วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมพร้อมรับผลกระทบ2ทาง

การคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด อาจเริ่มลดการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทำให้นักลงทุนถอนเงินออกจากตลาดพันธบัตรของประเทศตลาดเกิดใหม่ จนส่งผลกระทบและมีข่าวว่าหนึ่งในตลาดเกิดใหม่อย่างตุรกีนั้น ธนาคารกลางได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์เพื่อปกป้องค่าเงิน ทั้งยังมีข่าวว่าธนาคารกลางขายเงินดอลลาร์เพื่อหนุนเงินลีรา ที่ร่วงลงแล้วเกือบ 9% เมื่อนับจากเดือนพ.ค. เหตุการณ์ในตุรกีเป็นเพียงหนึ่งในพัฒนาการที่เกิดขึ้น ท่ามกลางการคาดหมายทิศทางของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ

หากดูจากรายละเอียดการประชุมเมื่อเดือนก่อนของเฟด จะพบว่า ผู้กำหนดนโยบายประมาณครึ่งหนึ่งของเฟด รู้สึกว่ามาตรการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรยุติลงภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายอีกหลายคนต้องการให้แน่ใจว่าอัตราว่างงานลดลงอย่างแท้จริง จึงจะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร ทำให้ท้ายที่สุดแล้วผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่จากทั้งหมด 19 คน เห็นควรให้ประธานเฟดเป็นผู้แถลงเกี่ยวกับแนวทางดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิวอี ซึ่งในครั้งนั้นประธานเฟดก็ระบุถึงความเป็นไปได้ของการลดการเข้าซื้อพันธบัตรภายในสิ้นปีนี้ และอาจยุติโครงการลงภายในกลางปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ประธานเฟด กล่าวว่า ต้องคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินไว้ต่อไป เพราะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับเพียง 1% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ 2% ส่วนอัตราว่างงานก็ยังสูงถึง 7.6% อันนับว่าไม่ได้ลดลงนัก ตั้งแต่พุ่งสู่ระดับสูงสุดช่วงวิกฤติการเงิน ทั้งยังสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังอ่อนแอ นอกจากนั้น การตัดลดการใช้จ่ายภาครัฐลงอย่างมากนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบเต็มที่ ท่าทีล่าสุดนี้น่าจะสร้างความกระจ่างให้หลายฝ่าย จากก่อนหน้านี้ที่เมื่อพิจารณาข้อมูลบันทึกการประชุมและความเห็นของประธานเฟดแล้ว ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเฟด จะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตรเมื่อไร กระนั้น วาระของประธานเฟดจะหมดลงในเดือนมกราคม และคาดว่าจะไม่ดำรงตำแหน่งในวาระ 3 เพื่อดูแลการชะลอมาตรการคิวอี

แนวโน้มการคงนโยบายแบบเดิม ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ยังไม่มั่นคง มีขึ้นไล่เลี่ยกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเป็นครั้งที่ 5 ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว สืบเนื่องจากการชะลอตัวของประเทศตลาดเกิดใหม่และการประเมินปัญหาในยุโรปที่ต่ำเกินไป โดย ไอเอ็มเอฟ ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.1% อันเป็นระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และต่ำกว่าการคาดหมายเมื่อเดือนเมษายน ที่ 3.3% ทั้งยังปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าลงเหลือ 3.8% จากคาดหมายก่อนหน้านี้ที่ 4% ส่วนประเทศกำลังพัฒนาถูกปรับคาดการณ์การเติบโตปีนี้ เหลือ 5% รวมถึงปรับลดคาดการณ์ จีน บราซิล รัสเซีย อินเดีย และ แอฟริกาใต้

ภาพรวมเศรษฐกิจสำหรับหลายชาติทั่วโลก รวมถึงไทย จึงไม่ค่อยสดใสนัก เพราะนอกจากต้องจับตาดูการชะลอมาตรการคิวอีของสหรัฐว่าจะเริ่มต้นเมื่อใด อันจะส่งผลต่อเนื่องมาถึงหลายชาติแล้ว การเติบโตที่ชะลอตัวลงของหลายประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งและเป็นความหวังของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ยังเป็นแนวโน้มที่ทำให้ประเทศที่อยู่ในบริบทของเศรษฐกิจ การค้า และ การเงินโลก ต้องคอยประคับประคองการขยายตัวของแต่ละประเทศให้ดี ไม่สะดุดปัญหาใดเสียก่อน