สัปดาห์ที่ผ่านมาไลน์ (LINE) ฉลองจำนวนผู้ใช้ทั่วโลกครบ 200 ล้านคนไปอย่างชื่่นมื่น ผมเลยอยากเขียนถึง "ไลน์" อีกครั้ง เพราะไม่ได้เขียนถึงมานาน
และการเติบโตโดยมีจำนวนผู้ใช้ถึง 200 ล้านคนย่อมไม่ธรรมดา
ถ้าพูดถึงเรื่องแชท เจ้าตลาดตัวจริง ที่มีฐานผู้ใช้มากที่สุดในโลกปัจจุบัน คือ วอทส์แอพ (WhatsApp) ที่แม้จะไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้ใช้ทั้งหมด แต่เฉพาะผู้ใช้ที่แอคทีฟอย่างเดียวก็สูงถึง 250 ล้านคน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่มาจากทางยุโรปและอเมริกา
แต่ตำแหน่งผู้นำของ วอทส์แอพ กำลังจะสั่นคลอนครับ เพราะไลน์ที่เพิ่งมีจำนวนผู้ใช้ทะลุ 200 ล้านคน ประกาศเตรียมบุกตลาดยุโรปและอเมริกาอย่างจริงจัง ตลาดนอกเอเชียตลาดแรกที่ ไลน์รุกเข้าไป คือ ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีผู้ใช้กว่า 55 ล้านคน
"Jeanie Han" ซีอีโอของไลน์ที่ดูแลตลาดสหรัฐและแถบละตินอเมริกา บอกว่า เธอเข้าไปใช้ชีวิตในสเปนนาน 2 เดือน เพื่อศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้ใช้ ก่อนจะตกลงว่าจ้าง 2 ดาราดังของสเปน คือ "Hugo Silva" และ "Michelle Jenner" ที่เป็นพระ-นางคู่กันในละครของสเปน มาเป็นพรีเซนเตอร์ในโฆษณาที่ใช้โปรโมท
แผนการใช้เซเลบเป็น endorser ยังคงใช้ได้ผลดีครับ เพราะในเวลาเพียง 6 เดือน จำนวนผู้ใช้ไลน์ในสเปนพุ่งสูงถึง 300 เท่า จนมีผู้ใช้ในปัจจุบันสูงถึง 15 ล้านคน แย่งจำนวนผู้ใช้มากจาก วอทส์แอพ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ 95% อยู่ก่อนหน้าได้อย่างรวดเร็ว เป้าหมายต่อไป ของ ไลน์ คือ ทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ทวีปแอฟริกา และอินเดีย
ปัจจุบันมีผู้ใช้ ไลน์ กว่า 70% เป็นผู้ใช้นอกประเทศญี่ปุ่น ตรงกันข้ามกับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง วีแชท (WeChat) ของ เทนเซนต์ ที่แม้จะมีผู้ใช้เกือบๆ 400 ล้านคน แต่เป็นผู้ใช้นอกประเทศจีนเพียง 20% เท่านั้น ทั้งไลน์ และ วีแชท ล้วนประกาศเอาจริงเอาจังในการบุกตลาดต่างประเทศ และพร้อมแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก วอทส์แอพในทุกประเทศที่ไป แม้ว่า ณ ตอนนี้ วีแชทอาจยังสู้ ไลน์ ในการทำตลาดต่างประเทศไม่ได้
แต่ก็ไม่ได้นิ่งเฉยนะครับ เพราะมีการทุ่มเงินทำการตลาดมหาศาลจ้าง "ลีโอเนล เมซซี่" นักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินา และสโมสรบาร์เซโลนา มาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อใช้โปรโมท วีแชทผ่านสื่อต่างๆ ทั้งโฆษณาทีวี ป้ายบิลล์บอร์ดขนาดใหญ่ โดยเตรียมปูพรมเปิดตัวทั้งหมด 15 ประเทศ ซึ่งในไทยหลายคนคงเคยเห็นโฆษณา วีแชท ที่ ลีโอเนล เมซซี่ เล่นกันแล้ว (ในไทยยังมี “อั้ม พัชราภา” เป็นพรีเซนเตอร์ วีแชท อีกคน)
