"ใครถาม ผมมักจะบอกว่า ส.ค.นี้คือหน้าฝน ที่ร้อนมากที่สุดแห่งปี และปลายปีนี้อาจจะเป็นหน้าหนาว ที่หนาวสุดที่เราเคยเจอมา"
ร้อนและหนาว...ที่กล่าวถึงหมายถึง"การเมือง"!
เหตุผลเพราะแต่ละฝ่าย...เลือกที่จะเล่นเกมแบบไม่มีทางเลือก เส้นทางที่ยึดวาทกรรมปรองดอง เป็นฉากเบื้องหน้า โดยไม่ว่าจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับไหน ก็ล้วนแล้วแต่ เสี่ยงต่อความขัดแย้งได้ทั้งสิ้น
"สำนักข่าวเนชั่น"สรุปไว้ให้เข้าใจอย่างง่ายๆ
เพื่อไทย เลือกที่จะเดินหน้าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับวรชัย เหมะ เนื้อหา..."คดีอาญาทุกคดี ที่มาจากการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง หรือคดีที่มีมูลเหตุเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง รวมไปถึงการกล่าวด้วยวาจาหรือโฆษณา เพื่อให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่รัฐ
เกี่ยวของกับการกระทำในช่วงระหว่าง 19 ก.ย.2549 - 10 พ.ค.2554
ไม่นิรโทษกรรมให้กับใครบ้าง?
"คดีของผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง (ระดับแกนนำ)"
ร่าง ฉบับญาติวีรชน นิรโทษกรรมให้ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.รักษาความมั่นคง พ.ศ. 2551 คดีอาญา ที่เป็นความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญาหรือคดีที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี คดีอาญาอื่นๆ เช่น คดียึดสนามบิน, คดีบุกNBT, คดีบุกสภา, คดียึดทำเนียบ, คดีครอบครองอาวุธ, คดีเผาศาลากลาง, คดีตามมาตรา 112 และการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติการที่ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งการบังคับบัญชาหรือไม่ได้กระทำเกินกว่าเหตุ
ไม่นิรโทษกรรมให้กับใครบ้าง?
คดีที่มุ่งประทุษร้ายผู้อื่นโดยใช้อาวุธ คือ คดีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมเม.ย.-พ.ค.2553 ,คดีที่มุ่งให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนหรือการกระทำผิดต่อทรัพย์ เช่น การวางเพลิงเผาทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ลักทรัพย์ที่เป็นของเอกชน เช่นเซ็นทรัลเวิล์ด,คดีของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งระดับผู้สั่งการ ระดับผู้ปฏิบัติการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจหรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง(แกนนำ) ที่ไม่สมควรแก่เหตุหรือเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น คดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาฆ่า, คดีก่อการร้าย
เกี่ยวของกับการกระทำในช่วงระหว่าง 19 ก.ย. 2459 - 9 พ.ค. 2554
คำถาม:ที่ตามมา ทำไม?เพื่อไทย จึงกล้าเล่นเกมร้อน?..เดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับวรชัย เป็นวาระแรก 7 ส.ค. ในสถานการณ์ที่คะแนนนิยมรัฐบาล"ขาลง
คำตอบ:1.ประเมินฝ่ายค้านและกลุ่มต่อต้าน ไม่มีกำลังมากพอ และกลุ่มกระจัดกระจาย ไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้
2. หลังคลิปเสียงของอดีตนายกรัฐมนตรี หลุดออกมา..เสมือนกำลัง"จูบปาก"อำมาตย์ ถือว่าเสียฐานกลุ่มคนเสื้อแดงไปพอสมควร โดยเฉพาะแดงฮาร์ดคอร์ ดังนั้นการลุยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อเป็นการ"ซื้อใจ"อีกครั้ง และหวังเป็นเกราะและฐานต่อรองกับกลุ่มอำมาตย์ ในระยะต่อไป
3.ผลกระทบทางการเมืองไม่นาห่วง เพราะเพื่อไทย มี"เซฟทีคัท"ในมือ"ยุบสภา" และอาจจะชนะเลือกตั้งมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ หากมีนโยบายประชานิยม ที่"โดน" รวมทั้งชูประเด็นสานต่อ โครงการลงทุนครั้งใหญ่ 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งผลสุดท้าย ก็สามารถกลับมาบริหารประเทศได้เช่นเดิม
ขณะเดียวกัน"ยุบสภา เลือกตั้งใหม่"...จะทำให้รัฐบาลเพื่อไทย สามารถคิดเกมใหม่ กลับมาได้เปรียบอย่างชัดเจนอีกครั้ง...จากปัจจุบันที่เป็น"ฝ่ายตั้งรับ"ทั้งประเด็นเศรษฐกิจและการเมือง
ประชาธิปัตย์...ก็อ่านเกมนี้ทะลุ...บทบาทฝ่ายค้าน สู้ในสภา...มีแต่รอวันแพ้
ไม่แปลกที่เห็น"ท่าที"ใหม่ของแกนนำประชาธิปัตย์ประกาศ ผ่านเวทีผ่าความจริงฯ ที่สวนเบญจศิริ เมื่อ 27 ก.ค.2556 "พร้อมสนุบสนุน การเคลื่อนไหวของภาคประชาชน"
"เสียงนกหวีดของประชาชนดังพร้อมกัน ผมจะออกมาร่วมต่อสู้ หมายความว่าประชาชนทนต่อไม่ได้แล้ว ถ้าร่างกฎหมายของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผ่านสภาได้ และบังคับใช้เป็นกฎหมาย...การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่าย การต่อสู้ครั้งนี้ยืดเยื้อยาวนาน ไม่มันก็เราจะไปกันข้างหนึ่ง ถ้าฝ่ายนั้นชนะเราก็เป็นขี้ข้า ถ้าฝ่ายเราชนะท้องฟ้าจะแจ่มใสพวกเราจะเดินไปข้างหน้าได้"
คำปราศัย ของ"สุเทพ เทือกสุบรรณ" ส.ส.พรรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ปราศัยปกติที่ต้องใช้ภาษาที่รุนแรง แต่นี้คือ"ยุทธศาสตร์"ของพรรคนับจากนี้ พรรคที่มักพูดตลอดว่ายึดกติกาในกรอบรัฐสภา หันมาเล่นนอกกรอบ...ย่อม"รู้"อะไรมามากพอสมควรว่าการเคลื่อนไหวของ"อำนาจ"ในปัจจุบัน เป็นอย่างไร!!
ส.ค.เรียกว่า"หน้าร้อน"กลางฤดูฝน จึงไม่ผิดมากนัก!






