ภาพสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ ใส่หน้ากากกันหมอกควันจากอินโดฯ นี่เป็นแค่ภาพล้อเลียนเท่านั้น
รัฐบาลของเขายังไม่ได้สั่งการเด็ดขาดถึงขั้นนั้น แม้ว่าสถานการณ์หมอกควันที่นั่นจะร้ายแรงไม่น้อยทีเดียว
เพิ่งเห็นพาดหัวในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์สเตรตส์ ไทมส์ เมื่อเช้าวานนี้ว่า
Expect ‘very unhealthy’ air today
ก่อนหน้านี้สองวันมีคำเตือนมาจากสถานทูตไทยประจำสิงคโปร์ ว่า ใครจะเดินทางไปเกาะแห่งนี้ในช่วงนี้ให้พกหน้ากากประเภทกันควันพิษได้ (N95) ไปด้วย เพราะว่าสถานการณ์หมอกควันพิษที่นั่น ยังไม่จางหายไปง่ายๆ
ที่สิงคโปร์หน้ากากอย่างนี้ขาดตลาดมาหลายวันแล้ว!
สถานทูตไทยที่นั่นได้ออกแถลงการณ์เรื่องนี้อย่างละเอียด รวมถึงคำแนะนำสำหรับคนไทย
“สำหรับคนไทยในสิงคโปร์ทั่วไป สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเรียนให้ท่านติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับรายงาน และการเฝ้าระวังล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หมอกควัน และมลพิษในสิงคโปร์ได้จากเว็บไซต์ขององค์กรสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ (National Environment Agency) ที่ http://nea.gov.sg/
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ท่านเข้าใจเกี่ยวกับระดับค่า Pollutant Standards Index (PSI) ซึ่งเป็นมาตรฐานบ่งบอกระดับมลพิษ โดย องค์กรสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ ที่ได้ระบุความหมายเกี่ยวกับระดับค่า PSI ต่างๆ ดังนี้ คือ
ระดับต่ำกว่า 50 ดี
51-100 ปานกลาง
101-200 ไม่ดีต่อสุขภาพ (unhealthy) ขอให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ ลดการทำกิจกรรมทางกายภาพหรือกิจกรรมกลางแจ้ง บุคคลทั่วไปขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
201-300 ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก (very unhealthy) ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับปอด ควรอยู่ภายในอาคาร และลดการทำกิจกรรมทางกายภาพหรือกิจกรรมกลางแจ้ง บุคคลทั่วไปขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
301-400 อันตราย (hazardous) เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่กำลังเจ็บป่วย ควรอยู่ภายในอาคาร และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง บุคคลทั่วไปขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่มีความจำเป็น
เกิน 400 อันตราย (hazardous) เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่กำลังเจ็บป่วย ควรอยู่ภายในอาคาร ปิดประตูและหน้าต่าง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางกายภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บุคคลทั่วไปขอให้ทำกิจกรรมทางกายภาพและกิจกรรมกลางแจ้งให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ขณะนี้ ระดับค่า Pollutant Standards Index (PSI) ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2556 เวลา 13.00 น. อยู่ที่ระดับ 371
สำหรับแรงงานไทยในสิงคโปร์ สถานเอกอัครราชทูตฯ ประสานกับสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ ให้แรงงานไทยในสิงคโปร์ติดตามสถานการณ์และข้อมูลกับสำนักงานแรงงานฯ อย่างใกล้ชิด และให้สำนักงานฯ ติดต่อนายจ้างของแรงงานไทยให้เตรียมพร้อมดูแลคนไทยอย่างใกล้ชิด
สำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนไทยที่เดินทางไปสิงคโปร์ สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ติดตามสถานการณ์และการเฝ้าระวังของหน่วยงานของสิงคโปร์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบุคคลที่มีโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจ รวมทั้งเด็กและผู้อาวุโส (ตามที่ฝ่ายสิงคโปร์ได้แจ้งเตือน) หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในสิงคโปร์ หรือชะลอการเดินทางไปยังสิงคโปร์ (หากไม่มีความจำเป็น) ในช่วงที่ยังคงมีสถานการณ์วิกฤตการณ์หมอกควันและมลพิษในช่วงนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวและคนไทยกลุ่มอื่นอาจพิจารณานำหน้ากากป้องกันหมอกควันติดตัวมาด้วย เนื่องจากสถานการณ์นี้อาจยังคงมีอยู่ภายใน 2-3 วันข้างหน้า”
