วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อันเนื่องมาจากเรื่องความล้มละลายของเมืองดีทรอยต์

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เทศบาลเมืองดีทรอยต์จุดระเบิดที่ดังก้องไปทั่วโลกด้วยการประกาศล้มละลาย

นั่นหมายความว่าเมืองนั้นมองว่าตนมีภาระทางการเงินสูงเกินรายได้และไม่มีทางเลือกนอกจากการอาศัยกฎหมายล้มละลายเพื่อลดภาระนั้นลง การลดภาระจะทำผ่าน 2 ด้านหลักๆ ด้วยกัน นั่นคือ ตัดทอนหนี้ที่มีอยู่กับผู้ซื้อพันธบัตรของเทศบาลและลดบำเหน็จบำนาญที่เทศบาลจ่ายให้แก่พนักงานเกษียณ ดีทรอยต์มิใช่เมืองแรกในอเมริกาที่แก้ปัญหาทางการเงินด้วยการประกาศล้มละลาย แต่เนื่องจากมันเป็นเมืองใหญ่ที่สุดที่ทำเช่นนั้น เหตุการณ์จึงถูกวิพากษ์อย่างกว้างขวางจากหลายวงการและจากมุมมองของบทเรียนที่เทศบาลและประเทศต่างๆ น่าจะศึกษา

การวิพากษ์ได้นำไปสู่ข้อสรุปร่วมกันบ้างและความเห็นต่างกันบ้าง ข้อสรุปที่กว้างที่สุดได้แก่เหตุการณ์นั้นเป็นผลของกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ดีทรอยต์ไม่ปรับตัวให้ทัน นั่นคือ เศรษฐกิจอเมริกันซึ่งครั้งหนึ่งมีอุตสาหกรรมหนักเป็นหัวจักรขับเคลื่อนได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญโดยมีอุตสาหกรรมข่าวสารข้อมูลและการบริการเข้ามาแทนที่ ดีทรอยต์เป็นศูนย์กลางการสร้างรถยนต์ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมหนักและอเมริกาเคยนำหน้าชาวโลก แต่ตอนนี้ ชาวโลกมีความสามารถผลิตรถยนต์ได้ไม่แพ้อเมริกาและมักได้เปรียบรถยนต์ที่ผลิตในดีทรอยต์เนื่องจากสหภาพแรงงานที่นั่นกดดันให้ผู้ผลิตจ่ายค่าแรงสูงกว่าค่าแรงตามแหล่งที่ไม่มีสหภาพแรงงาน การลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์จึงเกิดขึ้นนอกดีทรอยต์และในต่างประเทศ การมองเห็นเฉพาะประโยชน์ส่วนตนเพียงแคบๆ ในระยะสั้นของสหภาพแรงงานจึงมีค่าเท่ากับการหั่นขาตัวเองในระยะยาว

ดีทรอยต์เป็นหนึ่งในหลายเมืองซึ่งรับบาปจากสภาพการเหยียดผิวอย่างรุนแรงของสังคมอเมริกันในอดีตพร้อมกับความนิยมออกไปอาศัยอยู่ในย่านชานเมืองของชาวอเมริกัน การเหยียดผิวเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดจลาจลครั้งใหญ่ในดีทอยต์เมื่อปี 2510 ซึ่งมีคนตาย 43 คนและบาดเจ็บกว่า 1,100 คนในช่วงเวลา 5 วันก่อนที่ทหารจะควบคุมสถานการณ์ได้ เหตุการณ์นั้นผลักดันให้ชาวอเมริกันผิวขาวเร่งอพยพออกไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น ประชากรของดีทรอยต์จึงลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้อพยพออกไปมักเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง ส่วนผู้ที่ยังปักหลักอยู่ในเมืองต่อไปมักมีรายได้ต่ำกว่า ปัจจัยเหล่านั้นทำให้ฐานทางด้านการเก็บภาษีของเทศบาลลดลงมาก

