เป็นที่แน่นอนแล้วว่า "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ฉบับของ วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และคณะ
ซึ่งต้องการล้างผิดคดีที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมทางการเมือง ทุกกลุ่ม ทุกสี โดยไม่รวมแกนนำสั่งการ จะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในสภาฯ วาระแรก ในวันพุธที่ 7 ส.ค.นี้
+++ เมื่อ "นายใหญ่" ทุบโต๊ะลงมา ใครก็ขวางไม่อยู่ เพราะคงประเมินแล้วว่า แรงต้านทั้งในสภาฯ-นอกสภา "เอาอยู่"
+++ หากใครที่ได้ศึกษาหรืออ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษ ฉบับของ วรชัย ดูเหมือน "อดีตนายกฯทักษิณ" จะไม่ได้อานิสงส์ด้วย
+++ แต่กฎหมายที่จะทำให้ "อดีตนายกฯทักษิณ" ได้ประโยชน์ด้วยคือ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ทุกฉบับ โดยเฉพาะร่างที่เสนอโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
+++ ดังนั้น จึงน่าจับตาว่าจะมีการ "ลักไก่" ดัน "ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง" ที่มีเนื้อหานิรโทษกรรมแบบ "เหมาเข่ง"ทุกคดี ที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารปี 2549 เข้ามาผสมโรงพิจารณาไปพร้อมกันทีเดียวเลยหรือไม่
+++ หันไปดูปัญหาใน "พรรคสะตอ" เอ๊ย "พรรคประชาธิปัตย์" หลัง อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค เตรียมที่จะเสนอให้พรรคพิจารณาเสนอ "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" เข้าสู่การพิจารณาของสภา แต่หากพรรคไม่เห็นด้วย ก็อาจจะใช้เอกสิทธิ์เสนอเองในนาม ส.ส.นั้น เริ่มมีเสียงต่อต้านจากสมาชิกภายในพรรค หรือแม้แต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเอง ลึกๆ แล้วก็ไม่เห็นด้วยที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษ เข้าไปประกบกับร่างๆ อื่นที่คาอยู่ในสภาขณะนี้
+++ จุดยืนของ อภิสิทธิ์ คือ รัฐบาลต้องถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับที่อยู่ในวาระการประชุมสภาออกมาก่อน แล้วมาหา "จุดร่วม" เพื่อนำไปสู่ "การปรองดอง" ที่แท้จริง
+++ ลองถ้า "หัวหน้าพรรค" มีจุดยืนเช่นนี้แล้ว ความหวังของ อลงกรณ์ ก็อาจจะ "แป๊ก" อีก เหมือนเช่นข้อเสนอปฏิรูปพรรค ที่จนป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เว้นแต่ "เจ้าตัว" จะฝ่าฝืนมติพรรค ลุยเสนอเองอย่างที่ลั่นวาจาไว้
+++ นับวัน อลงกรณ์ ดูจะ "แปลกแยก" เข้าไปทุกทีสำหรับพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม
+++ ส่วนการเมืองประเทศเพื่อนบ้าน วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.นี้ "กัมพูชา" จะมีการเลือกตั้งทั่วไปสมัยที่ 5 และคงไม่ต้องไป "คาดเดา" กันให้เสียเวลาว่า พรรคใดจะชนะ ครองเสียงข้างมากในสภา
+++ เพราะคงหนีไม่พ้น พรรคประชาชนกัมพูชา หรือซีพีพี ของ สมเด็จฮุน เซน นายกฯ ตลอดกาล คงจะชนะครองเสียงข้างมากแบบเบเบอร์ ชนิด "ไม่มีทางพลิกล็อก"
+++ แต่จะทำลายสถิติการเลือกตั้งในปี 2551 ที่พรรคของสมเด็จฮุน เซน เคยได้ไป 90 ที่นั่ง จากทั้งหมด 123 ที่นั่งได้หรือไม่ คงต้องรอลุ้นกันต่อไป
+++ สำหรับการเลือกตั้งของกัมพูชา พ.ศ.นี้ จะมีขึ้นใน 23 จังหวัด และ 1 ราชธานี ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 9.67 ล้านคน มี 8 พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง ส.ส.จำนวน 123 ที่นั่ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี
+++ ย้อนดูอดีตเมื่อการเลือกตั้งปี 2551 มีพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้ง 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชนกัมพูชา ไปได้ 90 ที่นั่ง พรรคสมรังสี 26 ที่นั่ง พรรคสิทธิมนุษยชน 3 ที่นั่ง พรรคนโรดมรณฤทธิ์ และพรรคฟุนซินเปค พรรคละ 2 ที่นั่ง
+++ เลือกตั้งกัมพูชา คงจบลงแบบกร่อย ๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น...






