ตุ๊กตาเสียกบาล

ตุ๊กตาเสียกบาล

"ตุ๊กตาเสียกบาล" เป็นตุ๊กตาดินเผาเคลือบสมัยสุโขทัย มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 19-20

ส่วนใหญ่จะปั้นเป็นผู้หญิงมือถือของใช้ หรือเป็นผู้หญิงอุ้มเด็ก

"ตุ๊กตาเสียกบาล" มีรูปแบบตามยศศักดิ์ของผู้เป็นเจ้าของ อาทิเช่น ก่อนออกศึก โหรทำนายทายทักว่ามีเคราะห์ก็จะปั้นตุ๊กตาเสียกบาล เป็นรูปต่างๆ เช่น พระยาขี่ม้า หรือขี่ช้าง แล้วหักคอตุ๊กตาทิ้ง จากนั้นนำตัวไปฝังตามที่ตนเห็นว่าเหมาะสม ส่วนใหญ่จะฝังใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือฝังริมน้ำ ส่วนหัวก็เอาไปฝังเช่นกันแต่ฝังในที่ที่ห่างกัน เพื่อแก้เคล็ดตามความเชื่อ

ปรับคณะรัฐมนตรี "ปู 5" คราวนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะคิดว่าจะอยู่ยาวไปอีกปี

องค์ประกอบของ ครม. ที่ออกมาเป็นอย่างนี้ ไม่ต่างกับ "ตุ๊กตาเสียกบาล" เพราะเลือกคนไปคนละทางกับงาน เลือกคนด้วยการใช้วิธีการอยากเอาใครไปอยู่ที่ไหนก็ยกไปตั้ง โดยที่ไม่รู้ว่า รัฐมนตรีคนนั้นมีความถนัดกับงานหรือไม่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด

หรือ จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แท้ที่จริงอยากไปนั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มากกว่า

หรือ ชัยเกษม นิติศิริ หลานแท้ๆ ประเทือง กีรติบุตร อดีตอธิบดีกรมอัยการ ผู้ที่นั่งทำงานกองคดีเพียงไม่นาน ทำคดีไม่มาก จากนั้นย้ายไปอยู่กองที่ปรึกษา ให้คำปรึกษากฎหมายมากกว่าทำคดี

ที่สำคัญ ชัยเกษม เมื่อครั้งเป็นอัยการสูงสุด เป็นคนสั่งฟ้องคนเสื้อแดง หลายคดี
การส่ง ชัยเกษม มาจะเป็นการขวางคดีเสื้อแดง หรือไม่

ส่วน วิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือญาติของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นับว่าเหนือชั้นกว่านั้นเพราะเป็นสายตรง "จันทร์ส่องหล้า" อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังมีพวก "มนุษย์ 2 ซิม" ให้คนนั่งถ่างเป็นรัฐมนตรี โดยที่ไม่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติมากก่อน

ส่วนปัญหาปากท้องชาวบ้าน คือ เรื่องข้าว ที่ตลบตะแลงไปวันๆ โดยไม่มีใครตอบ ว่า เมื่อตอนที่เสนอลดราคารับจำนำที่ 12,000 บาท/ตัน เพราะตลาดโลกมีปัญหา การแข่งขันของคู่แข่งสูง แต่พอเจอม็อบชาวนา ส่อว่าจะเสียฐานเสียง เพียง 10 กว่าวันก็กลืนน้ำลาย กลับมารับจำนำที่ 15,000 บาท โดยที่ไม่บอกว่า แก้ไขเรื่องตลาดโลกที่มีปัญหา หรือการแข่งขันของคู่แข่งสูง จะทำอย่างไร

ขณะที่เรื่องยางพารา ที่แก้ไม่ได้เพราะรัฐมนตรี "ดีแต่โม้"

นี่คือการ "ผูกขาดกรรมวิธี"
นี่คือการ "ผูกขาดอำนาจ" ของคนเพียงไม่กี่คน

ความขัดแย้งที่ลึกลงไปข้างในพรรคเพื่อไทย กระทบประชาชนที่เป็นมวลชนคนเสื้อแดงเป็นฐาน ที่ยามนี้มีบางคนแอบตั้งพรรค เหตุเพราะ "ถูกหลอก" จนทนไม่ไหว ที่รอคือรอวันพรรคเพื่อไทยแตก เมื่อนั้นจะเกิดการ "ผ่องถ่าย" ส.ส.เสื้อแดง ไปสู่พรรคใหม่

เมื่อถึงวันนั้น ประชาชนเสื้อแดงจะเดินไปจาก "ทักษิณ" เอง

สิ่งที่ "เฉลิม" พูดว่า "ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก" บอกให้รู้ลึกๆ ว่าคนไทยอีกมากก็เหมือนกัน ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ไปสู่จุดจบเดียวกัน ไม่มีวันก้าวไปถึงประชาธิปไตย ได้เลย

ไม่ว่าคนที่เป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าคนที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นคนไทยคนไหนๆ เขาก็ให้ราคาแค่ "ตุ๊กตาเสียกบาล" หักหัวไปตั้งไว้ที่โน่น ที่นี่ เพื่อแก้เคล็ดเอาตัวรอดไปวันๆ