วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ห้ามผู้นำฝ่ายค้านเขมรเข้าไทย... อ้างข้อตกลงอาเซียน?

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นข่าวคึกคักอะไรนักในเมืองไทย แต่สำนักข่าวต่างประเทศแจ้งเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า

รัฐบาลไทยได้ห้ามนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชาเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ที่กรุงเทพฯ

กระทรวงการต่างประเทศของไทย ให้เหตุผลว่า ช่วงเวลาที่นายสม รังสีจะ เดินทางเข้าประเทศไทยครั้งนี้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อการเมืองกัมพูชา ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งวันที่ 28 เดือนหน้า

แผนการเดิมของนายสม รังสี คือเดินทางมาเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับประวัติของตนเองที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ FCCT ในกรุงเทพฯ แต่พอถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแจ้งว่า เขาไม่ได้รับอนุญาตเข้าประเทศ และจะมีผลไปจนกว่าการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชาเดือนหน้าจะเสร็จสิ้นเสียก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศอ้างคำพูดของคุณมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ “อ่อนไหว” ทางการเมืองของกัมพูชา ไทยไม่ต้องการถูกดึงเข้าไปร่วมเป็นเครื่องมือทางการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน

แปลว่า กระทรวงต่างประเทศไทยเห็นว่าการพบกับนักข่าวต่างประเทศในไทยถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างหนึ่ง

เท่าที่ทราบ หนังสือที่นายสม ตั้งใจจะมาเปิดตัวในเมืองไทยนั้นมีชื่อว่า “We Didn’t Start the Fire: My Struggle for Democracy in Cambodia” ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวประวัติของนายสม รังสี กับการต่อสู้ "อำนาจมืด" และปัญหา "คอร์รัปชัน" ในกัมพูชาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

นายสม ลี้ภัยอยู่ฝรั่งเศส มาร่วม 8 ปีแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคุมขังในกัมพูชา เขาถูกสั่งห้ามไม่ไห้เข้าร่วมในการเลือกตั้งเดือน ก.ค แม้ว่าพรรค Cambodia National Rescue ที่เขาเป็นหัวหน้าพรรคจะได้รับอนุญาตให้ร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

ในข่าวชิ้นเดียวกันนั้น อธิบดีกรมสารนิเทศ อ้างถึงหลักการของอาเซียนที่ว่า ประเทศสมาชิกไม่ควรอนุญาตให้บุคคลที่ 3 ใช้ประเทศนั้นๆ เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองหรือเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอื่นๆในอาเซียน

“อธิบดีกรมสารนิเทศของไทยกล่าวส่งท้ายว่า ทางการไทยยินดีต้อนรับนายสม รังสี ทุกเวลา หากเป็นการเดินทางด้วยเหตุผลส่วนตัวแต่ไม่ใช่การเปิดตัวหนังสือหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จนกว่าการเลือกตั้งในกัมพูชาจะผ่านไป” คือส่วนปิดท้ายของข่าวชิ้นนั้น

ข่าวนี้มีความแปลกอยู่หลายประการ

ข้อแรกคือโฆษกกระทรวงต่างประเทศไทย ยืนยันว่า การตัดสินห้ามผู้นำฝ่ายค้านเขมรเข้าไทยไม่เกี่ยวกับข่าวที่ว่ารัฐบาลฮุน เซน มีส่วนในเรื่องนี้ และไม่เกี่ยวกับความเชื่อที่ว่ารัฐบาลชุดนี้มีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับรัฐบาลฮุน เซน

แปลว่าเรื่องนี้รัฐบาลไทยตัดสินใจเอง 100% และยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ได้กลัวฮุน เซน จนตัดสินนโยบายต่างประเทศของตัวเองบิด ๆ เบี้ยว ๆ อย่างที่อาจจะมีบางคนคิด

ข้อสอง โฆษกกระทรวงต่างประเทศไทย บอกว่า การมาเปิดตัวหนังสือในไทยถือเป็น “กิจกรรมการเมือง” ซึ่งอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และหากนายสม รังสี ทำเรื่องนี้หลังเลือกตั้งทั่วไปในเขมรก็จะไม่มีปัญหา สามารถเข้ามาทำในไทยได้

อย่างนี้แปลว่ากิจกรรมเดียวกัน หากทำก่อนเลือกตั้งในเขมรกับทำหลังเลือกตั้ง ก็จะได้รับการตีความต่างกันของกระทรวงต่างประเทศไทย

ประเด็นนี้กำหนดไว้ในข้อตกลงของสมาชิกอาเซียน อย่างที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศไทยกล่าวอ้างไว้หรือไม่ ไม่ปรากฏแน่ชัด

ข้อสาม หากผู้นำฝ่ายค้านของประเทศอื่น ๆ ในโลกนี้เขียนหนังสือแล้วมาพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงเทพฯ จะถูกห้ามเข้าประเทศหรือไม่?

ในทำนองเดียวกัน หากนายกฯกัมพูชา มาเมืองไทยและให้สัมภาษณ์กล่าวหาผู้นำฝ่ายค้านของเขมรกับสื่อในไทย, จะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายเข้าเมืองของไทยหรือไม่?

มีคำถามต่อมาว่าหากนายสม รังสี “สไกป์” จากสิงคโปร์ เข้ามาที่สโมสรนักข่าวต่างประเทศและพูดจาเหมือนกับที่คิดจะพูดก่อนเข้าไทย, รัฐบาลไทยจะถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงของอาเซียนหรือไม่...และรัฐบาลไทยกับกัมพูชาจะตำหนิรัฐบาลสิงคโปร์ ว่ายอมให้ผู้นำฝ่ายค้านเขมรไปใช้ประเทศที่สามเป็น “เครื่องมือทางการเมือง” หรือไม่?

ที่ต้องถามเพราะผมเป็นห่วงว่า หากมีใครข้างนอกเขาถามว่านายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยเพิ่งไปปราศรัยเรื่อง “ประชาธิปไตย” ที่มองโกเลีย และศรีลังกา อย่างขึงขังมิใช่หรือ เหตุไฉนจึงไม่ยอมให้นักการเมืองเพื่อนบ้านเข้ามาแม้เพียงแค่ “เปิดตัวหนังสือ” เท่านั้น?