กระแสการลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามาสู่เอเชีย เมื่ออดีตมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก จากฝั่งตะวันตก
ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป กำลังเผชิญภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ แม้จะพยายมพลิกฟื้นสถานการณ์ ด้วยมาตรการฟื้นฟูหลากหลายแนวทางต่อเนื่องมาหลายปี แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะวิ่งไม่ทันปัญหาที่ขยายตัว ต่อยอดกันเป็นโดมิโน่ จึงทำให้ถนนสายธุรกิจเส้นทางใหม่ กำลังหันหน้ามาสู่ภูมิภาคตะวันออกมากขึ้น เอเชียแปซิฟิกและอาเซียน ดูจะเป็นเป้าหมายหลักของหลายๆ ธุรกิจ ที่กำลังมองเรื่องการเติบโตแบบก้าวกระโดด
แน่นอน"ประเทศไทย" ย่อมได้อานิสงก์จากแนวโน้มนี้ ถึงแม้เราจะมีประเด็นขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัจจัยลบอยู่ระดับหนึ่ง แต่ในมุมของโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว ดูเหมือน ไทยมีสถานะไม่จากการเป็นเสือตัวน้อยๆ ตัวหนึ่งที่มีโอกาสสูง ในพลวัตรการลงทุนของกลุ่มทุนระดับโลก ที่กำลังปรับโรดแมพมาสู่ประเทศเกิดใหม่ ที่กำลังพัฒนา ซึ่งล้วนมีความต้องการในหลายๆ ด้าน แน่นอนแนวโน้มเศรษฐกิจ จึงยังคงเดินหน้าในภาวะขาขึ้น
แต่สถาณการณ์ขณะนี้ ใช่ว่าจะมีเฉพาะโอกาสแต่อุปสรรคก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ในขณะที่หลายบริษัท หลายธุรกิจให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย และไทยยังได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ ในการเป็นประเทศซึ่งมีที่ตั้งเป็นเสมือน ศูนย์กลางของกลุ่มอาเซียน ซึ่งน่าจะได้เปรียบมากที่สุดประเทศหนึ่ง กับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ดีมานด์ที่มีมากมายมหาศาล กับต้องมาสะดุดกับซัพพลายที่ติดขัดในรายละเอียดมากมาย โดยเฉพาะความพร้อม ในซัพพลายด้านแรงงาน ที่ไทยกำลังเผชิญปัญหาใหญ่
จากการขาดแคลนแรงงาน ในทุกระดับชั้น ทั้งแรงงานระดับบริหาร แรงงานฝีมือ และแม้แต่แรงงานไร้ฝีมือ ไทยก็ยังขาดแคลน จนกระทั่ง ต้องมีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเสริมในหลายๆ ธุรกิจ จำนวนแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ตัวเลขที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีกว่า 2.5 ล้านคน และยังมีแรงงานต่างด้าวประเภทลักลอบเข้ามาทำงาน โดยไม่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องอีกราว 5 แสนคน รวมแล้วเรามีแรงงานต่างด้าวทำงานในไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีภาวะขาดแคลนแรงงาน เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน
หลายธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะธุรกิจในภาคก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนอกจากขาดแคลนแรงงาน ต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มเพื่อดึงแรงงานเข้ามาทำงานด้วยแล้ว ยังมีปัญหาถูกเรียกรับผลประโยชน์ จากกรณีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่เข้ามาทำงานในไซต์งานก่อสร้างต่างๆ หลายคนอาจแย้งว่า ถ้าเช่นนั้นก็ใช้แรงงานต่างด้าวที่ถูกต้องตามกฎหมายสิ ปัญหาเรียกรับผลประโยชน์ทำนองนี้จะได้ลดลง
แต่เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ มาในทางกลับกันว่า ต้องการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายมากที่สุด แต่ปัญหาคือ แรงงานส่วนหนึ่งไม่ต้องการทำให้ถูกกฎหมาย หรือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ไม่ต้องการให้เป็นแรงงานถูกกฎหมาย เพื่อจะได้มีช่องในการเรียกปรับ เรียกรับผลประโยชน์ ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ คาราคาซังที่รมว.แรงงานยังจัดการไม่ได้ ปรับครม.ใหม่ล่าสุด หากรัฐบาลสามารถจัดการแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน-ด้อยคุณภาพลงได้ เชื่อว่าจะได้คะแนนจากภาคธุรกิจคืนมาไม่น้อย






