วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธรรมาภิบาล การจำนำข้าวและเรื่องราวจาก ส.ว. (1)

เมื่อคืนวันที่ 8 มิถุนายน ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในย่านกรุงวอชิงตัน ดี ซี ได้มีโอกาสพบปะกับคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต

และเสริมสร้างธรรมาภิบาลของวุฒิสภานำโดย ส.ว. รสนา โตสิตระกูล ซึ่งไปศึกษาดูงานในเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกาและมหานครนิวยอร์ก ส.ว. แต่ละท่านได้เล่าเรื่องราวคร่าวๆ ในการเยี่ยมองค์การสหประชาชาติและธนาคารโลกเพื่อรับรู้งานขององค์การทั้งสองเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามความฉ้อฉลในประเทศสมาชิก ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์พัฒนาซึ่งเคยทำงานในธนาคารโลกกว่า 20 ปี ขอนำภูมิหลังและบริบทต่างๆ มาเล่าเพื่อเสริมเรื่องราวของบรรดา ส.ว. เป็นบางเรื่อง

เรื่องแรกได้แก่ความฉ้อฉลซึ่งตอนนี้นักพัฒนาหลายคนยอมรับแล้วว่าเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดของการพัฒนา แต่ความพยายามที่จะป้องกันและปราบปรามร่วมกับรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนามีปัญหามากเนื่องจากคนในรัฐบาลมักเป็นตัวการเสียเอง ธนาคารโลกพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าฉ้อฉล หรือ corruption โดยตรงเพื่อมิให้เกิดการเผชิญหน้ากันทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หากเลี่ยงไปใช้คำที่มีความคลุมเครืออยู่บ้างคือ governance ซึ่งแปลเป็นไทยว่า ธรรมาภิบาล ในระหว่างที่ผมทำงานอยู่ในธนาคารโลก การติดตามเรื่องความฉ้อฉลยังไม่เข้มข้นถึงในปัจจุบัน แต่ผมแน่ใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ครั้งหนึ่งจึงได้ลองคำนวณความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีของความฉ้อฉลกับดัชนีของความด้อยพัฒนา ผลปรากฏว่ามันมีความสัมพันธ์กันสูงมาก รายละเอียดอาจหาได้ในบท “ต้นแค/เสาเข็ม” ของหนังสือเรื่อง “ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ” ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.org

การเห็นความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามความฉ้อฉลส่งผลให้องค์การสหประชาชาติร่างสนธิสัญญาเกี่ยวกับการติดตามเรื่องธรรมาภิบาลขึ้นมา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลไทยยังไม่ยอมเคลื่อนไหวเพื่อนำไปสู่การให้สัตยาบันแก่สนธิสัญญาฉบับนี้ทั้งที่ประกาศออกมาเสมอว่าจะต่อต้านความฉ้อฉลจนถึงที่สุด

ส.ว. บางท่านพูดถึงความสำคัญของธรรมาภิบาลทางด้านเศรษฐกิจ เรื่องนี้แทบจะไม่มีใครพูดถึงเมื่อเทียบกับเรื่องธรรมาภิบาลทางด้านการเมืองอันเป็นปัจจัยพื้นฐานของการบริหารบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันที่จริงเรื่องธรรมาภิบาลทางด้านเศรษฐกิจนี้กำลังมีปัญหาทั่วโลกด้วยเหตุปัจจัย 2 ด้าน นั่นคือ ด้านแรก โดยธรรมชาติของวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีซึ่งมีประวัติราว 1 หมื่นปี ทุกครั้งที่เทคโนโลยีเกิดใหม่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง ผู้ที่เป็นเจ้าของและเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่จะมีรายได้แบบก้าวกระโดดในขณะที่คนส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จะเห็นว่าเมื่อเกิดเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งนำไปสู่กระบวนการโลกาภิวัตน์ หรือโลกไร้พรมแดน ผู้มีเทคโนโลยีอยู่ในมือเช่น บิล เกตส์ และ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีตั้งแต่วัยเบญจเพส

ด้านที่สอง ระบอบประชาธิปไตยได้เปิดช่องให้ผู้มีทรัพย์มากๆ เข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการทางการเมืองได้สำเร็จ เมื่อคนกลุ่มน้อยนี้เข้าไปมีอิทธิพลทางด้านการเมือง พวกเขาก็พยายามทำกฎเกณฑ์ให้เบี่ยงเบนไปในทางเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มของตนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ กฎเกณฑ์ทางด้านการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของไทยจึงเอียงไปทางเอื้อประโยชน์ต่อคนรวยที่เข้าถึงกระบวนการทางการเมือง เรื่องพลังงานและการขุดเจาะน้ำมันในเมืองไทยถูกหยิบยกมาอ้างเป็นตัวอย่างโดยเฉพาะ

ประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำมันปิโตรเลียมนี้ นอกจากมันจะมีปัญหาเรื่องการขาดธรรมาภิบาลทางด้านการเป็นเจ้าของ หรือหุ้นส่วนในบริษัทผู้ได้สัมปทานขุดเจาะน้ำมันแล้ว มันยังมีปัญหาเรื่องข้อมูลซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย ตอนนี้ประเทศมีทรัพยากรอยู่ที่ไหนและเท่าไรจึงถกเถียงกันแบบไม่รู้จบ เป็นที่ทราบกันดีว่า ในขณะนี้เทคโนโลยีใหม่ได้ทำให้สหรัฐสามารถดูดก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นได้อีกในปริมาณมหาศาล มันส่งผลให้สหรัฐมีก๊าซธรรมชาติเหลือใช้จนต้องส่งออกไปขายในตลาดโลก ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้สหรัฐเป็นผู้นำเข้าปีละมากๆ เมืองไทยอาจได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่อย่างมีนัยสำคัญในวันข้างหน้า แต่มันอาจทำให้ปัญหาเรื่องความไม่กระจ่างทางข้อมูลพอกพูนขึ้น

สิ่งแวดล้อมถูกหยิบยกมาพูดในอันดับต่อไปเนื่องจาก ส.ว. ท่านหนึ่งมีภูมิหลังทางด้านนี้โดยเฉพาะ แต่การพูดนั้นจำกัดอยู่ในด้านประสบการณ์จากการได้รับการร้องเรียนจากท้องถิ่นซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเท่านั้น เนื่องจากผมสนใจได้ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษมาเป็นเวลาราว 45 ปี จึงได้พยายามสอบถามเรื่องนี้หลังจากการพูดบนเวทียุติลงแล้ว แต่พูดคุยกันได้ไม่มากเนื่องจากขาดเวลา จึงได้เสนอให้คณะทำงานของกรรมาธิการดาวน์โหลดหนังสือทางด้านสิ่งแวดล้อมเล่มล่าสุดของผมชื่อ “ธาตุ 4 พิโรธ : โจทย์ที่ต้องมีคำตอบ” จากเว็บไซต์ www.bannareader.org มาพิจารณาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับ ส.ว.

หลังจากนั้น ส.ว. ได้พูดถึงเรื่องสำคัญยิ่งอีก 2 เรื่อง นั่นคือ โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลและเรื่องความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกำลังนำไปสู่ความพยายามของรัฐบาลที่จะเข้าไปก้าวก่ายในงานของธนาคารแห่งประเทศไทย

ตอนต่อไปจะนำสองเรื่องนี้มาเสนอ