เป็นข่าวครึกโครมตามสื่อต่างๆ ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่กรมการค้าภายในได้เสนอร่างกฎเกณฑ์ควบรวมธุรกิจ
ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 (กฎหมายแข่งขันทางการค้า) เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่ผู้เขียนกล่าวว่าครึกโครมเนื่องจากการออกกฎเกณฑ์ตามมาตรา 26 แห่งกฎหมายแข่งขันทางการค้านั้นมีความคิดริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบันผ่านไปกว่า 10 ปี ก็ยังไม่มีการออกกฎเกณฑ์มาใช้บังคับ
ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอถือโอกาสนี้มาย้อนอดีตว่าบ้านเรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า และการป้องกันการผูกขาดทางการค้ามาตั้งแต่เมื่อไร และกฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับปัจจุบันมีกลไกหลักๆ ที่สำคัญอะไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎเหล็ก 5 ข้อที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้นคืออะไร
เดิมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง มีการกักตุนสินค้า รัฐบาลไทยจึงได้ออกมาตรการควบคุมการตรึงราคาและกักตุนสินค้าในยามขาดแคลน โดยมีการตราพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2480 (กฎหมายป้องกันการค้ากำไรเกินควร) จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2522 กฎหมายป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ถูกยกเลิกและตรากฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมาคือ พระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 (กฎหมายกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด) ขึ้นมาใช้แทน ต่อมากฎหมายกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดได้ถูกยกเลิกเนื่องจากบทบัญญัติในหลายมาตราไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน เช่น ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางใดๆ ของ “ธุรกิจผูกขาด” หรือ “ธุรกิจใดที่ควรถูกควบคุม” เป็นต้น ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมารัฐบาลท่านอานันท์ ปันยารชุน จึงได้มีการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งก็คือ กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับปัจจุบัน โดยร่างเสร็จในปี พ.ศ. 2535 แต่ไม่ได้มีการตราบังคับใช้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย จึงได้ประกาศใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับปัจจุบันขึ้นมาแทนที่กฎหมายกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด
กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อ “ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างมีเสรี และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ” เจตนารมณ์ของกฎหมายแข่งขันทางการค้าตามที่ผู้เขียนกล่าวไว้นี้มีบทบาทที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับ 5 กฎเหล็กที่ผู้เขียนจะได้กล่าวต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากการจะพิจารณาว่าการประกอบธุรกิจใดจะถือเป็นการต้องห้ามตาม 5 กฎเหล็กนี้หรือไม่ เท่าที่ผู้เขียนศึกษาก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นไปตามหรือขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายแข่งขันทางการค้าหรือไม่ เราไปดูกันค่ะว่า 5 กฎเหล็กที่ว่านี้มีอะไรกันบ้าง และปัจจุบันมีกระบวนการบังคับใช้แต่ละกฎมากน้อยเพียงใด
5 กฎเหล็กที่ผู้ประกอบการจะต้องพึงระวังไม่ให้มีการกระทำนั้นเป็นไปตามมาตรา 25 - 29 ของกฎหมายแข่งขันทางการค้าโดยสรุปได้ดังนี้
(1) ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการใช้อำนาจเหนือตลาด (มาตรา 25) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจที่มีอิทธิพลชี้นำราคาหรือปริมาณในตลาดใช้อำนาจที่มีเหนือผู้อื่น แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นหรือจำกัดการประกอบธุรกิจของผู้อื่น
(2) ห้ามไม่ให้มีการควบรวมกิจการอันจะทำให้เกิดการผูกขาด (มาตรา 26) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจรวมธุรกิจกันเพื่อก่อให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขันในตลาด เว้นแต่ได้รับอนุญาต
(3) ห้ามไม่ให้ร่วมมือกันเพื่อผูกขาดหรือลดการแข่งขัน (มาตรา 27) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจตกลงที่จะไม่แข่งขันระหว่างกัน (หรือที่เรียกว่า “ฮั้วกัน”) ในลักษณะที่กำหนดหรือตกลงกันบางอย่าง โดยไม่ได้รับอนุญาต
(4) ห้ามไม่ให้มีการกีดกันการแข่งขัน-กีดกันผู้บริโภค (มาตรา 28) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจกีดกันโอกาสผู้บริโภคในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
(5) ห้ามไม่ให้มีการกีดกันการแข่งขัน-กีดกันผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น (มาตรา 29) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม โดยมีจุดประสงค์ไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาแข่งขัน หรือต้องออกจากตลาดไป หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย
อย่างไรก็ดี แม้ว่ากฎเหล็กทั้ง 5 จะได้มีการบัญญัติขึ้นตามมาตรฐานสากล หากแต่ยังไม่สามารถนำไปบังคับได้อย่างจริงจัง ดังนั้น หากมีการตั้งคำถามว่าปัจจุบันมีธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎเหล็ก 5 ข้อนี้หรือไม่ ผู้เขียนคิดว่าคงมีอยู่ หากแต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีด้วยหลายเหตุหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงความล่าช้าของการออกกฎเกณฑ์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เช่น การออกประกาศกฎเกณฑ์ตามมาตรา 26 เป็นต้น หรืออาจได้รับการประนีประนอมจากหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของกฎหมาย เช่น ไม่มีแนวทางเกี่ยวกับการวิเคราะห์ขอบเขตตลาดและการคำนวณส่วนแบ่งตลาดที่ชัดเจน เป็นต้น
ผู้เขียนเข้าใจว่า ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะยกร่างแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับปัจจุบันนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และครอบคลุมรัฐวิสาหกิจบางกลุ่ม รวมถึงมีการเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นองค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้เพื่อให้มีความเป็นอิสระและลดการแทรกแซงทางการเมือง
ฉบับหน้าเรามาศึกษากันถึงรายละเอียดของ 5 กฎเหล็กตามที่กล่าวไว้ข้างต้นกันค่ะว่า ปัจจุบันมีการนำไปใช้บังคับกันอย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด และปัญหาในการบังคับใช้ของแต่ละกฎคืออะไร
--------------------
บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนอันเป็นความเห็นในทางวิชาการ และไม่ใช่ความเห็นของบริษัท อัลเลน แอนด์ โอเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผู้เขียนทำงานอยู่









