ดร.สุรเกียรติ์ บอกผมว่า โครงการ “ไทยคดีศึกษา” ที่ฮาร์วาร์ด จะเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญที่จะให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงศักยภาพและบทบาทของประเทศไทยในเวทีสากล ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่มีความหมายยิ่ง ในการทำให้สถานภาพของไทยเราเป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศอีกระดับหนึ่ง

ผมพูดคุยกับหลายๆ ท่าน ที่ไปร่วมงานวันนั้น ก็สัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้น ที่จะให้ประเทศไทยไป “ปักธง” ที่ฮาร์วาร์ด อย่างแข็งขัน จริงจัง เสียที

เรื่องดีๆ สำหรับประเทศชาติอย่างนี้ ต้องการแรงเชียร์และการหนุนส่ง...จากทุกฝ่ายครับ