หมอกควันพิษที่สิงคโปร์ไม่ใช่แค่ทำให้คนที่นั่นหายใจไม่ออกเท่านั้น แต่อาจจะมีผลทำให้เศรษฐกิจของเกาะแห่งนี้ มีปัญหาต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน
และอาจมีผลต่อความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างสิงคโปร์กับเพื่อนบ้านยักษ์อย่างอินโดนีเซีย ที่เป็นต้นตอของหมอกควันประจำปี อันเกิดจากการเผาป่าและสวนปาล์มน้ำมันที่ยังไม่มีทางหาข้อยุติได้ง่ายๆ
ผมสงสัยว่า เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างเพื่อนบ้านเท่านั้น หากแต่ยังอาจจะเป็นวาระสำคัญของอาเซียนทั้งสิบประเทศ
เพราะว่าควันพิษอย่างนี้ทะลักเข้าถึงมาเลเซีย และทางใต้ของประเทศไทยด้วย บางปีก็รุนแรงถึงขั้นมาถึงเกาะภูเก็ตของเรา
ผู้คนอาจจะตื่นเต้นกับการก่อเกิดของ AEC (Asean Economic Community) ในอีกสองปีข้างหน้า แต่ลืมไปว่าเจ้าหมอกควันและมลพิษต่างๆ นั้น ได้ประกาศความเป็น “ประชาคม” เดียวกันมายาวนานแล้ว
ควันพิษของฉัน ก็คือ ควันพิษของเธอ ไม่มีเส้นพรมแดนใดจะมาขวางกั้นได้
คนสิงคโปร์ โวยวายว่ารัฐบาลของพวกเขาไม่เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดฯ แก้ปัญหานี้อย่างจริงจังเพียงพอ เป็นท่าทีที่อ่อนแอเกินเหตุ
แต่รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ บอกว่า ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงเดียวกันของอินโดฯ แล้ว ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ บอกกับชาวไซเบอร์ที่มีเสียงบ่นดังกระหึ่มมาหลายวันแล้ว ว่า
“ก็ไฟป่ามันลุกไหม้ที่เกาะสุมาตรา จะให้ผมไปป้องกันได้อย่างไร หรือจะให้สิงคโปร์ส่งหน่วยดับเพลิงบุกเพื่อนบ้าน?”
เป็นความคิดที่น่าสนใจ หากว่า สิงคโปร์ ขอส่งหน่วยดับเพลิงไปที่เกาะสุมาตราเพื่อลงมือดับไฟป่าเอง รัฐบาลอินโดฯ จะถือว่าเป็นการ “ละเมิดอธิปไตย” ของเขาหรือไม่?
เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่เครื่องบินการูดา ของอินโดฯ ถูกจี้มาลงที่สนามบินดอนเมืองบ้านเรา เขาส่งหน่วยคอมมานโดมาถึงเมืองไทย เพื่อจัดการเรื่องนี้เอง กลายเป็นประเด็นการเมืองร้อนขึ้นมา เพราะรัฐบาลไทยถือว่าการทำเช่นนั้นเป็นการละเมิดอธิปไตยของเรา แม้ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่มีความหวังดี ต้องการแก้ปัญหาของตัวเองและการก่อการร้ายข้ามชาติก็ตาม
กรณีไฟป่าจากสวนปาล์มน้ำมันที่เกาะสุมาตรานั้น อินโดฯ เขาแย้งกลับมาว่า ความจริงปัญหานี้มาจากการที่นักธุรกิจสิงคโปร์และมาเลเซียนั่นแหละ ที่ไปลงทุนที่นั่น และไม่มีความรับผิดชอบเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการเผาป่า จนกลายเป็นหมอกควันร้ายแรงข้ามมาหลายประเทศ
ทำเอา สิงคโปร์และมาเลเซีย สะอึกไปเหมือนกัน
นายกฯ หลี่ เสียนหลง ของสิงคโปร์ บอกว่า ผลพวงทางลบจากหมอกควันนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศของเขาไป “อีกหลายสัปดาห์หรืออาจจะหลายเดือน” จากนี้ไป เพราะอากาศแห้งและทิศทางลมที่ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหานี้
ดัชนีมาตรฐานวัดมลพิษทางอากาศของสิงคโปร์ ชี้ว่า ความเลวร้ายของหมอกควันครั้งนี้ แย่ที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 ซึ่งเป็นปีที่หมอกควันลักษณะเดียวกันนี้ถล่มสิงคโปร์ จนเกิดความเสียหาย ตีค่าเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์ทีเดียว
ยิ่งนับวัน ความอดทนของคนสิงคโปร์ต่อเรื่องนี้ ก็ยิ่งหดหาย ถ้า อินโดฯ ไม่ทำอะไร ที่ให้เห็นว่ามีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาจริงๆ ความสัมพันธ์ของสองชาติอาเซียนนี้ อาจจะเข้าขั้นมัวซัวยิ่งกว่าหมอกควันก็เป็นได้
อารมณ์ค้างเก่าๆ ที่อดีตประธานาธิบดีอินโดฯ คนหนึ่ง เคยเรียกสิงคโปร์ ว่า เป็นเพียงแค่ “A little red dot on the map” (จุดสีแดงเล็กๆ บนแผนที่) ก็อาจจะกลับมาหลอกหลอนเกาะแห่งนี้อีก...ก็เป็นได้