การทำการตลาดของทั้งไลน์ และวีแชทล้วนมีฟอร์มมาลักษณะเดียวกัน วีแชท จะใช้ดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ในทุกประเทศที่บุกเข้าไป เพื่อสร้างการรับรู้ ให้คนรู้จักให้มากที่สุด ในขณะที่ ไลน์มีการเลือกใช้ดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ในบางประเทศ
ในตลาดอินเดีย ที่กำลังมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยมี วีแชท เข้าไปบุกตลาดก่อนเมื่อเดือนมิถุนายน ก่อนที่ ไลน์ จะตามไปในเดือนกรกฎาคม ทั้งคู่มีการยิงทีวีซี (TVC) เพื่อโปรโมท โดย ไลน์ยิงโฆษณาเน้นกลุ่มวัยรุ่นด้วยฟีเจอร์เด็ดอย่างการส่งสติ๊กเกอร์ และไม่ได้ใช้ดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ ขณะที่ วีแชท ใช้ดาราดังอย่าง Parineeti Chopra และ Varun Dhawan ขณะที่วัฒนธรรมการใช้งานแชท ของคนอินเดีย จะเน้นคุยข้อความ มากกว่าการส่งอีโมติคอนหรือสติ๊กเกอร์ ทั้ง ไลน์ และ วีแชท จึงต้องพบความท้าทายว่า จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนอินเดียส่วนใหญ่ได้หรือไม่
กลับมามองในภาพใหญ่ เป้าหมายปลายทางที่ทั้ง ไลน์ และ วีแชท คือ การเป็นแพลตฟอร์มต่อยอดไปทำเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำเกมบนมือถือ จนไปถึงการทำอีคอมเมิร์ซ เอ็มคอมเมิร์ซกัน
"Jun Masuda" รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดของไลน์ ให้สัมภาษณ์ วอลล์ สตรีท เจอร์นัลว่า เป้าหมายของ ไลน์ คือ การเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คทางเลือก นอกเหนือไปจากเฟสบุค ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม โดยขั้นต่อไปของ ไลน์ คือ การสร้างฐานผู้ใช้ให้ถึง 500 ล้าน หรือถ้าเป็นไปได้คือ 1 พันล้านคนให้เร็วที่สุด ไตรมาสแรก ไลน์ ทำรายได้ไปทั้งหมด 58 ล้านดอลลาร์ เป็นการขายสติ๊กเกอร์ 18 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน30% โดยแต่ละวันมีคนส่งสติ๊กเกอร์หากัน ประมาณ 750 ล้านครั้ง
นอกจากรายได้จากการขายสติ๊กเกอร์แล้ว ยังมีรายได้การขายไอเท็มในเกมสูงถึง 50%จากเกมทั้งหมด 25 เกมที่ทั้งทำเอง และทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ และอีก 20% ที่เหลือ มาจากรายได้ที่แบรนด์ต่างๆทำสติ๊กเกอร์ และ Official account 20% ที่ว่านี้ ผมเดาว่า น่าจะเป็นแบรนด์ของไทยไม่ต่ำกว่าครึ่ง
แม้ว่าจะยังไม่มีการพิสูจน์และวัดผลใดๆทางการตลาดออกมาชัดเจน แต่แบรนด์ไทย ก็พร้อมเสี่ยง ที่จะลงเงินจำนวนหลายล้าน ไปกับการสร้างสติ๊กเกอร์แจก และการมี Official Account ใน ไลน์ คุ้มรึเปล่าไม่รู้ แต่นักการตลาดไทย ไม่ขอตกเทรนด์ และต้องการช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ ไลน์ ไประดับโลก
อย่าลืม ติดตามบทวิเคราะห์ เนื้อหาอัปเดตที่น่าสนใจด้านการตลาดและเทคโนโลยีได้ที่ เพจ http://www.facebook.com/MktHubเช่นเคยครับ






