การเปลี่ยนแปลงมีขึ้นทุกวัน จากอดีตที่คอมพิวเตอร์คือของสูงส่ง จับต้องยาก ทั้งราคาที่สูงยิ่ง และยังใช้งานได้ยากยิ่ง
ต้องผู้มีความรู้เฉพาะด้าน แต่โลกที่ก้าวไปข้างหน้าทุกวินาที คอมพิวเตอร์ได้ปรับเปลี่ยนตัวเอง ก็โดยฝีมือของมนุษย์นี่แหละ ให้ราคาถูกลง ใช้งานง่าย และมาถึงวันนี้ คอมพิวเตอร์ใกล้ๆ จะกลายเป็นของล้าสมัย ตกรุ่น ตกยุคที่ใครๆ ก็ไม่ค่อยอยากซื้อ ยกเว้นจำเป็น แต่หันไปหาสมาร์ทโฟน โทรศัพท์อัจฉริยะ เป็นอุปกรณ์ติดกาย ไม่มีไม่ได้ ลืมคอมพิวเตอร์ ลืมโน้ตบุ๊คไว้ที่บ้าน ไม่ต้องกลับไปเอา แต่ลืมมือถือ ลืมสมาร์ทโฟน เป็นเรื่องใหญ่ ต้องกลับไปเอา เพราะพกสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวติดต่อสื่อสารได้ทั่วทุกเรื่อง ทั้งพูดคุย เช็คข้อมูล พิมพ์ข้อความ ครบครันในหนึ่งเดียว
ยกเว้นเรื่องเฉพาะด้านจริงๆ ค่อยใช้คอมพิวเตอร์ จึงเห็นได้ว่า ยอดขาย อัตราการเติบโตของคอมพิวเตอร์นั้นทรงตัว ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ของสำนักวิจัยต่างๆ หรือกระทั่งเจ้าของเทคโนโลยีเองก็ตาม ล่าสุด ไอดีซี ได้แจงว่าตลาดพีซีไทยไตรมาสแรกหดตัวลงอีก 20% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากความต้องการซื้อที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตลาดผู้บริโภคภาคครัวเรือนที่อ่อนแรงลงหลายไตรมาสติดต่อกัน และแนะให้เวนเดอร์ต้องหาช่องทางเปิดตลาดใหม่
ไม่เพียงแต่ความต้องการของกลุ่มตลาดผู้บริโภคภาคครัวเรือนเท่านั้น เหตุการณ์ยังรับผลกระทบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ โดยเฉพาะจอระบบสัมผัสที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เป็นเหตุให้ผู้ผลิตส่งสินค้าใหม่ๆ ป้อนสู่ตลาดไม่ได้ทันเวลา แถมสภาวะตลาดโดยทั่วไปก็มีแนวโน้มที่ขยายเวลาจัดซื้อคอมพิวเตอร์ออกไป แทนที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุก 2 หรือ 3 ปี ก็อาจเป็น 5-6 ปี ใช้เครื่องเดิมๆ ให้เต็มมูลค่า และงานบางด้านก็หันไปใช้สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์แทบเล็ตที่พนักงานนำของส่วนตัวมาเชื่อมต่อ (Bring Your Own Devices : BYOD) ที่ทำงานก็เตรียมเครือข่ายสื่อสาร ช่องเสียบสัญญาณไว้ให้ รวมถึงระบบป้องกันรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (ที่น้อยรายจะมี)
ขณะที่ ความต้องการคอมพิวเตอร์ลดน้อยถอยลง แต่บุคลากรคอมพิวเตอร์ หรือไอทีระดับคุณภาพยังเป็นที่ต้องการของตลาด ในยุคที่การทำงานทุกชนิดต้องมีคอมพิวเตอร์ควบคุม ไม่ว่าจะคุมในระยะใกล้ หรือจากระยะไกล หากปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยคือ ขาดแคลนบุคลากรไอทีคุณภาพ แม้สถาบันการศึกษาจะผลิตบัณฑิตออกมานับพันคนต่อปี แต่ยังไม่ใช่คำตอบระดับคุณภาพที่ตลาดต้องการ ยิ่งใกล้จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่ความต้องการบุคลากรคุณภาพยิ่งพุ่งสูงขึ้น จะยิ่งเป็นแรงกดดันให้คนไทยต้องปรับตัวรับมือ
แต่ผลสำรวจของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ระบุว่า บุคลากรไทยที่มีศักยภาพ มีทักษะการทำงานที่ดี แต่ขาดเรื่องภาษา ปริมาณแรงงานที่ก้าวเข้าสู่ตลาด 100 คน มีความสามารถด้านภาษาที่ดีอยู่ประมาณ 1-5 คน ที่สามารถสื่อสารได้อยู่ประมาณ 10 - 20 คน ที่เหลือกว่า 65 คน สื่อสารด้านภาษาอังกฤษได้น้อยมาก การเคลื่อนย้ายแรงงานจากเออีซีจะทำให้เกิดการดึงคนของประเทศต่างๆ เข้ามานั่งตำแหน่งบริหารมากขึ้น และปรากฎการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วในบริษัทไอทีข้ามชาติที่มีสาขาไทย ส่วนผู้บริหารไอทีของธุรกิจอื่นๆ น่าจะได้เห็นเร็วๆ นี้
การปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เปิดความคิดสู่โลกภายนอก คนไทยต้องทำ ต้องเก่งรอบตัว แข่งขันได้รอบด้าน ลำพังเก่งในบ้านไม่พอแล้ว เพราะเพื่อนบ้านต่างกำลังเดินเข้ามาหาเราถึงที่่บ้าน การมองโลกกว้าง ช่วยให้เปิดโลกทัศน์รับความเปลี่ยนแปลง ผู้แก้ไขปรับปรุงย่อมไม่ตกกระแสโลก สำคัญที่ต้องเริ่มต้น