ในขณะที่ฐานทางด้านการเก็บภาษีลดลงนั้น นักการเมืองมักพยายามทำในสิ่งที่มีผลไปในทางตรงกันข้ามโดยเฉพาะการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเพื่อปิดงบประมาณการใช้จ่าย การกู้ยืมกลายเป็นดินพอกหางหมูที่เพิ่มขึ้นทุกวันเมื่อการเก็บภาษีทำไม่ได้ตามเป้าซึ่งมักเกิดจากการประมาณการที่มองโลกในแง่ดีเกินไปอยู่แล้ว ยิ่งการเงินของเทศบาลง่อนแง่นเพิ่มขึ้นเท่าไร อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดสถาบันการเงินให้ซื้อพันธบัตรของเทศบาลเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น นักการเมืองยังมักหลีกเลี่ยงเรื่องการขยายฐานและการเพิ่มอัตราภาษีเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่ตัวเองอาจไม่ได้รับเลือกให้เข้าทำงานเทศบาล

ส่วนทางด้านบำเหน็จบำนาญซึ่งเป็นการใช้จ่ายต่อเนื่องจากพันธสัญญาที่เทศบาลทำไว้กับพนักงาน ปัญหามาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ปัจจัยแรกได้แก่การจ้างพนักงานจำนวนมากเนื่องจากนักการเมืองสัญญาว่าจะเพิ่มบริการสารพัดอย่างหากตนได้รับเลือก เรื่องนี้มีลักษณะเดียวกันกับนโยบายประชานิยมแบบเลวร้ายที่กำลังสร้างความเสียหายในหลายประเทศโดยเฉพาะกรีซ ปัจจัยต่อไปได้แก่การให้สวัสดิการสูงมากจากการแสวงหาความนิยมของนักการเมือง สวัสดิการรวมบำนาญและค่ารักษาพยาบาลซึ่งสูงเกินคาดเมื่อพนักงานที่เกษียณออกไปมีอายุยืนกว่าที่คาดไว้ นอกจากนั้น ก่อนเกษียณออกไปรับบำนาญ พนักงานมักได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเพื่อนำไปใช้ในการคำนวณบำนาญเช่นเดียวกับการเลื่อนยศในกองทัพไทย การได้บำนาญและสวัสดิการสูงเป็นแรงจูงใจให้พนักงานเกษียณก่อนกำหนดเวลามากขึ้น นั่นหมายความว่าเวลาที่พวกเขารับบำนาญยิ่งยืดยาวออกไปอันเป็นการสร้างภาระเพิ่มขึ้นให้แก่เทศบาลอีกทางหนึ่ง

ยิ่งกว่านั้น กองทุนบำเหน็จบำนาญที่เทศบาลตั้งไว้ประเมินรายได้ของตนสูงเกินกว่าอัตราค่าตอบแทนที่ตนทำได้เช่นเดียวกองทุนบำเหน็จบำนาญมักทำกัน การประเมินที่มองโลกในแง่ดีเกินไปแบบนี้มีปัญหามากขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงมาเหลือเกือบศูนย์และเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะซบเซายืดเยื้อมาเป็นเวลาหลายปี

ในภาวะที่โลกภายนอกเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญนั้น ดีทรอยต์เปลี่ยนไปในด้านลบเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้การปรับตัวยากขึ้นอีกโดยเฉพาะในด้านการไร้สมรรถภาพของนักการเมืองที่บริหารจัดการเทศบาลและในด้านความฉ้อฉลสูงของพวกเขา ณ วันนี้ อดีตนายกเทศมนตรีของดีทรอยต์คนหนึ่งกำลังถูกขังอยู่ในคุกเพื่อรอคำตัดสินของศาลในเดือนกันยายนว่าจะให้จำคุกนานเท่าไร คาดกันว่าเขาจะถูกจำคุกหลายปีเนื่องจากถูกตัดสินในหลายคดีด้วยกันซึ่งล้วนมาจากความฉ้อฉลร้ายแรง

อันที่จริงในช่วงหลายปีมานี้ บางส่วนของดีทรอยต์ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาบ้างแล้วจากการลงทุนของภาคเอกชน แต่การฟื้นนั้นคงยากที่จะขยายต่อไปตราบใดที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังเลือกนักการเมืองที่ไร้ประสิทธิภาพและฉ้อฉลเพราะหวังได้ผลจากนโยบายประชานิยมที่พวกเขานำมาเสนอ