ของ "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" ในวันที่ 4 ส.ค. นี้ และคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้าน
การพิจารณา "ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ในสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 7 ส.ค. นี้
+++ ทำให้เมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (28 ก.ค.) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ใช้โอกาสที่เรียกประชุมผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ มารับทราบนโยบายสำคัญในการทำเกษตรโซนนิ่งจาก วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ทำความเข้าใจกับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ไปพร้อมกันในเรื่องการชุมนุมระหว่างปิดประชุมสภา ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเยือนแอฟริกาว่าจะต้องทำความเข้าใจกันให้ดีที่สุด แม้จะไม่ถึงกับห้ามการชุมนุมทุกอย่าง แต่ต้องจับตาดูไม่ให้ทำเกินขอบเขตของกฎหมาย หากไปปิดถนนหรือสร้างความเดือดร้อน คงต้องระงับยับยั้ง ส่วนปัญหาความเดือดร้อนก็ให้แก้กันที่จังหวัด
+++ ก่อนหน้าที่ มท.1 ก็ได้ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ขอให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังทางการเมือง และองค์กรต่างๆ ที่จะรวมตัวกันเข้ามาชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาและคัดค้านการบริหารงาน รวมถึงค้านการเสนอกฎหมายบางฉบับ โดยขอให้ทางจังหวัดสั่งการไปยังนายอำเภอ ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน ติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชน และแกนนำ พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล และขอให้เคลื่อนไหวให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย และพยายามให้การชุมนุมยุติในพื้นที่
+++ ภาษาในการสั่งการดูดี แต่หากแปลความหมายก็คือ ขอให้ฝ่ายปกครองทุกระดับ ช่วยกัน "สกัดม็อบ" ไม่ให้เข้าเมืองกรุง มาเขย่า "บัลลังก์รัฐบาล" ว่าอย่างนั้นเถอะ
+++ ที่ผ่านๆ มา "ม็อบ" ที่ร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลสำเร็จ ดูจะไม่ใช่มาจากต่างจังหวัดเป็นหลัก แต่จะมาจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนี่แหละ ขืน "รัฐบาล" มัวแต่สั่งสกัด ทำความเข้าใจคนต่างจังหวัด โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของคนเมือง ก็อาจเปิดช่องให้เขาออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลล้นหลาม จนรัฐบาลเอาตัวไม่รอดก็ได้ เข้าทฤษฎีที่ว่า "สองนคราประชาธิปไตย" คือ "กลุ่มคนชนบท" ตั้งรัฐบาล แต่ "กลุ่มคนเมือง" ล้มรัฐบาล
+++ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า 29 ก.ค. นี้ จะเข้ายื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ว่า ดำเนินการนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือกระทำการเกินกว่าอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย มาตรา 19 (5) หรือไม่ หลังจาก คปก.ชุดที่มี คณิต ณ นคร เป็นประธานฯ ได้มีหนังสือเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169
+++ เรืองไกร บอกว่า คปก.ย่อมทราบดีว่าร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เสนอโดย ครม. แต่ในมาตรา 19 (5) ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจ คปก.ตรวจสอบไว้ ถ้า คปก.ยังไม่เข้าใจอำนาจหน้าที่ หรือไม่ได้พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน แล้วจะทำหน้าที่ต่อไปได้อย่างไร จึงขอให้นายกฯ ตรวจสอบ หากพบว่าดำเนินการเกินกว่ากรอบอำนาจหน้าที่จริง ก็ขอให้ คปก.พิจารณาตัวเอง เพื่อพ้นจากหน้าที่ดังกล่าวหรือไม่
+++ ต้องคอยดู "อาจารย์คณิต" หรือ คปก. จะออกมาตอบโต้อย่างไร






